คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2539
ฎีกาที่ 243/2539
หลักกฎหมาย
โจทก์ไม่มีพยานยืนยันว่าจำเลยที่2และที่5รู้อยู่ก่อนแล้วว่าจำเลยที่1มิได้ชื่อ ป. และมิได้เป็นเจ้าของที่ดินซึ่งมีชื่อ ป. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามโฉนดทั้งโฉนดที่ดินดังกล่าวมิได้สูญหายไปแล้วยังแจ้งข้อความเท็จดังกล่าวให้ ฉ. ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานที่รับเรื่องราวคำขอออกใบแทนโฉนดที่ดินจดลงไว้ในบันทึกถ้อยคำในการขอออกใบแทนโฉนดที่ดินแทน ป. จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่2และที่5เจตนาแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา267
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
คดี สำนวน นี้ ศาลชั้นต้น รวม พิจารณา พิพากษา กับ คดี อีก สำนวน หนึ่งโดย ให้ เรียก จำเลย ใน อีก สำนวน หนึ่ง เป็น จำเลย ที่ 6 คดี คง ขึ้น มา สู่ศาลฎีกา เฉพาะ สำนวน คดี นี้ โจทก์ ทั้ง สอง สำนวน ฟ้อง และ แก้ไข คำฟ้อง ว่า จำเลย ทั้ง หก ได้ ร่วมกันกระทำผิด ต่อ กฎหมาย หลายกรรม กล่าว คือ ระหว่าง กลางเดือน มิถุนายน2534 ถึง วันที่ 1 สิงหาคม 2534 เวลา กลางวัน วัน เวลา ใด ไม่ปรากฏ ชัดจำเลย ที่ 1 ที่ 3 และ ที่ 4 ได้ ร่วมกัน ทำ ปลอม บัตรประจำตัวประชาชนอันเป็น เอกสารราชการ ขึ้น ทั้ง ฉบับ ให้ มี ข้อความ และ ตัวอักษร เหมือนบัตรประจำตัวประชาชน ที่ แท้จริง ระบุ ชื่อ นางสาว ปริยา ธีระกุล แล้ว นำ ภาพถ่าย ของ จำเลย ที่ 1 ติด ใน ช่อง ภาพถ่าย ด้านหน้า บัตร กับ ลง ลายมือชื่อ ปลอม ของ เจ้าพนักงาน ออก บัตร ด้านหลัง บัตรประจำตัวประชาชนปลอม ดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อ ให้ บุคคล หนึ่ง บุคคล ใด ที่ พบ เห็น หลงเชื่อ ว่าเป็น เอกสาร ที่ แท้จริง ที่ ออก ให้ แก่ จำเลย ที่ 1 โดย ประการ ที่ น่า จะ เกิดความเสียหาย แก่ นางสาว ปริยา และ ผู้อื่น หรือ ประชาชน ต่อมา วันที่ 1 สิงหาคม 2534 และ วันที่ 16 สิงหาคม 2534 เวลา กลางวันจำเลย ที่ 1 ที่ 3 และ ที่ 4 ได้ ร่วมกัน ใช้ และ อ้าง บัตรประจำตัวประชาชนปลอม ดังกล่าว ต่อ นาย ฉลาด ทำนุพรพันธ์ เจ้าพนักงาน ที่ดิน กรุงเทพมหานคร สาขา บางกะปิ โดย ประการ ที่ น่า จะ เกิด ความเสียหาย แก่ นางสาว ปริยา นายฉลาด ผู้อื่น และ ประชาชน และ ใน วันที่ 1 สิงหาคม 2534 นั่นเอง จำเลย ที่ 1 และ ที่ 3 ถึง ที่ 5 ได้ ร่วมกัน แจ้ง ข้อความอันเป็นเท็จ ต่อ นาย ฉลาด เจ้าพนักงาน ที่ดิน กรุงเทพมหานคร สาขา บางกะปิ ว่า จำเลย ที่ 1 มี ชื่อ ว่า นางสาว ปริยา ธีระกุล เป็น เจ้าของ กรรมสิทธิ์ ที่ดิน โฉนด เลขที่ 143163 ตำบล วังทองหลาง อำเภอ บางกะปิ กรุงเทพมหานคร จำนวน ที่ดิน 14 ไร่ 58 ตารางวา และ โฉนด ที่ดิน ดังกล่าว ได้ สูญหาย ไป ขอให้ ออก ใบแทน โฉนด ให้ อันเป็นความเท็จ ทั้ง จำเลย ที่ 1 และ ที่ 3 ถึง ที่ 5 ได้ ร่วมกัน แจ้ง ให้นาย ฉลาด ซึ่ง มี หน้าที่ สอบสวน รับคำ ขอ ออก ใบแทน โฉนด ที่ดิน จด ข้อความ อันเป็นเท็จ ลง ใน เอกสาร บันทึก ถ้อยคำ แบบ (ท.ด.1) อันเป็น เอกสารราชการว่า จำเลย ที่ 5 รู้ จัก กับ จำเลย ที่ 1 ขอรับ รอง ว่า ตาม ที่ จำเลย ที่ 1ผู้ถือกรรมสิทธิ์ ที่ดิน โฉนด เลขที่ 143163 ผู้ยื่น คำขอ ออก ใบแทน โฉนดได้ กล่าวอ้าง ว่า ได้ ทำ โฉนด ที่ดิน ดังกล่าว สูญหาย ไป นั้น เป็น ความจริง อันเป็น ความเท็จ ซึ่ง ความจริง แล้ว จำเลย ที่ 1 มิได้ มี ชื่อ ว่านางสาว ปริยา ธีระกุล และ มิได้ เป็น เจ้าของ กรรมสิทธิ์ ที่ดิน ดังกล่าว ทั้ง โฉนด ที่ดิน ดังกล่าว มิได้ สูญหาย ไป แต่อย่างใด จำเลย ที่ 1และ ที่ 3 ถึง ที่ 5 ได้ แจ้ง ข้อความ อันเป็นเท็จ และ แจ้ง ให้ เจ้าพนักงานจด ข้อความ อันเป็นเท็จ ดังกล่าว โดย ประการ ที่ น่า จะ เกิด ความเสียหายแก่ นางสาว ปริยา นายฉลาด และ ประชาชน นอกจาก นี้ ใน วันที่ 16 สิงหาคม 2534 จำเลย ที่ 1 ถึง ที่ 4 และ ที่ 6 ได้ ร่วมกัน แจ้ง ให้นาย ฉลาด เจ้าพนักงาน ที่ดิน ซึ่ง มี หน้าที่ สอบสวน รับคำ ขอ ออก ใบแทน โฉนด ที่ดิน จด ข้อความ อันเป็นเท็จ ลง ใน เอกสาร บันทึก ถ้อยคำ แบบ (ท.ด.16)อันเป็น เอกสารราชการ ว่า จำเลย ที่ 2 เป็น ญาติ กับ จำเลย ที่ 1 ขอรับ รองว่า จำเลย ที่ 1 เป็น ผู้ถือกรรมสิทธิ์ ที่ดิน โฉนด เลขที่ 143163 จริงและ จำเลย ที่ 1 ได้ ทำ โฉนด ที่ดิน ดังกล่าว สูญหาย ไป นั้น เป็น ความจริงซึ่ง ความจริง แล้ว จำเลย ที่ 1 มิได้ เป็น ผู้ถือกรรมสิทธิ์ ที่ดิน โฉนดดังกล่าว และ โฉนด ที่ดิน ดังกล่าว มิได้ สูญหาย ไป การ แจ้งความเท็จดังกล่าว น่า จะ เกิด ความเสียหาย แก่ นางสาว ปริยา นายฉลาด และ ประชาชน เหตุ ทั้งหมด เกิด ที่ แขวง และ เขต ใด ไม่ปรากฏ ชัด และ แขวง คลองจั่น เขต บางกะปิ กรุงเทพมหานคร เกี่ยวพัน กัน ขอให้ ลงโทษ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 264, 265, 267, 268, 91, 83, 33และ ริบของกลาง จำเลย ทั้ง หก ให้การ ปฏิเสธ ศาลชั้นต้น พิพากษา ว่า จำเลย ที่ 1 มี ความผิด ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265, 268 วรรคแรก และ วรรคสอง มาตรา 267 ความผิด ฐาน ใช้เอกสารปลอม เกิดจาก ผู้ ปลอมเอกสาร ราชการ ลงโทษ ตาม มาตรา 265(ที่ ถูก เป็น มาตรา 268 วรรคสอง ) แต่ กระทง เดียว จำคุก 4 ปี ลงโทษฐาน แจ้ง ให้ เจ้าพนักงาน จด ข้อความเท็จ จำคุก 2 ปี รวม จำคุก 6 ปีจำเลย ที่ 2 และ ที่ 5 มี ความผิด ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267จำคุก คน ละ 2 ปี ของกลาง ริบ ยกฟ้อง จำเลย ที่ 3 ที่ 4 และ ที่ 6 โจทก์ จำเลย ที่ 2 และ ที่ 5 อุทธรณ์ โดย อัยการ สูงสุด รับรอง ให้โจทก์ อุทธรณ์ ใน ปัญหาข้อเท็จจริง ที่ เกี่ยวกับ จำเลย ที่ 3 ที่ 4และ ที่ 6 ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลย ที่ 2 และ ที่ 5 ฎีกา โดย ผู้พิพากษา ซึ่ง ลงชื่อ ใน คำพิพากษา
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง