ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2552

ฎีกาที่ 2310/2552

หลักกฎหมาย

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 4, 5, 6, 9, 14, 31, 35 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 4, 6, 7, 11, 69, 73, 74, 74 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 83, 91, 251 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 มาตรา 3, 4, 17 และขอให้ริบของกลางทั้งหมด จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 5 รับสารภาพในความผิดข้อหารับไว้ซึ่งของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ข้อหามีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 5 มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 11 วรรคหนึ่ง, 69 วรรคสอง (ที่ถูก มาตรา 69 วรรคสอง (1)), 73 วรรคสอง (ที่ถูก มาตรา 73 วรรคสอง (1)) พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 มาตรา 4 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานทำไม้สักโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 4 ปี ฐานมีไม้สักอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 4 ปี ฐานรับไว้ซึ่งของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร จำคุก 1 ปี ฐานมีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจำคุก 1 ปี ทางนำสืบของจำเลยที่ 5 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาในความผิดฐานทำไม้สักโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีไม้สักอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานทำไม้สักโดยไม่ได้รับอนุญาต คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ฐานมีไม้สักอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต คงจำคุก 2 ปี 9 เดือน ความผิดฐานรับไว้ซึ่งของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร และฐานมีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำเลยที่ 5 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานทำไม้สักโดยไม่ได้รับอนุญาต คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ฐานมีไม้สักอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครบอครองโดยไม่ได้รับอนุญาต คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ความผิดฐานรับไว้ซึ่งของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร และฐานมีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำเลยที่ 5 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานรับไว้ซึ่งของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร คงจำคุก 6 เดือน ฐานมีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับใบอนุญาต คงจำคุก 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 5 มีกำหนด 4 ปี 28 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก และให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ให้ริบไม้สักและเลื่อยโซ่ยนต์ของกลาง จำเลยที่ 5 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 5 ในความผิดต่อพระราชบัญญัติศุลกากร คงจำคุกจำเลยที่ 5 มีกำหนด 4 ปี 22 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ 5 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังยุติว่า เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2546 เวลากลางวัน เจ้าพนักงานป่าไม้ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีผู้ลักลอบตัดไม้ที่บ้านทุ่งสะแก หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านขอ อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบไม้สักอายุประมาณ 25 ปี ถูกตัดรวม 59 ท่อน ปริมาตร 24.46 ลูกบาศก์เมตร และเลื่อยโซ่ยนต์พร้อมโซ่ 1 เครื่อง อยู่ในที่ดินที่นางคำครอบครองทำประโยชน์ จึงยึดเป็นของกลาง และจับกุมจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เป็นผู้ต้องหา ต่อมาวันที่ 26 พฤศจิกายน 2546 จำเลยที่ 5 เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 5 ประการแรกว่า คำฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่สมบรูณ์และชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จำเลยที่ 5 อ้างในฎีกาว่าโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าได้มีการคัดสำเนาพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้ามฯ ประกาศไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอและที่ทำการกำนัน ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ จึงเป็นฟ้องที่ขาดองค์ประกอบความผิดและเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์นั้น เห็นว่า การคัดสำเนาพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้ามฯ ประกาศไว้ตามสถานที่ต่างๆ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ มาตรา 5 นั้นไม่ใช่องค์ประกอบความผิดข้อหาใดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ หากแต่เป็นเพียงวิธีการให้พนักงานเจ้าหน้าที่กระทำเพื่อมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดโต้แย้งว่ายังไม่ทราบพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเท่านั้น โจทก์จึงไม่จำต้องบรรยายเรื่องการคัดสำเนาพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมาในฟ้องด้วย แม้โจทก์จะมิได้บรรยายเรื่องการคัดสำเนาพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมาในฟ้อง ฟ้องโจทก์ก็เป็นฟ้องที่สมบูรณ์และชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 5 ฟังไม่ขึ้น จำเลยที่ 5 ฎีกาประการต่อไปว่า จ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2310/2552 · ทนอย Thanoy