คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2493
ฎีกาที่ 23/2493
หลักกฎหมาย
จำเลยซื้อปืนมีทะเบียนไปครอบครอง แล้วไปขออนุญาตมีอาวุธปืนภายหลังแต่ทางการยังไม่ได้สั่งอนุญาตให้โอนทะเบียนจากเจ้าของเดิมจำเลยคงมีผิดฐานมีปืนไว้โดยมิได้รับอนุญาต แต่ปืนของกลางเป็นของที่มีทะเบียนไม่กลายเป็นอาวุธปืนที่ไม่มีทะเบียน อันเป็นวัตถุผิดกฎหมายที่จะต้องริบจึงริบไม่ได้
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 7พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 12กฎหมายลักษณะอาญา 28
คำพิพากษา (บางส่วน)
ได้ความว่า ปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางเป็นของนายพันตำรวจตรี ส.มีทะเบียนและใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายแล้วเจ้าของนำไปฝากร้านปืนขาย และจำเลยรับซื้อไป ต่อมาจำเลยไปยื่นคำร้องขอมีอาวุธปืน เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนแล้ว แต่ยังมิได้โอนทะเบียนให้ขาดจากใบอนุญาตของเจ้าของเดิม โจทก์จำเลยไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยครอบครองปืนไว้ก่อนขออนุญาตถึงปีเศษมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน 2490 มาตรา 7, 12 คงปรับ 150 บาท โดยลดกึ่งหนึ่งแล้วส่วนปืนและเครื่องกระสุนของกลางนั้นเห็นว่าเป็นปืนที่มีไว้โดยได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนแล้ว ไม่ควรริบ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ปืนและเครื่องกระสุนของกลางมีทะเบียนแล้วมิใช่สิ่งของที่ผิดกฎหมายอยู่ในตัว อันจะต้องริบตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 28 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ยังมิได้โอนทะเบียนดังกล่าว หาทำให้ของกลางกลายเป็นอาวุธปืนที่ไม่มีทะเบียนอนุญาตไม่ การที่จำเลยเอาของกลางไปครอบครองไว้เป็นความผิด ก็เป็นความผิดในส่วนตัวของจำเลยเท่านั้น ไม่ทำให้ของกลางกลายเป็นอาวุธที่ไม่มีทะเบียนอนุญาตเช่นเดียวกัน เมื่อเช่นนี้ปืนและเครื่องกระสุนรายนี้ก็ไม่เป็นวัตถุผิดกฎหมายอันจะพึงต้องริบตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 28 พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง