คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2534
ฎีกาที่ 239/2534
หลักกฎหมาย
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว ลงโทษประหารชีวิต ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิด 2 กรรม วางโทษประหารชีวิตทั้งสองกระทง คำรับของจำเลยชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุกตลอดชีวิตทั้งสองกระทง แต่เมื่อลงโทษกระทงแรกจำคุกตลอดชีวิตแล้ว ไม่อาจรวมโทษจำคุกตลอดชีวิตกระทงหลังเข้าด้วยได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 คงลงโทษจำคุกตลอดชีวิตเพียงกระทงเดียวดังนี้ ศาลอุทธรณ์เพียงแต่แก้ไขเล็กน้อยโจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคสอง ฎีกาขอให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลย เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาลอุทธรณ์ อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว.
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289, 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 ลงโทษประหารชีวิต โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิด2 กรรม ให้วางโทษประหารชีวิตสองกระทง คำรับของจำเลยชั้นจับกุมและสอบสวนให้ความรู้แก่ศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78ประกอบมาตรา 52 คงจำคุกตลอดชีวิตทั้งสองกระทง แต่เมื่อลงโทษกระทงแรกจำคุกตลอดชีวิตแล้ว ไม่อาจรวมโทษจำคุกตลอดชีวิตกระทงหลังเข้าด้วยได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 คงลงโทษจำคุกตลอดชีวิตเพียงกระทงเดียว โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว ลงโทษประหารชีวิต ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิด 2 กรรม วางโทษประหารชีวิตทั้งสองกระทง คำรับของจำเลยชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกตลอดชีวิตทั้งสองกระทงแต่เมื่อลงโทษกระทงแรกจำคุกตลอดชีวิตแล้ว ไม่อาจรวมโทษจำคุกตลอดชีวิตกระทงหลังเข้าด้วยได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91คงลงโทษจำคุกตลอดชีวิตเพียงกระทงเดียว ดังนี้ ศาลอุทธรณ์เพียงแต่แก้ไขเล็กน้อย โจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคสอง โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลย เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาลอุทธรณ์ อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามฎีกาของจำเลยว่า เชื่อได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ฆ่าเด็กผู้ตายทั้งสอง พิพากษายืน.
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง