ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2550

ฎีกาที่ 2288/2550

หลักกฎหมาย

เจ้าหนี้ทำสัญญาค้ำประกันหนี้และออกหนังสือรับรองตกลงชดใช้ค่าเสียหายแทนลูกหนี้ต่อสถาบันการเงินอื่นตั้งแต่ก่อนศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้มูลหนี้ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ เจ้าหนี้จึงมีสิทธิขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 90/27 แม้เจ้าหนี้ชำระหนี้ตามสัญญาค้ำประกันและหนังสือรับรองดังกล่าวไปภายหลังศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แล้ว ก็ไม่ทำให้เจ้าหนี้หมดสิทธิได้รับชำระหนี้แต่อย่างใด คดีนี้เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้อันดับที่ 16 โดยแนบสำเนาสัญญาค้ำประกันฉบับภาษาอังกฤษไว้ท้ายคำขอรับชำระหนี้แล้วแต่มิได้ส่งคำแปลของสัญญาค้ำประกันดังกล่าว ซึ่งต่อมาผู้โต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ดังกล่าวได้ถอนคำโต้แย้งแล้ว หากผู้คัดค้านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับมูลหนี้ของลูกหนี้ชั้นต้นและจำนวนหนี้ดังกล่าว ก็ชอบที่จะกำหนดให้เจ้าหนี้นำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมได้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 105 ประกอบมาตรา 90/26 วรรคสาม ไม่ใช่มีคำสั่งไม่อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้อันดับนี้ไปเลย โดยให้เหตุผลเพียงว่าไม่มีหลักฐานแสดงความเป็นหนี้ที่ลูกหนี้ต้องรับผิด ซึ่งไม่ถูกต้องตามพยานหลักฐานที่เจ้าหนี้แนบไว้ท้ายคำขอรับชำระหนี้

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2542 และตั้งนายสุรพงษ์ เตชะวิบูลย์ เป็นผู้ทำแทน ต่อมาศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2543 โดยมีบริษัทสยามมั่น จำกัด เป็นผู้บริหารแผน เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการในมูลหนี้เบิกเงินเกินบัญชีเงินกู้ตั๋วสัญญาใช้เงินเล็ตเตอร์ออฟเครดิต ภาระค้ำประกัน (แอลจี) หนี้ตามสัญญาค้ำประกัน รวม 16 อันดับ เป็นเงิน 1,202,677,735.55 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16 ต่อปี ของต้นเงิน 1,024,860,295.98 บาท นับถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะชำระเสร็จ ในฐานะเจ้าหนี้มีประกัน ตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดินจำนวน 26 แปลง และเครื่องจักรจำนวน 97 เครื่อง ผู้คัดค้านได้ให้เจ้าหนี้ ลูกหนี้ และผู้ทำแผนตรวจคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/29 แล้ว ผู้ทำแผนโต้แย้งคัดค้านการขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้ แต่ต่อมาขอถอนคำโต้แย้ง ผู้คัดค้านสอบสวนแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามพยานหลักฐาน แต่เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้เกินมาเป็นเงิน 694,624,622.30 บาท เนื่องจากคำนวณคลาดเคลื่อน และหนี้อันดับที่ 16 ไม่ปรากฏว่ามีหลักฐานแสดงความเป็นหนี้ที่ลูกหนี้ต้องรับผิด จึงมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จำนวน 508,053,133.25 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16 ต่อปี ของต้นเงิน 359,515,252.34 บาทนับถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้ได้รับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 4056, 4087, 17151, 17299, 24529 ตำบลห่อหมก (ขุนจ่า) อำเภอบางไทร (เสนาน้อย) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (กรุงเก่า) พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดินเฉพาะส่วน โฉนดเลขที่ 4088, 4120 ตำบลขุนจ่า อำเภอเสนาน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (กรุงเก่า) พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และตามหนังสือสัญญาจำนองเครื่องจักรหมายเลขทะเบียนจำนอง 200 ถึง 261/40 เครื่องจักร เครื่องตีเยื่อ เครื่องทำลอน เครื่องทดสอบ ฯลฯ หมายเลขทะเบียน (39-308-208) 001 ถึง 0083, 0085 ถึง 0098 รวม 97 เครื่อง เจ้าหนี้ยื่นคำร้องคัดค้านว่า มูลหนี้ที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ทั้งสิบหกอันดับ เจ้าหนี้ได้นำเอกสารซึ่งแสดงถึงความมีอยู่แห่งมูลหนี้ส่งต่อผู้คัดค้านในวันยื่นคำขอรับชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว ทั้งการที่เจ้าหนี้ออกหนังสือค้ำประกันลูกหนี้ต่อธนาคารต่างประเทศ (แอลจี) เมื่อธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทที่เจ้าหนี้ค้ำประกันเรียกเก็บเงินตามวงเงินค้ำประกัน เจ้าหนี้ต้องจ่ายเงินตามภาระค้ำประกันไปจึงชอบที่เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้คืนจากลูกหนี้นับแต่วันที่เจ้าหนี้ได้จ่ายเงินแทนไปอีกทั้งในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ก็ไม่มีบุคคลใดโต้แย้งคัดค้าน แต่ผู้คัดค้านกลับมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เต็มจำนวน โอยอ้างว่าเจ้าหนี้คำนวณจำนวนหนี้คลาดเคลื่อน ขอให้ผู้คัดค้านพิจารณาหลักฐานและเอกสารทั้งหมดของเจ้าหนี้อีกครั้ง รวมทั้งคำนวณบัญชีใหม่ทั้งหมดและมีคำสั่งให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ในส่วนที่ขาดจำนวน 694,624,622.30 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16 ต่อปี ของต้นเงิน 1,024,860,295.98 บาท โดยให้ได้รับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 4029 (ที่ถูกคือ 4089), 4072, 4073, 4078, 4079, 4081 ถึง 4084, 4087, 4115, 4123, 4217, 4229 ถึง 4231, 14785, 20515, 25049 และ 25055 ตำบลห่อหมก (ขุนจ่า) อำเภอบางไทร (เสนาน้อย) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (กรุงเก่า) ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งแก้ไขคำสั่งของผู้คัดค้านให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 4115, 4123, 4084, 4079, 4217, 4078, 4072 ถึง 4073, 4083, 4081, 4231, 4082, 4229, 4230, 14785, 25049, 25055, 26515 ตำบลห่อหมก (ขุนจ่า) อำเภอบางไทร (เสนาน้อย) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (กรุงเก่า) พร้อมสิ่งปลูกสร้าง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของผู้คัดค้าน เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาได้มีคำสั่งให้ส่งสำนวนคืนศาลล้มละลายกลางเพื่อทำการไต่สวนโดยการสืบพยานฝ่ายเจ้าหนี้และผู้คัดค้านว่า เจ้าหนี้ได้นำส่งสัญญาค้ำประกัน ฉบับลงวันที่ 13 ตุลาคม 2532 และฉบับลงวันที่ 29 กันยายน 2533 เพื่อเป็นหลักฐานประกอบคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้อันดับที่ 16 ต่อผู้คัดค้านแล้วหรือไม่ เมื่อไต่สวนโดยการสืบพยานเสร็จแล้วให้ศาลล้มละลายกลางส่งสำนวนคืนศาลฎีกา ศาลล้มละลายกลางได้ทำการไต่สวนตามคำสั่งศาลฎีกาแล้วส่งสำนวนคืนศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "...ประการแรก เจ้าหนี้อุทธรณ์ว่ามูลหนี้อันดับที่ 10 ถึงที่ 15 เป็นมูลหนี้ภาระค้ำประกันที่เจ้าหนี้ร่วมกับ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2288/2550 · ทนอย Thanoy