ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2567

ฎีกาที่ 238/2567

หลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุม อนุมัติสั่งจ้างโดยวิธีตกลงราคา โครงการที่จำเลยที่ 2 แก้ไขเพิ่มเติมรายงานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุมและใช้รายงานการประชุมที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวประกอบการพิจารณาอนุมัติ โดยจำเลยที่ 1 รู้อยู่แล้วว่าโครงการดังกล่าวยังไม่ได้รับอนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมจัดซื้อจัดจ้างจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุม แต่ไม่ทักท้วง กลับอนุมัติสั่งจ้างตามรายงานการประชุมที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงเจตนาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ว่า รู้เห็นเป็นใจคบคิดวางแผนร่วมกันกระทำความผิดมาก่อน จึงเป็นตัวการร่วมกันกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 161 แต่จำเลยที่ 1 ในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไม่มีหน้าที่บังคับบัญชาเลขานุการสภาองค์การบริหารส่วนตำบลที่มีหน้าที่รับผิดชอบทำรายงานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบล จึงลงโทษจำเลยที่ 1 ในฐานะเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 2 ไม่ได้ คงลงโทษจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้สนับสนุนอันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 161 ประกอบมาตรา 86 และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้องค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุมได้รับความเสียหาย ตาม ป.อ. มาตรา 157 และการที่จำเลยที่ 1 อนุมัติสั่งจ้างโดยวิธีตกลงราคา โดยจำเลยที่ 1 รู้อยู่แล้วว่าโครงการดังกล่าวยังไม่ได้รับอนุมัติ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม ป.อ. มาตรา 157 อีกบทหนึ่ง การกระทำของจำเลยที่ 1 มีเจตนาเพื่อให้มีการจัดซื้อจัดจ้างโครงการซึ่งไม่ได้รับอนุมัติจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุมให้จ่ายขาดเงินสะสมตามรายงานการประชุมปลอมแล้วตกลงจ้างและจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างตามโครงการดังกล่าวต่อเนื่องกันไป จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 157 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักสุดเพียงบทเดียว ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมจึงไม่ถูกต้อง

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 157, 161 จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อความลงในเอกสารหรือดูแลรักษาเอกสาร กระทำการปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม), 161 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามมาตรา 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 กระทงหนึ่ง กับจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) อีกกระทงหนึ่ง การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี และจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) และ 161 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 กระทงหนึ่ง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) กระทงหนึ่ง จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) และ 161 (เดิม) การกระทำของจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) และ 161 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 8 เดือน เมื่อรวมกับโทษในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) อีกกระทงหนึ่ง ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุก 1 ปี 8 เดือน ลดโทษให้จำเลยที่ 2 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า ขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุม อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร มีหน้าที่ควบคุมและรับผิดชอบในการบริหารราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุม และเป็นผู้บังคับบัญชาของพนักงานส่วนตำบลและลูกจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบล ตามมาตรา 59 และมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 จำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุม ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุม มีหน้าที่ทำเอกสารโดยวิธีจดรายงานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุม ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ. 2547 ข้อ 19 (5) จำเลยที่ 3 ดำรงตำแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุม และเป็นเจ้าหน้าที่งบประมาณโดยตำแหน่ง ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2541 และนายบุญถิ่น ดำรงตำแหน่งประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุม ซึ่งระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2547 ข้อ 89 กำหนดว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจจ่ายขาดเงินสะสมได้โดยได้รับอนุมัติจากสภาท้องถิ่น... เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2551 มีการประชุมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุม สมัยสามัญที่ 1/2551 ครั้งที่ 2/2551 ในระเบียบวาระที่ 3 จำเลยที่ 1 เสนอญัตติต่อที่ประชุมขอให้พิจารณาอนุมัติจ่ายขาดเงินสะสม ที่ประชุมมีมติรับหลักการ และแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงขอจ่ายขาดเงินสะสม ต่อมาวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 มีการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุม สมัยสามัญที่ 1/2551 ครั้งที่ 3/2551 คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงรายงานต่อที่ประชุมว่าเห็นควรอนุมัติตามญัตติที่จำเลยที่ 1 เสนอ และเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551 มีการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุม สมัยสามัญที่ 1/2551 ครั้งที่ 4/2551 ที่ประชุมมีมติอนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมตามที่จำเลยที่ 1 เสนอ จำเลยที่ 2 เป็นผู้จดและแก้ไขรายงานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุม สมัยสามัญที่ 1/2551 ครั้งที่ 2/2551 ถึงครั้งที่ 4/2551 หลังจากนั้น องค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุมได้รับจดหมายบันทึกจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินประจำจังหวัดยโสธร ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2558 เพื่อติดตาม
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง