ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2567

ฎีกาที่ 2209/2567

หลักกฎหมาย

ผู้เสียหายที่ 2 ติดต่อกับจำเลยผ่านแอปพลิเคชันไลน์ขอกู้ยืมเงินจากจำเลย 50,000 บาท และจะนำรถกระบะไปจำนำเพื่อเป็นประกันเงินกู้ เมื่อจำเลยตกลงให้กู้ยืมเงินผู้เสียหายที่ 2 จึงขับรถคันดังกล่าวไปส่งมอบให้แก่จำเลยที่บ้านจำเลย จำเลยรับมอบรถยนต์คันเกิดเหตุไว้ในครอบครองเพื่อเป็นประกันเงินกู้ยืมจริง พฤติการณ์ที่จำเลยย้ายบ้านและไม่แจ้งให้ผู้เสียหายที่ 2 ทราบถึงที่อยู่แห่งใหม่เพื่อที่จะได้นำเงินไปไถ่ถอนและรับรถยนต์คืน และตัดขาดการติดต่อกับผู้เสียหายที่ 2 ไม่ทวงถามให้ผู้เสียหายที่ 2 ชำระเงินกู้ทั้งที่ผู้เสียหายที่ 2 ชำระหนี้มาเพียง 2 งวด ยังไม่ครบถ้วนตามต้นเงินที่กู้ยืมไป และปฏิเสธว่าจำเลยไม่ได้รับมอบรถยนต์คันเกิดเหตุไว้จากผู้เสียหายที่ 2 บ่งชี้ให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาเบียดบังเอารถยนต์ดังกล่าวไปเป็นของจำเลยหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานยักยอก

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน 1,329,639.59 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งสอง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก (ที่ถูก วรรคหนึ่ง) จำคุก 3 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน 1,329,639.59 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งสอง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นฎีกาฟังได้ว่า นางสาวรสรินทร์ ผู้เสียหายที่ 2 และจำเลยต่างเป็นเพื่อนของนางสาวเมย์ไม่ทราบชื่อและชื่อสกุลจริง โดยนางสาวเมย์เป็นผู้แนะนำให้ผู้เสียหายที่ 2 รู้จักกับจำเลย เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 ผู้เสียหายที่ 2 กู้ยืมเงินจากจำเลย 50,000 บาท จำเลยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 43,000 บาท ผู้เสียหายที่ 2 คืนเงินกู้ให้จำเลยครบถ้วนแล้ว ต่อมาวันที่ 3 เมษายน 2563 ผู้เสียหายที่ 2 กู้ยืมเงินจากจำเลยเพิ่มเติม แล้วจำเลยโอนเงินเข้าบัญชีของเงินฝากของผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 78,500 บาท ชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยว่า ยักยอกทรัพย์ จำเลยให้การปฏิเสธ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายที่ 2 เป็นพยานเบิกความว่า ประมาณต้นเดือนมีนาคม 2563 ผู้เสียหายที่ 2 เดือดร้อนเรื่องเงินจึงติดต่อนางสาวเมย์เพื่อหาคนที่จะขอกู้ยืมเงินและนำรถยนต์ไปเป็นประกัน นางสาวเมย์แนะนำจำเลยและให้ข้อมูลการติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ผู้เสียหายที่ 2 ติดต่อกับจำเลยผ่านแอปพลิเคชันไลน์ขอกู้ยืมเงินจากจำเลย 50,000 บาท และจะนำรถกระบะยี่ห้อมาสด้า รุ่น BT 50 หมายเลขทะเบียน 1 ฒย xxxx กรุงเทพมหานคร ไปจำนำเพื่อเป็นประกันเงินกู้ เมื่อจำเลยตกลงให้กู้ยืมเงินผู้เสียหายที่ 2 จึงขับรถคันดังกล่าวไปส่งมอบให้แก่จำเลยที่บ้านจำเลย หลังจากนั้นจำเลยโอนเงินให้แก่ผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 43,000 บาท ส่วนที่เหลือหักเป็นค่าดำเนินการ ต่อมาผู้เสียหายที่ 2 ขอกู้ยืมเงินจากจำเลยเพิ่ม 145,000 บาท โดยจะนำรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร หมายเลขทะเบียน 8 กฮ xxx กรุงเทพมหานคร ของผู้เสียหายที่ 1 ไปเป็นประกันแทนรถกระบะคันเดิม จำเลยหักหนี้เก่าและโอนเงินให้แก่ผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 78,500 บาท กำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือน ผู้เสียหายที่ 2 ผ่อนชำระเงินกู้ให้แก่จำเลย 2 เดือน คือ เดือนพฤษภาคม และมิถุนายน 2563 ต่อมาเดือนกรกฎาคม 2563 ผู้เสียหายที่ 2 ติดต่อจำเลยแต่จำเลยไม่รับโทรศัพท์ ผู้เสียหายที่ 2 เคยติดต่อจำเลยผ่านแอปพลิเคชันไลน์เรื่องการชำระดอกเบี้ยและขอให้จำเลยถ่ายภาพหน้าสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ เนื่องจากผู้เสียหายที่ 2 จะไปต่อประกันรถยนต์ หลังจากผู้เสียหายที่ 2 ติดต่อจำเลยไม่ได้ ผู้เสียหายที่ 2 จึงแจ้งให้ผู้เสียหายที่ 1 ทราบ ผู้เสียหายที่ 1 มอบอำนาจให้ผู้เสียหายที่ 2 ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจ และโจทก์มีร้อยตำรวจเอกบัญชา พนักงานสอบสวน เป็นพยานเบิกความสนับสนุนว่า ผู้เสียหายที่ 2 มาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลย เนื่องจากไปบ้านจำเลยเพื่อไถ่ถอนจำนำและรับรถคืน แต่ไม่พบจำเลยและรถยนต์ สอบถามบ้านข้างเคียงทราบว่าจำเลยย้ายออกไปนานแล้ว พยานสอบคำให้การผู้เสียหายที่ 2 ได้ความว่า นางสาวเมย์แนะนำให้รู้จักจำเลยซึ่งรับจำนำรถยนต์ ผู้เสียหายที่ 2 ติดต่อจำเลยและนำรถกระบะยี่ห้อมาสด้า ไปจำนำกับจำเลย 50,000 บาท จำเลยคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 เดือน และค่าจอดรถโดยหักเงินไว้ล่วงหน้า โอนเงินให้แก่ผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 43,000 บาท โดยจอดรถยนต์ไว้ที่บ้านจำเลย ต่อมาเดือนเมษายน 2563 ผู้เสียหายที่ 2 ขอกู้ยืมเงินจำนวนที่มากขึ้นจึงนำรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิไปจำนำไว้แทนรถกระบะมาสด้า มีระยะเวลา 3 เดือน เมื่อหักหนี้เก่าบวกดอกเบี้ยและค่าจอดรถแล้วจำเลยโอนเงินให้แก่ผู้เสียหายที่ 2 เป็นเงิน 70,000 บาทเศษ เมื่อผู้เสียหายที่ 2 ไปหาจำเลยเพื่อไถ่ถอนจำนำและรับรถยนต์คืน แต่ไม่พบจำเลยและรถยนต์ เห็นว่า ผู้เสียหายที่ 2 เบิกความถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการกระทำของจำเลยตั้งแต่การให้ผู้เสียหายที่ 2 กู้ยืมเงินครั้งแรก 50,000 บาท โดยนำรถกระบะยี่ห้อมาสด้ามาเป็นหลักประกัน ส่วนการกู้ยืมเงินครั้งที่สอง 145,000 บาท นำรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิมาเป็นหลักประกันแทนรถกระบะ มีการคิดดอกเบี้ย ค่าจอดรถ และหักยอดเงินกู้ยืมครั้งแรกไว้ ตลอดจนจำเลยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายที่ 2 สอดคล้องกับคำให้การชั้นสอบสวนและมีรายการเคลื่อนไหวทางบัญชี และข้อความสนทนาทางแอปพลิเคชันไลน์มาสนับสนุนคำเบิกความของผู้เสียหายที่ 2 กับมีร้อยตำรวจเอกบัญชา พนักงานสอบสวนเบิกความรับรองคำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหายที่ 2 ผู้เสียหายที่ 2 และร้อยตำ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2209/2567 · ทนอย Thanoy