คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2552
ฎีกาที่ 2351/2552
หลักกฎหมาย
ความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง ที่พนักงานสอบสวนแจ้งเป็นข้อหาแก่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ในชั้นสอบสวนมีองค์ประกอบครอบคลุมความผิดตาม ป.อ. มาตรา 282 วรรคแรกอยู่แล้ว ดังนั้น การที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาดังกล่าวจึงถือได้ว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาตาม ป.อ. มาตรา 282 วรรคแรกด้วยแล้ว จึงมีการสอบสวนความผิดฐานนี้โดยชอบเป็นผลให้พนักงานอัยการฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ในความผิดดังกล่าวในคดีนี้ได้
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282, 83, 91 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 4, 9 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 64 จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง และวรรคห้า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282, 86, 83 เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยทั้งสี่คนละ 3 ปี ข้อหาอื่นสำหรับจำเลยที่ 1 ให้ยก จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9 วรรคท้าย ประกอบวรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตา 282 วรรคแรก ประกอบมาตรา 86 จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 คนละ 1 ปี จำเลยที่ 3 ลดมาตราส่วนโทษลงหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 8 เดือน โทษจำคุกสำหรับจำเลยที่ 3 ให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่าตามวันเวลาเกิดเหตุในฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจได้ไปที่ร้านอาหารโพธิ์พระยาปลาเผาที่เกิดเหตุของนายดำหริ และจับกุมจำเลยทั้งสี่กับหญิงสาวซึ่งเป็นคนต่างด้าวอีกหลายคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุไปสถานีตำรวจกล่าวหาว่า จำเลยทั้งสี่ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณีแม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ข้อแรกว่า เจ้าหนักงานตำรวจและพนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนตามเอกสารบันทึกการจับกุมและคำให้การผู้ต้องหาชั้นสอบสวน พนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจฟ้องในความผิดฐานนี้ เห็นว่าความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง ที่พนักงานสอบสวนแจ้งเป็นข้อหาแก่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ในชั้นสอบสวนมีองค์ประกอบครอบคลุมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคแรกอยู่แล้ว ดังนั้น การที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาดังกล่าวจึงถือได้ว่าพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคแรกด้วยแล้ว จึงมีการสอบสวนความผิดฐานนี้โดยชอบ เป็นผลให้พนักงานอัยการฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ในความผิดดังกล่าวในคดีนี้ได้ และเห็นว่าโจทก์ได้บรรยายในฟ้องด้วยว่า เหตุคดีนี้เกิดที่ตำบลวังยาว อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ก็เป็นที่เข้าใจได้โดยทั่วไปแล้วว่าเหตุเกิดในประเทศไทย จึงไม่จำต้องบรรยายถ้อยคำว่า "และไม่ว่า การกระทำต่างๆ อันประกอบเป็นความผิดนั้นจะได้กระทำภายในหรือนอกราชอาณาจักร" ให้ครบถ้วนตามประราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง อีก มีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 กระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 หรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจเอกชำนาญ สิบตำรวจเอกชาญวิทย์ และสิบตำรวจตรีเอนก เจ้าพนักงานตำรวจที่ร่วมวางแผนและจับกุมจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 มาเบิกความในทำนองเดียวกันว่า เจ้าพนักงานตำรวจวางแผนให้สิบตำรวจเอกชาญวิทย์ สิบตำรวจตรีเอนก และพลตำรวจอุเทน ปลอมตัวเข้าไปซื้อบริการทางเพศในร้านอาหารโพธิ์พระยาปลาเผาที่เกิดเหตุ สิบตำรวจเอกชาญวิทย์และสิบตำรวจตรีเอนกเบิกความทำนองเดียวกันว่า พยานทั้งสองกับพลตำรวจอุเทนเข้าไปนั่งที่โต๊ะอาหารในร้านเกิดเหตุ จำเลยที่ 4 นำเบียร์และน้ำแข็งมาให้แล้วถามว่าต้องการหญิงบริการหรือไม่ แล้วพาหญิงสาว 2 คนมานั่งที่โต๊ะของพยานทั้งสองกับพวก สิบตำรวจเอกชาญวิทย์แสดงอาการไม่ถูกใจ จำเลยที่ 4 ไปหาจำเลยที่ 3 ที่นั่งอยู่โต๊ะใกล้ๆ จำเลยที่ 3 พาหญิงสาว 3 คนมานั่งแทนหญิงสาว 2 คนเดิมที่ลุกออกไป เมื่อพยานทั้งสองกับพวกยังแสดงอาการว่าไม่พอใจอยู่อีก จำเลยที่ 3 จึงลุกไปหาจำเลยที่ 2 ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ จำเลยที่ 2 พาหญิงสาวอีก 3 คนมานั่งแทนหญิงสาว 3 คนเดิมที่ลุกออกไปอีก จำเลยที่ 2 แจ้งว่าค้างคืนคิดค่าบริการ 1,500 บาท ค่าบริการชั่วคราว 400 บาท สิบตำรวจตรีเอนกเลือกนางสาวฝน พลตำรวจอุเทนเลือกนางสาวอิ๋ว สิบตำรวจเอกชาญวิทย์ได้มอบธนบัตรฉบับละ 500 บาท 2 ฉบับ ที่ได้ถ่ายสำเนาและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานก่อนแล้วให้จำเลยที่ 2 ที่นำไปให้จำเลยที่ 1 ซึ่งนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์ จำเลยที่ 1
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง