ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551

ฎีกาที่ 2335/2551

หลักกฎหมาย

โจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 แบ่งแยกความเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทนที่จำเลยที่ 1 ตกลงจะชำระให้แก่โจทก์ที่ 1 ไว้เป็นสองส่วน ส่วนแรกได้แก่ค่าเสียหายทางด้านความเสียหายของทรัพย์สินซึ่งคือสิ่งปลูกสร้างอาคารทาวน์เฮาส์ของโจทก์ที่ 1 ที่ได้รับความเสียหายตามข้อ 1 ซึ่งยังมิได้ประเมินกันให้ถูกต้องและจะดำเนินการสำรวจโดยสถาบันซึ่งทั้งสองฝ่ายยอมรับภายในเดือนตุลาคม 2537 จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างจะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นและค่าใช้จ่ายในการสำรวจทั้งหมด ส่วนที่สองได้แก่ค่าสินไหมทดแทนความเดือนร้อนรำคาญทั้งความปลอดภัยเกี่ยวกับชีวิตและอนามัย ซึ่งความเสียหายส่วนหลังนี้จำเลยที่ 1 ได้ชำระแก่โจทก์ที่ 1 ครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่เกิดข้อพิพาทจนถึงเดือนธันวาคม 2537 แล้วเป็นเงิน 500,000 บาท แต่หากการก่อสร้างในส่วนโครงสร้างของอาคารไม่เสร็จภายในกำหนดดังกล่าว จำเลยที่ 1 ก็จะยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ที่ 1 อีกเดือนละ 35,000 บาท นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2538 เป็นต้นไป มิได้คำนวณรวมกัน โจทก์ที่ 1 จึงยังคงมีสิทธิจะได้รับชดใช้ค่าเสียหายทางด้านทรัพย์สินซึ่งตามบันทึกข้อตกลงข้อ 1 ที่โจทก์ที่ 1 มิได้รับชดใช้ บันทึกข้อตกลงข้อ 1. มีข้อความระบุว่า ความเสียหายจากการก่อสร้างอาคารที่มีผลทำให้อาคารทาวน์เฮาว์เสียหายจะดำเนินการสำรวจโดยสถาบันซึ่งทั้งสองฝ่ายยอมรับภายในเดือนตุลาคม 2537 ไม่มีการตกลงว่าจะต้องชดใช้เงินจำนวนเท่าใด คู่กรณีตกลงจะชำระเมื่อใด และที่ไหน อย่างไร ทั้งตามข้อตกลงดังกล่าวจำเลยที่ 1 ก็ยังคงต้องรับผิดในมูลหนี้ละเมิดตามเดิม จึงไม่เป็นการตกลงระงับข้อพิพาทระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 อันจะทำให้บันทึกข้อตกลงดังกล่าวเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ความรับผิดของจำเลยที่ 1 ในมูลหนี้ละเมิดยังคงมีอยู่ จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ได้ 1 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 428 ได้ ตามสัญญาจ้างเหมาจำเลยที่ 1 ต้องทำการก่อสร้างตามแบบแปลนและคำสั่งของจำเลยที่ 3 เมื่อจำเลยที่ 3 ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำจึงต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 ผู้รับจ้างรับผิดในความเสียหายของโจทก์ที่ 1 ที่เกิดขึ้นจากการทำการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ในที่ชุมนุมชนซึ่งมีอาคารบ้านเรือนตลอดจนสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ตั้งอยู่ใกล้ชิดติดกันมาก่อนแล้ว

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 116654 ตำบลคลองตัน อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง บ้านเลขที่ 23/12 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ส่วนโจทก์ที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 116658 ตำบลคลองตัน อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง บ้านเลขที่ 23/16 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร จำเลยทั้งสามเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าของอาคารชุดโครงการสุขุมวิท ปาร์ค สูง 33 ชั้น ตั้งอยู่บนที่ดินซึ่งติดกับที่ดินของโจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 3 ว่าจ้างจำเลยที่ 1 กับที่ 2 เป็นผู้ก่อสร้างอาคารดังกล่าว เริ่มดำเนินการก่อสร้างประมาณต้นปี 2536 ถึงประมาณปลายปี 2538 ระหว่างการก่อสร้างจำเลยที่ 1 กับที่ 2 โดยจงใจหรือประมาณเลินเล่อได้ตอกเสาเข็มโดยแรง ใช้เครื่องจักรกลขนาดใหญ่ในการก่อสร้าง ขุดหลุดขนาดใหญ่สำหรับทำรากฐานโดยมิได้ทำการค้ำยันให้แข็งแรง และใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ขนวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนอย่างแรงเป็นเหตุให้อาคารของโจทก์ทั้งสองทรุดตัวและแตกร้าวได้รับความเสียหาย จำเลยทั้งสามยินยอมรับสภาพความผิดและตกลงชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสอง และได้ทำบันทึกตกลงยอมใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ทั้งสองอีกเดือนละ 35,000 บาท นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2538 แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย โจทก์ที่ 1 ได้รับความเสียหายอาคารทรุดตัวและแตกร้าวทั่วไปต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและทำสีประมาณ 400,000 บาท โจทก์ที่ 2 ได้รับความเสียหายอาคารทรุดตัวและแตกร้าวทั่วไป ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเป็นเงิน 245,700 บาท และตามบันทึกข้อตกลงยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทน จำเลยทั้งสองตกลงร่วมกันชดใช้ให้แก่โจทก์ที่ 1 และให้แก่โจทก์ที่ 2 แต่ละราย เดือนละ 35,000 บาท นับแต่เดือนมกราคม 2538 ถึงเดือนกันยายน 2539 เป็นเวลา 9 เดือน เป็นเงิน 315,000 บาท รวมค่าเสียหายโจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 715,000 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 560,720 บาท จำเลยที่ 3 ผู้ว่าจ้างได้ทราบถึงการละเมิดซึ่งจำเลยที่ 1 กับที่ 2 ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสอง ถือได้ว่าจำเลยที่ 3 ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ผิดในส่วนงานที่สั่งให้ทำหรือในคำสั่งที่ตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ทั้งสองจำนวน 1,275,700 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น จำเลยที่ 1 กับที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 3 มิได้ว่าจ้างจำเลยที่ 2 ให้ดำเนินการใดๆ และจำเลยที่ 2 มิได้มีนิติสัมพันธ์อย่างใดกับจำเลยที่ 3 ในการก่อสร้างอาคารสุขุมวิทปาร์ค จำเลยที่ 1 เริ่มดำเนินการตั้งแต่งานฐานรากเป็นต้นไป ส่วนงานเข็ม (เสาเข็ม) ซึ่งเป็นงานขั้นแรกของการก่อสร้าง จำเลยที่ 3 ว่าจ้างบริษัทสยามซินเท็คฟาวเดชั่น จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ จำเลยที่ 1 ทำงานฐานรากด้วยความระมัดระวัง โดยกดเข็มพืด (ซีทพาย) ป้องกันดินเลื่อนไหล จัดให้มีผ้าใบตาข่ายคลุมและแผงกันวัสดุตกหล่น จำเลยที่ 1 มิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 1 กับที่ 3 เจรจากับโจทก์ทั้งสองเพื่อความเสียหายในอนาคตที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อความสะดวกในการก่อสร้าง จำเลยที่ 1 จ่ายเงินให้แก่โจทก์ทั้งสองแล้วคนละ 500,000 บาท โจทก์ทั้งสองจึงมิได้เสียหายตามฟ้อง ตามบันทึกข้อตกลงจำเลยที่ 1 จะจ่ายเงินให้แก่โจทก์ทั้งสองคนละเดือนละ 35,000 บาท ในกรณีโครงสร้างของอาคารสุขุมวิทปาร์คไม่แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2537 แต่จำเลยที่ 1 ก่อสร้างโครงสร้างของอาคารดังกล่าวเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาข้อตกลง จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดตามข้อตกลง บ้านของโจทก์ทั้งสองเสียหายเพราะการก่อสร้างที่ไม่ได้คุณภาพ โจทก์ทั้งสองต่อเติมบ้านผิดแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต รวมทั้งเกิดจากการทรุดตัวของแผ่นดิน ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ให้การว่า โจทก์ทั้งสองตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยที่ 1 แล้ว โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 1 เป็นผู้รับเหมาที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการก่อสร้างอาคารสูงมานานและเคยก่อสร้างมาแล้วหลายแห่ง จำเลยที่ 3 ได้ใช้ความระมัดระวังอย่างดีในการว่าจ้างผู้รับเหมา จึงไม่จำต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสอง และโจทก์ทั้งสองมิได้รับความเสียหายตามฟ้องขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทนารายณ์สากลประกันภัย จำกัด เข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมให้การว่า ในกรมธรรม์ประกันภัยระบุเงื่อนไขกรณีพิพาทเกี่ยวกับเงินที่จะต้องจ่ายตามกรมธรรม์โดยต้องให้นำเรื่องเสนอต่ออนุญาโตตุลาการ เมื่อโจทก์ทั้งสองยังมิได้นำเรื่องเสนอต่ออนุญาโตตุลาการ จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 2 มิได้เป็นผู้ก่อสร้างอาคารตามฟ้อง จำเลยที่ 3 จึงมิได้เป็นผู้ผิดในงานที่สั่
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2335/2551 · ทนอย Thanoy