คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2550
ฎีกาที่ 2166/2550
หลักกฎหมาย
โจทก์จดทะเบียนโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเฉพาะส่วนให้แก่ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายโดยไม่มีค่าตอบแทน ซึ่ง ป.รัษฎากร มาตรา 91/1 (4) ถือว่าเป็นการขาย และโจทก์ได้กระทำภายในห้าปีนับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ แต่เนื่องจากภริยาโจทก์ขายที่ดินซึ่งเป็นสินส่วนตัวแล้วนำเงินดังกล่าวมาชำระหนี้และไถ่ถอนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาท โจทก์จึงโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทเฉพาะส่วนของตนให้แก่ภริยา จึงไม่มีลักษณะเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรตาม ป.รัษฎากร มาตรา 91/2 (6) ประกอบ พ.ร.ฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร (ฉบับที่ 244) พ.ศ.2534 มาตรา 3 (6) โจทก์จึงไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า วันที่ 19 กันยายน 2544 จำเลยมีหนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะให้โจทก์ชำระภาษีพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มจำนวน 462,000 บาท โดยอ้างว่าโจทก์มีรายรับจากการขายอสังหาริมทรัพย์ แต่ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ โจทก์อุทธรณ์การประเมินว่าโจทก์เป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของนางมนันยา ปานมะเริง หลังจากจดทะเบียนสมรส ปี 2535 โจทก์และภริยาทำสัญญากู้เงินเพื่อซื้อบ้านพร้อมที่ดิน โฉนดเลขที่ 234642 ตำบลคันนายาว อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ต่อมาปี 2537 ภริยาโจทก์นำเงินจากการขายที่ดินชำระคืนแก่ผู้ให้กู้และไถ่ถอนจำนอง และในวันเดียวกันโจทก์ทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ในส่วนของตนใส่ชื่อภริยาเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เพียงผู้เดียว การที่โจทก์โอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ภริยาไม่ถือว่าเป็นการโอนเพื่อการค้าหรือหากำไร นอกจากนี้โจทก์และภริยาซื้อบ้านพร้อมที่ดินพิพาทในราคา 3,200,000 บาท จำเลยต้องประเมินเฉพาะส่วนของโจทก์เท่านั้น ในราคา 1,600,000 บาท การที่เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์สินที่พิพาทเป็นจำนวน 3,500,000 บาท จึงไม่ชอบ แต่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นนี้และการที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรนั้นไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ ภธ.73.1 เลขที่ 100790 ลงวันที่ 19 กันยายน 2545 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เลขที่ สภ.2/อธ.1/28/27/2547 ลงวันที่ 24 มีนาคม 2547 จำเลยให้การว่า การโอนที่ดินโฉนเลขที่ 234642 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง อันเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันระหว่างโจทก์และภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งโจทก์โอนเฉพาะส่วนของโจทก์ให้แก่ภริยาตามหนังสือสัญญาให้ที่ดินเฉพาะส่วนนั้น ประมวลรัษฎากร มาตรา 91/1 (4) ถือว่าเป็นการขายตามคำนิยามของการขายอสังหาริมทรัพย์ให้หมายความรวมถึงการให้ ไม่ว่าจะมีประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ และกรณีของโจทก์เป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร (ฉบับที่ 244) พ.ศ.2534 มาตรา 3 (6) เมื่อโจทก์และภริยาได้ร่วมกันซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทมาเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2535 และโจทก์โอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเฉพาะส่วนให้แก่ภริยาในวันที่ 9 กันยายน 2537 จึงเป็นการถือครองไม่เกินห้าปีนับแต่วันได้มา อีกทั้งโจทก์และภริยาเป็นคนละหน่วยภาษีในการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ โจทก์จึงต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เมื่อโจทก์ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ เจ้าพนักงานประเมินจึงมีอำนาจประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยยืนยันว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินชอบแล้ว แต่ให้งดเบี้ยปรับ ส่วนราคาประเมินที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างนั้นเจ้าพนักงานได้เปรียบเทียบราคาที่โจทก์กำหนดไว้ในสัญญากับราคาทุนทรัพย์ที่จดทะเบียนแล้วถือเอาราคาที่สูงกว่าเป็นราคาประเมินสำหรับกำหนดภาษีธุรกิจเฉพาะตามระเบียบปฏิบัติหนังสือ กค 0802/8033 ลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2536 และการกำหนดราคาตามสัญญานั้นโจทก์เป็นผู้กำหนดราคาทรัพย์สินเฉพาะส่วนของตนที่โอนให้ภริยาเป็นเงินจำนวน 3,500,000 บาท ด้วยความสมัครใจ เจ้าพนักงานจึงถือราคาดังกล่าวเป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้วินิจฉัยประเด็นนี้ไว้แล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ ภธ.73.1 เลขที่ 100790 ลงวันที่ 19 กันยายน 2545 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์เลขที่ สภ.2/อธ.1/28/27/2547 ลงวันที่ 24 มีนาคา 2547 และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรเมนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อปี 2535 โจทก์และภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายร่วมกันซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างโฉนดเลขที่ 234642 ตำบลคันนายาว อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ต่อมาในปี 2537 โจทก์โอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเฉพาะส่วนของตนให้แก่ภริยา โจทก์ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ เจ้าพนักงานของจำเลยจึงประเมินให้โจทก์เสียภาษีธุรกิจเฉพาะพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ตามหนังสือแจ้งการประเมินเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 27 โจทก์อุทธรณ์การประเมิน ตามคำอุทธรณ์เอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 23 ถึง 26 ว่า โจทก์และภริยาได้ร่วมกันทำสัญญากู้เงินจากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เพื่อซื้อบ้านพร้อมที่ดินพิพาทและจดทะเบียนจำนองบ้านพร้อมที่ดินไว้แก่บริษัทดังกล่าว หลังจากโจทก์และภริยาทำสัญญากู้และจดทะเบียนจำนองได้ประมาณ 1 ปี เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2537 ภริยาโจทก์ขายที่ดินซึ่งเป็นสินส่วนตัวของตนอีกแปลงหนึ่งแล้วน
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง