ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2560

ฎีกาที่ 2415/2560

หลักกฎหมาย

แม้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบ ที่ไม่ได้สืบพยานโดยใช้ระบบไต่สวนตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยใช้ระบบไต่สวนกับเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามมาตรา 275 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2556 ที่มีผลใช้บังคับภายหลังในระหว่างการพิจารณาคดี แต่เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยได้คัดค้านกระบวนพิจารณาดังกล่าวของศาลชั้นต้น และการสืบพยานของศาลชั้นต้นไม่มีคู่ความฝ่ายใดเสียหายหรือเสียความเป็นธรรม การเพิกถอนกระบวนพิจารณาจึงไม่เป็นประโยชน์แต่อย่างใด

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จำคุก 3 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยไม่ได้โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยดำรงตำแหน่งแรงงานและสวัสดิการสังคมจังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2540 จังหวัดเชียงรายทำสัญญาว่าจ้างบริษัทอินเตอร์แอ๊ค คอนสตรัคชั่น จำกัด ผู้รับจ้าง ให้ดำเนินการก่อสร้างอาคารที่ทำการสำนักงานแรงงานและสวัสดิการสังคมจังหวัดเชียงราย เป็นเงิน 38,000,000 บาท เริ่มก่อสร้างวันที่ 8 กรกฎาคม 2540 กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จภายในวันที่ 11 สิงหาคม 2541 ตามสัญญาจ้าง ในการนี้จังหวัดเชียงรายได้มีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยให้เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ ตามสำเนาคำสั่งจังหวัดเชียงราย และแต่งตั้งผู้ควบคุมงานก่อสร้างมีนายกิตติธัช เป็นประธาน นายบัณฑิต เป็นกรรมการ ตามสำเนาคำสั่งจังหวัดเชียงราย ครั้นผู้รับจ้างทำการตอกเสาเข็มสามารถตอกได้ลึกเพียง 14 เมตร น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในสัญญาที่ให้ใช้เสาเข็มยาว 24 เมตร ผู้รับจ้างได้ขออนุมัติให้เปลี่ยนแปลงโดยใช้เสาเข็มยาว 14 เมตร แทนและได้รับอนุมัติแล้ว ผู้ควบคุมงานจึงปรับลดค่างานเป็นเงิน 125,000 บาท ตามสำเนาบันทึกแนบท้ายสัญญาจ้าง และเมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานงวดที่ 1 ผู้ว่าจ้างได้หักลดค่างาน จำนวน 125,000 บาท ออกจากค่างวดงานแล้ว ตามสำเนาใบตรวจการจ้าง ผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างและส่งงวดงานถึงงวดที่ 11 ครั้นวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2542 ผู้ควบคุมงานได้ทำบันทึกแจ้งการปรับลดค่าเสาเข็มเป็นครั้งที่ 2 เสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย อ้างเหตุผลว่าได้ตรวจสอบพบความคลาดเคลื่อนในการเปรียบเทียบราคาครั้งแรกโดยผู้รับจ้างต้องคืนเงินให้แก่ทางราชการเพิ่มอีก จำนวน 703,931.20 บาท และนายกิตติธัชนำหนังสือแจ้งการปรับลดราคาค่าเสาเข็มครั้งที่ 2 ดังกล่าวไปมอบให้นางกัลยาณี ที่สำนักงานแรงงานและสวัสดิการสังคมจังหวัดเชียงราย ในวันเดียวกันผู้รับจ้างได้มีหนังสือขอส่งมอบงานงวดที่ 12 จำเลยแจ้งให้ประธานคณะกรรมการตรวจการจ้างทำการตรวจรับมอบงาน ในวันที่ 19 มีนาคม 2542 คณะกรรมการตรวจการจ้างตรวจรับมอบงานและเสนอขออนุมัติจ่ายเงินค่างวดงานจำนวน 3,040,000 บาท ให้แก่ผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้างไม่ได้รับหนังสือจึงจ่ายเงินค่างวดงานงวดที่ 12 ให้แก่ผู้รับจ้างโดยไม่ได้ปรับลดค่างานเสาเข็มครั้งที่ 2 ออกจากค่างานงวดที่ 12 ต่อมาสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 8 จังหวัดเชียงใหม่ได้รับบัตรสนเท่ห์ จึงเข้าตรวจสอบและมีความเห็นให้ดำเนินการตามกฎหมายแก่จำเลยในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ตามสำเนารายงานการตรวจสอบสืบสวน จากนั้นส่งเรื่องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่าการกระทำของจำเลยมีมูลความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ตามสำเนารายงานการไต่สวนข้อเท็จจริง มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ดังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 หรือไม่ นางกัลยาณี เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี สำนักงานแรงงานและสวัสดิการสังคมจังหวัดเชียงรายพยานโจทก์เบิกความว่า วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2542 มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานโยธาธิการจังหวัดเชียงรายนำเอกสารมีถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายมามอบให้ พยานลงลายมือชื่อรับในเอกสารดังกล่าวแทนนางศรินยา จากนั้นนำไปวางไว้ที่โต๊ะนางศรินยา โดยมีนักศึกษาฝึกงานชื่อสกุณา ลงรับเอกสารในทะเบียนรับหนังสือของสำนักงานแรงงานและสวัสดิการสังคมจังหวัดเชียงราย นางศรินยา เจ้าหน้าที่งานธุรการด้านสารบรรณเบิกความว่า หนังสือเกี่ยวกับสำนักงานแรงงานและสวัสดิการสังคมจังหวัดเชียงรายที่ระบุถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายจะนำไปลงทะเบียนที่สำนักงานจังหวัดเชียงรายก่อน แล้วนำกลับมาลงในทะเบียนรับหนังสือของสำนักงานแรงงานและสวัสดิการสังคมจังหวัดเชียงราย เมื่อเกิดเรื่องนี้พยานไปตรวจสอบทะเบียนรับหนังสือของสำนักงานจังหวัดเชียงราย มีผู้ที่ชื่อสกุณา นำเอกสารดังกล่าวไปลงรับไว้แล้วเชื่อว่านางสาวสกุณาเป็นนักศึกษาฝึกงานเป็นผู้ลงรับเอกสารดังกล่าว แล้วนำมาวางไว้ที่โต๊ะทำงานของพยาน ซึ่งตามปกติพยานจะนำเอกสารเสนอจำเลย และเมื่อจำเลยสั่งการในหนังสือแล้วพยานจะนำหนังสือออกจากห้องทำงานของจำเลย แต่เนื่องจากมีเอกสารเสนอวันละหลายฉบับพยานจึงจำไม่ได้ว่าได้นำเอกสารเสนอจำเลยอย่างไรหรือไม่ จำเลยได้สั่งการอย่างไรและผู้ใดรับเอกสารดังกล่าวไป และนายวิรั
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2415/2560 · ทนอย Thanoy