คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2555
ฎีกาที่ 22745/2555
หลักกฎหมาย
จำเลยกับพวกเตรียมอาวุธปืนเพื่อก่อเหตุร้ายโดยต่างทราบดีว่ามีบุคคลใดพาอาวุธปืนชนิดใดติดตัวไป และหากมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นก็จะใช้อาวุธปืนดังกล่าว แม้จำเลยรับอาวุธมาแล้วส่งมอบให้ผู้อื่นไปทันที ซึ่งไม่อาจถือได้ว่าจำเลยครอบครองอาวุธปืนดังกล่าวด้วยตนเอง แต่เมื่อจำเลยสมัครใจให้พวกของจำเลยรับอาวุธปืนไปเพื่อใช้ก่อเหตุด้วยกัน ย่อมถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาที่จะยึดถืออาวุธปืนดังกล่าวร่วมกับพวก การกระทำของจำเลยจึงมีความผิดฐานร่วมกันมีและพาอาวุธปืน
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 83ป.อ. 371พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 7พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 8 ทวิพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72 ทวิ
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยกับพวกตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 60, 80, 83, 91, 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ และริบอาวุธปืนของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณานางสาวสุภัตตรา มารดาของนายนาถพงศ์ ผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การในคดีส่วนแพ่งขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ขณะกระทำความผิดจำเลยมีอายุ 18 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 หนึ่งในสาม การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 8 เดือน ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควรให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 เดือนฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาอันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 10 ปี รวมจำคุก 10 ปี 12 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 7 ปี 4 เดือน และให้จำเลยชำระเงิน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2550 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วมโดยให้นำเงิน 100,000 บาท ที่โจทก์ร่วมได้รับไปแล้วระหว่างพิจารณาหักออกก่อน ข้อหาอื่นให้ยก ส่วนอาวุธปืนของกลางที่โจทก์ขอริบเนื่องจากศาลจังหวัดชลบุรีแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 811/2550 มีคำพิพากษาให้ริบแล้วจึงไม่ริบอีกให้ยกคำขอส่วนนี้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ส่วนความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 ปรับ 60 บาท ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 40 บาทเมื่อรวมกับโทษฐานฆ่าผู้อื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นคงจำคุก 6 ปี 8 เดือน ปรับ 40 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อเดียวว่า จำเลยกระทำความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตด้วยหรือไม่ โจทก์มีนายวิวัฒน์หรือเนส เบิกความว่า ก่อนออกเดินทางพยานมีอาวุธปืนพกรีวอลเวอร์ 2 กระบอก พยานได้มอบอาวุธปืนพกรีวอลเวอร์ ขนาดกระสุน .38 จำนวน 1 กระบอก แก่จำเลย ส่วนนายพรหมนาถหรือนิคมีอาวุธปืนพก 1 กระบอก หลังเกิดเหตุพยานกับพวกเดินทางไปที่บริเวณอ่างเก็บน้ำบางพระ แล้วพยานรวมทั้งจำเลยและนายพรหมนาถหรือนิคได้โยนอาวุธปืนทั้งสามกระบอกทิ้ง เห็นว่า แม้นายวิวัฒน์จะเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีความผิดเดียวกันกับจำเลยซึ่งถือได้ว่าเป็นคำซัดทอดและต้องรับฟังด้วยความระมัดระวังก็ตาม แต่นายวิวัฒน์ก็มิได้เบิกความให้ตนพ้นผิดไปเสียทีเดียว เพราะพยานโจทก์ปากนี้เบิกความภายหลังจากที่ศาลจังหวัดชลบุรีแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาลงโทษพยานไปแล้ว ทั้งพันตำรวจตรีอานุภาพยังยึดอาวุธปืนพกรีวอลเวอร์ทั้งสองกระบอกเป็นของกลางได้ตามคำให้การในชั้นสอบสวนของนายวิวัฒน์ตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหา ซึ่งจำเลยก็ได้ให้การถึงการทิ้งอาวุธปืนทั้งสามกระบอกเช่นเดียวกันตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาที่ 5 นอกจากนี้จำเลยยังเบิกความเจือสมกับนายวิวัฒน์ว่า ที่จำเลยอ้างว่าวันเกิดเหตุจำเลยพาอาวุธปืนสั้นชนิดลูกซอง 1 กระบอกติดตัวไป เมื่อจำเลยได้รับอาวุธปืนพกรีวอลเวอร์จากนายวิวัฒน์แล้วจึงมอบต่อให้นายขวัญชัยหรือบิ๊ก ขณะจำเลยกับพวกขับรถไล่ตามกลุ่มของผู้ตาย จำเลยได้ยินเสียงปืน 3 นัด ก่อนที่จำเลยจะใช้อาวุธปืนลูกซองยิงขึ้นฟ้า 1 นัด พฤติการณ์เช่นนี้แสดงว่
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง