ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2532

ฎีกาที่ 2199/2532

หลักกฎหมาย

วัตถุประสงค์ของ รัฐวิสาหกิจ ที่ระบุไว้ในกฎหมายจัดตั้งเป็นเพียงการกำหนดประเภทของกิจการซึ่ง รัฐวิสาหกิจจะดำเนินการเท่านั้น งานของ รัฐวิสาหกิจ หาได้ จำกัดขอบเขตอยู่เฉพาะ เท่าที่ระบุไว้ดังกล่าวไม่ ดังนั้น แม้พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การฟอกหนังพ.ศ. 2498 ไม่ได้กำหนดให้องค์การฟอกหนังมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกีฬาก็ตาม แต่ เมื่อผู้อำนวยการองค์การฟอกหนังมีนโยบายที่จะเชื่อมความสามัคคีระหว่างองค์การฟอกหนังกับรัฐวิสาหกิจอื่นโดยยอมรับการแข่งขันกีฬาเป็นสื่อ สัมพันธ์แล้ว การกีฬาจึงเป็นงานอย่างหนึ่งขององค์การฟอกหนัง การที่ผู้อำนวยการองค์การฟอกหนังแต่งตั้ง ผู้ตายเป็นนักกีฬาตัวแทนขององค์การฯ โดย ให้มีสิทธิฝึกซ้อม เมื่อใดก็ได้ ภายในช่วงเวลาที่กำหนด ถือได้ว่าผู้ตายได้รับมอบหมายให้ทำงานแก่องค์การฟอกหนังแล้ว เมื่อผู้ตายถึง แก่ความตายขณะฝึกซ้อมกีฬาเนื่องจากออกกำลังกาย เกินควร ย่อมเป็นกรณีผู้ตายถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง โจทก์ซึ่ง เป็นทายาทจึงมีสิทธิได้รับเงินทดแทน ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 54วรรคหนึ่ง (4) และวรรคสาม กับประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องกำหนดการจ่ายค่าทดแทน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515แก้ไขโดย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดการจ่ายค่าทดแทน(ฉบับ ที่ 2) ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2525 ข้อ 4 ที่กำหนดว่า กรณีจะเป็นประการใดก็ตาม ค่าทดแทนตาม ข้อ 54 วรรคสาม แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ต้อง ไม่ต่ำกว่าเดือนละหนึ่งพันบาทและไม่เกินเดือนละหกพันบาทมีความหมายว่า กรณีที่ลูกจ้างประสบอันตรายถึง แก่ความตายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้างนั้น นายจ้างต้อง จ่ายค่าทดแทนร้อยละหกสิบของค่าจ้างรายเดือน แต่ ต้อง ไม่ต่ำกว่าเดือนละหนึ่งพันบาท และไม่เกินเดือนละหกพันบาท มีกำหนดห้าปี ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดการจ่ายค่าทดแทนดังกล่าวมีสภาพใช้ บังคับอย่างกฎหมาย ศาลต้อง รู้เอง แม้จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ ไว้ ศาลก็ไม่มีอำนาจพิพากษาให้นายจ้างต้อง รับผิดเกินกว่าบทบัญญัติของกฎหมาย.

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า นายมนูศักดิ์ พรรณรักษ์ ซึ่งเป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ที่ 1 เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ที่ 2และเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ที่ 3 เข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำขององค์การฟอกหนังซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงกลาโหมครั้งสุดท้ายทำงานในตำแหน่งรองหัวหน้าฝ่ายธุรการ ได้รับค่าจ้างเดือนละ 10,610 โรงงานเภสัชกรรมทหาร สังกัดกระทรวงกลาโหมได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาสามัคคีซอยตรีมิตร ครั้งที่ 3ระหว่างหน่วยงานภายในสังกัดกระทรวงกลาโหม และได้เชิญองค์การฟอกหนังเข้าร่วมการแข่งขันด้วย โดยกำหนดการแข่งขันในวันที่ 16 ธันวาคม 2530 และวันที่ 23 ธันวาคม 2530 องค์การฟอกหนังแต่งตั้งให้นายมนูศักดิ์ พรรณรักษ์ เป็นกรรมการกีฬาและเป็นนักกีฬาแบดมินตันเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2530 เวลา 16.50 นาฬิกานายมนูศักดิ์ พรรณรักษ์ กำลังฝึกซ้อมแบดมินตันอยู่เกิดมีอาการหน้ามืดเป็นลมและถึงแก่กรรม โจทก์ทั้งสามได้ยื่นคำขอรับเงินทดแทนต่อสำนักงานกองทุนเงินทดแทน แต่สำนักงานกองทุนเงินทดแทนได้มีคำวินิจฉัยว่านายมนูศักดิ์ พรรณรักษ์ มิได้ประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน โจทก์จึงอุทธรณ์คำวินิจฉัยของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนได้มีมติยืนตามคำวินิจฉัยของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน ซึ่งโจทก์ไม่เห็นพ้องด้วย เพราะนายมนูศักดิ์ พรรณรักษ์ ได้ประสบอันตรายถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง โจทก์มีสิทธิได้รับค่าทำศพและค่าทดแทนตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยและมติของจำเลย และพิพากษาว่านายมนูศักดิ์ พรรณรักษ์ ประสบอันตรายถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง ให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนเดือนละ 6,366 บาทมีกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2530 เป็นเงิน 381,960 บาทกับค่าทำศพผู้ตายเป็นเงิน 10,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น391,960 บาท ให้แก่โจทก์ทั้งสาม จำเลยให้การว่า องค์การฟอกหนังมิได้มีวัตถุประสงค์ในการแข่งขันกีฬา การจัดการแข่งขันกีฬาในวันที่ 16 และวันที่ 23 ธันวาคม 2530 นั้น เป็นนโยบายที่ได้ให้มีการสามัคคีและเสริมสร้างพลานามัยของพนักงานเองโดยผู้ที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาจะต้องคำนึงถึงสุขภาพของตนเองเป็นหลักว่าสามารถจะเล่นกีฬาชนิดใดได้ และไม่เป็นการบั่นทอนสุขภาพของตนเองทั้งนี้เป็นไปโดยความสมัครใจ นายมนูศักดิ์ พรรณรักษ์ถึงแก่กรรมเนื่องจากมีโรคประจำตัวไม่ใช่เกิดจากการเล่นกีฬาการที่นายมนูศักดิ์ พรรณรักษ์ ถึงแก่กรรมมิใช่เป็นเรื่องลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย หรือเจ็บป่วยถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้างหรือป้องกันรักษาประโยชน์ให้แก่นายจ้าง เป็นเรื่องที่นายมนูศักดิ์ พรรณรักษ์ ไปฝึกซ้อมกีฬาแบดมินตันในวันนอกวันทำการเพื่อสุขภาพของตนเอง และมิใช่โดยคำสั่งขององค์การฟอกหนังนายจ้าง ทั้งนี้นายมนูศักดิ์ พรรณรักษ์กับพวก ได้จัดการฝึกซ้อมกันเองและการเล่นกีฬา มิใช่เป็นการทำงานขององค์การฟอกหนังนายจ้าง ในวันเกิดเหตุก็เป็นวันหยุดราชการนายมนูศักดิ์ พรรณรักษ์ จะไม่ไปซ้อมกีฬาแบดมินตันก็ไม่มีความผิดใด ๆ เกี่ยวกับการทำงาน สนามแบดมินตันที่ไปเล่นนั้นก็ไม่ใช่สนามขององค์การฟอกหนังที่จัดให้มีการฝึกซ้อมกัน ฉะนั้นทายาทของนายมนูศักดิ์ พรรณรักษ์ จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทนขอให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสาม ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน ให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนเดือนละ6,366 บาท มีกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2530 กับจ่ายค่าทำศพผู้ตายเป็นเงิน 10,000 บาท ให้แก่โจทก์ทั้งสาม จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยมีว่า การที่ผู้ตายถึงแก่ความตายนั้น เป็นกรณีที่ถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้งหรือไม่พิเคราะห์แล้วเห็นว่า วัตถุประสงค์ของรัฐวิสาหกิจซึ่งระบุไว้ในกฎหมายจัดตั้งนั้น เป็นเพียงการกำหนดประเภทของกิจการซึ่งรัฐวิสาหกิจจะดำเนินกิจการเท่านั้น งานของรัฐวิสาหกิจมิได้จำกัดอยู่แต่ในเฉพาะขอบเขตที่ระบุเป็นวัตถุประสงค์ไว้ในกฎหมายจัดตั้ง แม้พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การฟอกหนัง พ.ศ. 2498 มิได้กำหนดให้องค์การฟอกหนังมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกีฬาไว้ก็ตามแต่กรณีที่ผู้อำนวยการองค์การฟอกหนังมีนโยบายที่จะเชื่อมความสามัคคีระหว่างองค์การฟอกหนังกับรัฐวิสาหกิจอื่น โดยยอมรับการแข่งขันกีฬาเป็นสื่อสัมพันธ์แล้ว การกีฬาย่อมเป็นงานอย่างหนึ่งขององค์การฟอกหนัง เมื่อข้อเท็จจริงได้ความตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางว่า ผู้อำนวยการองค์การฟอกหนังได้แต่งตั้งให้ผู้ตายเป็นนักกีฬาตัวแทนขององค์การฯ โดยให้มีสิทธิฝึกซ้อมวันเวลาใดก็ได้ในช่วงตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2530 ถึงวันที่ 22 ธันวาคม2530 แล้ว จึงเป็นกรณีที่ผู้ตายได
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2199/2532 · ทนอย Thanoy