คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2545
ฎีกาที่ 2295/2545
หลักกฎหมาย
จำเลยเป็นบริษัทรับประกันชีวิตแก่ประชาชนทั่วไปจึงมีผู้เอาประกันภัยกับจำเลยเป็นจำนวนมาก เมื่อมีประชาชนผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอีกจำนวนมากที่ประสบกับเหตุลักษณะทำนองเดียวกับ พ. ทั้งจำเลยไม่ได้กำหนดเป็นระเบียบไว้ว่า อาการน้ำตาลในเลือดต่ำเป็นโรคที่ต้องห้ามที่จำเลยจะไม่รับประกันภัย การที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเห็นสมควรดำเนินคดีแทน พ. ผู้บริโภค จึงได้มอบหมายให้โจทก์ในฐานะเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคเป็นผู้ดำเนินคดีกับจำเลย จึงเป็นการดำเนินคดีเพื่อประโยชน์แก่ผู้บริโภคเป็นส่วนรวมชอบด้วยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลย
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 39 ให้เป็นเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค และได้รับมอบหมายให้ดำเนินคดีแก่จำเลย เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2532 จ่าสิบเอกปรีชา คำคงศักดิ์ ได้ทำสัญญาประกันชีวิตแบบตลอดชีพสะสมทรัพย์พิเศษไว้กับจำเลยมีกำหนดตลอดชีพของผู้ประกันภัย จำนวนเงินเอาประกันภัย 110,000 บาท และผลประโยชน์เพิ่มเติมอุบัติเหตุ (เอ.ไอ.) จำนวน 100,000 บาท อุบัติเหตุ (เอ.ดี.ดี.) จำนวน 100,000 บาท สัญญาเพิ่มเติมประกันภัยมีกำหนดระยะเวลา 15 ปี จำนวน 100,000บาท รวมเป็นเงิน 410,000 บาท หากผู้เอาประกันภัยถึงแก่ความตายภายในกำหนดระยะเวลาประกันภัยและเกิดจากอุบัติเหตุ จำเลยจะจ่ายเงินชดเชยให้แก่นางเพ็ญศรีใจบุญ ผู้รับประโยชน์ ต่อมาวันที่ 14 สิงหาคม 2533 จ่าสิบเอกปรีชาประสบอุบัติเหตุและถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2533 นางเพ็ญศรีได้ขอรับเงินตามกรมธรรม์ประกันภัย แต่จำเลยปฏิเสธอ้างว่าจ่าสิบเอกปรีชาได้ละเว้นหรือไม่เปิดเผยความจริงถึงข้อบกพร่องของสุขภาพ อันเป็นการละเมิดสิทธิของนางเพ็ญศรีผู้บริโภค จำเลยต้องชำระเงินจำนวน 410,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 26ตุลาคม 2533 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 138,375 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 548,375 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 410,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่นางเพ็ญศรี ใจบุญ ผู้บริโภค จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ละเมิดสิทธิของผู้บริโภค โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 410,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2533 จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่นางเพ็ญศรี ใจบุญ ผู้รับประโยชน์ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 138,375 บาท ตามที่โจทก์ขอ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า ประธานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคโดยมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีคำสั่งแต่งตั้งให้โจทก์เป็นเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค ให้มีหน้าที่ดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญาแก่ผู้กระทำการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคในศาลตามสำเนาคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเอกสารหมาย จ.1 และสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งคำสั่งมายังกระทรวงยุติธรรมเพื่อแจ้งให้ศาลทราบแล้ว ตามสำเนาหนังสือเอกสารหมาย จ.2 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2532 จ่าสิบเอกปรีชา คำคงศักดิ์ ได้ทำสัญญาประกันชีวิตแบบตลอดชีพสะสมทรัพย์พิเศษไว้กับจำเลยจำนวนเงินเอาประกันภัย 110,000 บาทและผลประโยชน์เพิ่มเติมอุบัติเหตุ (เอ.ไอ.) จำนวน 100,000 บาท อุบัติเหตุ (เอ.ดี.ดี.) จำนวน 100,000 บาท สัญญาเพิ่มเติมประกันภัยมีกำหนดระยะเวลา 15 ปี จำนวน 100,000 บาท โดยระบุให้นางเพ็ญศรี ใจบุญ เป็นผู้รับประโยชน์ หากผู้เอาประกันชีวิตถึงแก่ความตายโดยอุบัติเหตุผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินจากจำเลยรวม 410,000 บาท ตามสำเนากรรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย จ.7 ต่อมาวันที่ 14 สิงหาคม 2533 จ่าสิบเอกปรีชาได้ประสบอุบัติเหตุขับรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำและถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2533 ด้วยสาเหตุสมองได้รับความกระทบกระเทือน ตามสำเนารายงานการตรวจชันสูตรพลิกศพเอกสารหมาย จ.8 นางเพ็ญศรีแจ้งให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยแล้ว แต่จำเลยได้มีหนังสือลงวันที่ 26 ตุลาคม 2533 ปฏิเสธความรับผิดโดยอ้างว่าจากการตรวจสอบพบว่า ผู้เอาประกันภัยมีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพและได้รับการรักษาพยาบาลก่อนวันยื่นใบสมัครขอทำสัญญาประกันชีวิต โดยผู้เอาประกันภัยละเว้นหรือไม่เปิดเผยความจริงถึงความบกพร่องในสุขภาพดังกล่าวตามสำเนาหนังสือแจ้งผลการพิจารณาค่าชดเชยมรณกรรมเอกสารหมาย จ.9 ต่อมาวันที่ 25 มิถุนายน 2534 นางเพ็ญศรีได้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตามบันทึกคำร้องเรียนเอกสารหมาย จ.10 คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นเรื่องที่จำเลยเอาเปรียบผู้บริโภค จึงมีมติเห็นชอบให้ดำเนินคดีแก่จำเลยแทนนางเพ็ญศรี ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อให้ได้รับค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยโดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคดำเนินการ ตามสำเนารายงานการประชุมเอกสารหมาย จ.16 ข้อ 4.3 และ จ.18 ข้อ 4.16คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า เหตุที่จำเลยไม่ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นางเพ็ญศรี เนื่องจากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับข้อสัญญาในกรมธรรม์ประกันชีวิตโดยตรงว่าจ่าสิบเอกปรีชารู้อยู่แล้วละเว้นเสียไม่เปิดเผยข้อความจริงเกี่ยวกับความบกพร่องของร่างกายและสุขภาพซึ่งอาจจะได้จูงใจจำเลยให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นอีกหรื
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง