ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2533

ฎีกาที่ 2219/2533

หลักกฎหมาย

ความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140 วรรคสาม กับความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตามมาตรา 289(2) ประกอบมาตรา 80เป็นความผิดต่างกรรมกับความผิดฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนนอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 55,78 วรรคหนึ่ง และต่างกรรมกับความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้าน ทางสาธารณะ ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง 72 ทวิ วรรคสอง เพราะการกระทำตามความผิดดังกล่าวมีการกระทำที่แยกจากกันเป็นแต่ละฐานความผิดได้ชัดเจน ไม่เกี่ยวเนื่องกัน ความผิดฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน นอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ เป็นความผิดต่างกรรมกับความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้าน ทางสาธารณะเพราะความผิดทั้งสองฐานมีเจตนาในการกระทำผิดเป็นคนละอันแตกต่างกันและเป็นความผิดต่างฐานกัน

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2530 เวลากลางวันจำเลยกับพวกอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องซึ่งเป็นผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ได้กระทำผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ ก.จำเลยกับพวกซึ่งมีอาวุธปืนชนิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ติดตัวได้ร่วมกันปล้นเอาอาวุธปืนเล็กกลขนาด .223 (แบบเอ็ม 16) 1 กระบอก สายสะพานปืน 1 เส้น ซองกระสุน 5 ซอง ซองผ้าใบสำหรับใส่ซองกระสุน 2 คู่ กระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 240 นัดเครื่องทำความสะอาดอาวุธปืน 1 ชุด รวมราคา 12,322 บาท ของทางราชการขณะอยู่ในความครอบครองของจ่าสิบตำรวจประไพ แก้วขาว เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง แล้วปล้นอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซอง 24 นัด รวมราคา7,600 บาท ของทางราชการขณะอยู่ในความครอบครองของนายเจียม อ่อนหนูไปโดยทุจริต ในการกระทำความผิดดังกล่าวจำเลยกับพวกได้ร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงจ่าสิบตำรวจประไพซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ราชการและยิงนางสาวฉลวย อ่อนหนู โดยมีเจตนาฆ่า ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ เป็นเหตุให้บุคคลทั้งสองถึงแก่ความตายทันทีสมดังเจตนาของจำเลยกับพวก จากนั้นจำเลยกับพวกได้ใช้อาวุธปืนจี้ขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะยิงนายเจียมและนางทองปานอ่อนหนู ให้ถึงแก่ความตาย ทั้งนี้เพื่อให้ความสะดวกแก่การปล้นทรัพย์ พาทรัพย์นั้นไปให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ และให้พ้นจากการจับกุม ข. จำเลยกับพวกซึ่งมีอาวุธปืนชนิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ติดตัวร่วมกันปล้นเอารถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน รวมราคา 23,000 บาท ของนายมงคล หมื่นสนิท นายเจริญ เต็มราม และนายไข่ แย้มใจดีผู้เสียหายทั้งสามไปโดยทุจริตโดยใช้อาวุธปืนจี้ขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายยิงผู้เสียหายทั้งสามให้ถึงแก่ความตาย ทั้งนี้เพื่อให้ความสะดวกแก่การปล้นทรัพย์ การพาทรัพย์นั้นไป ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้และเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ค. ภายหลังจากที่จำเลยกับพวกได้ร่วมกันกระทำความผิดดังกล่าวในข้อ ก. และ ข. แล้ว สิบตำรวจโทสุรศักดิ์ หมัดสมัน กับพวกรวม 10 คน เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอศรีบรรพต ได้ออกติดตามจับกุมจำเลยกับพวกอันเป็นการปฏิบัติการตามหน้าที่ จำเลยกับพวกร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้ขัดขวางประทุษร้ายสิบตำรวจโทสุรศักดิ์กับพวกซึ่งเป็นเจ้าพนักงานและกำลังปฏิบัติการตามหน้าที่หลายนัด โดยมีเจตนาฆ่าเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่จำเลยกับพวกได้กระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ เพื่อปกปิดความผิดฐานฆ่าเจ้าพนักงานฆ่าผู้อื่นฐานปล้นทรัพย์ และเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดดังกล่าวที่จำเลยกับพวกได้กระทำไว้ แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผลเนื่องจากสิบตำรวจโทสุรศักดิ์ สิบตำรวจตรีทรงศักดิ์ ธราภรณ์หรือธราพร สิบตำรวจโทเชาวลิต สมันตมิตร และพลตำรวจนิภัทร์ มีมุสิทธิ ถูกกระสุนปืน แต่แพทย์ได้รักษาบาดแผลไว้ได้ส่วนเจ้าพนักงานที่เหลือไม่ถูกกระสุนปืนสิบตำรวจโทสุรศักดิ์กับพวกจึงไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลยกับพวก ง. จำเลยมีอาวุธปืนเล็กกล ขนาด .223 (แบบ เอ็ม 16) 1 กระบอก ซองกระสุนปืน2 อัน และกระสุนปืนเล็กกลขนาด .223 จำนวน 30 นัด ใช้ยิงได้อันเป็นอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนนอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2522) ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 55 ชนิดและขนาดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และจำเลยใช้อาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน ดังกล่าวในการกระทำความผิดตามฟ้อง ข้อ ก.ข.และ ค.จ. จำเลยพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าว ในฟ้องข้อ ง.ติดตัวไปในถนนสายบ้านวังบาก หมู่ที่ 6 ตำบลเขาย่า กิ่งอำเภอศรีบรรพต ถนนสายบ้านวังยาว-ท่าข้าม หมู่ที่ 3 ตำบลตะแพนกิ่งอำเภอศรีบรรพต อันเป็นทางสาธารณะและหมู่บ้าน โดยไม่มีเหตุสมควรและโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ทั้งไม่เป็นกรณีที่ต้องมีติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 289, 340, 340 ตรี, 138, 140, 371, 80, 83, 91ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514ข้อ 3, 14, 15 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 4 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ, 78 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519ข้อ 3, 7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบั
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2219/2533 · ทนอย Thanoy