คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2555
ฎีกาที่ 22132/2555
หลักกฎหมาย
การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองแล้วใช้วัตถุระเบิดดังกล่าวกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 81 ถือว่าเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท หาใช่เป็นความผิดหลายกรรมไม่
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 81ป.อ. 288ป.อ. 295ป.วิ.อ. 192ป.วิ.อ. 195ป.วิ.อ. 225พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 38พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 78
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 215, 83, 32, 33, 91, 92 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 38, 78 ริบของกลาง และเพิ่มโทษจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในข้อหาทำร้ายร่างกาย ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 วรรคสอง, 295, 288 ประกอบมาตรา 81, 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง, 78 วรรคหนึ่ง วรรคสี่ เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยใช้วัตถุระเบิด เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 81 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 7 ปี 6 เดือน ฐานร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 2 ปี ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ จำคุกคนละ 8 เดือน ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกาย จำคุกคนละ 4 เดือน จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือน รวมโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 9 ปี 16 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 9 ปี 18 เดือน จำเลยที่ 2 เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกมาแล้ว ภายในเวลาห้าปี นับแต่วันที่พ้นโทษ กลับมากระทำความผิดอีก ให้เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 12 ปี 24 เดือน ริบของกลาง ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ประกอบมาตรา 83 อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุกคนละ 2 ปี ให้ยกฟ้องในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยใช้วัตถุระเบิดและพยายามฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 81 และความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ เมื่อรวมโทษจำคุกจำเลยทั้งสองทุกกระทงแล้ว ให้จำคุกจำเลยที่ 1 กำหนด 4 ปี 2 เดือน จำเลยที่ 2 กำหนด 4 ปี 4 เดือน ยกคำขอที่ให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานร่วมกันใช้วัตถุระเบิดพยายามฆ่าผู้อื่นโดยการกระทำนั้นไม่สามารถจะทำให้บรรลุผลได้อย่างแน่แท้เพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำ และร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยมีอาวุธตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า ระเบิดปิงปองที่บรรจุดินระเบิดและมีเม็ดตะกั่วอยู่ภายในหากเกิดระเบิดและเม็ดตะกั่วถูกอวัยวะสำคัญของร่างกายย่อมสามารถทำอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เช่นเดียวกับระเบิดชนิดอื่นๆ การที่จำเลยทั้งสองขว้างลูกระเบิดใส่ผู้เสียหายที่ 1 และเกิดระเบิดขึ้นถูกผู้เสียหายทั้งสี่ จึงต้องถือว่าเป็นการกระทำไปโดยรู้สำนึกและประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าอาจทำให้ผู้เสียหายทั้งสี่ซึ่งอยู่ด้วยกันถึงแก่ความตายได้ แม้ผู้เสียหายทั้งสี่ได้รับบาดเจ็บเพียงมีแผลถลอกและรอยแดงตามผิวหนัง ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ ก็เป็นเพียงผลที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากวัตถุระเบิดที่เป็นปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำมีอานุภาพไม่ร้ายแรงเพียงพอที่จะทำอันตรายต่อชีวิตได้ หาใช่เป็นเพราะจำเลยทั้งสองมีเจตนาเพียงต้องการทำร้ายร่างกายผู้เสียหายทั้งสี่เท่านั้นไม่ และการที่วัตถุระเบิดที่เป็นปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำมีอานุภาพไม่ร้ายแรงเพียงพอที่จะทำอันตรายต่อชีวิตได้ดังกล่าว ย่อมทำให้การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่สามารถบรรลุผลคือความตายของผู้เสียหายทั้งสี่ได้อย่างแน่แท้ จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานร่วมกันใช้วัตถุระเบิดพยายามฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าผู้อื่น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น แต่ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยในความผิดฐานร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตได้ เป็นคนละกรรมกับความผิดฐานร่วมกันใช้วัตถุระเบิดพยายามฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าผู้อื่นนั้น เห็นว่า การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองแล้วใช้วัตถุระเบิดดังกล่าวในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 81 ถือว่าเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท หาใช่เป็นความผิดหลายกรรมไม่ จึง
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง