คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2545
ฎีกาที่ 2447/2545
หลักกฎหมาย
รั้วลวดหนามของโจทก์ต้องรื้อถอนเฉพาะส่วนที่อยู่ในเขตเวนคืนเป็นความยาว160 เมตร โจทก์เพียงแต่จ้างคนงานมารื้อถอน ขนย้ายเสาไปปักตามแนวเขตใหม่แล้วขนย้ายลวดหนามที่ม้วนเก็บได้นำไปยึดติดกับเสาเหล่านั้นเท่านั้น วัสดุที่ใช้เป็นวัสดุเดิมขนย้ายไปใกล้ ๆ และคนงานก็คงไม่ต้องใช้มาก เงินค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้างรั้วลวดหนามจำนวน 22,253.78 บาท ที่กำหนดให้มากเพียงพอแล้ว จะคิดราคาเป็นตารางเมตรเหมือนกับสร้างขึ้นมาใหม่ไม่ได้ เพราะพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มาตรา 18(5) บัญญัติไว้ว่า "พึงกำหนดให้เฉพาะค่ารื้อถอนค่าขนย้าย และค่าปลูกสร้างใหม่เท่านั้น"
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 5526 และ 10021 ตำบลเชียงรากใหญ่ อำเภอสามโคก (เชียงราก) จังหวัดปทุมธานี ซึ่งถูกเวนคืนบางส่วน เนื้อที่3 งาน 21 ตารางวา และ 32 ตารางวา ตามลำดับ พร้อมสิ่งปลูกสร้างรั้วลวดหนามและไม้ยืนต้น 6 ต้น เพื่อสร้างทางพิเศษสายบางปะอิน-ปากเกร็ด โจทก์ได้รับเงินค่าทดแทนรวมทั้งสิ้น 2,034,773.78 บาท ตามที่คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯ กำหนดให้ไปแล้ว แต่เห็นว่าไม่เป็นธรรมเพราะที่ดินทั้งสองแปลงของโจทก์ถมแล้ว ที่ดินใกล้เคียงซื้อขายกันไม่ต่ำกว่าตารางวาละ 10,000 บาท โจทก์ควรได้เงินค่าทดแทนที่ดินเป็นเงิน3,530,000 บาท รั้วลวดหนามควรได้เงินค่าทดแทนตารางเมตรละ 500 บาท เป็นเงิน160,000 บาท ไม้ยืนต้นให้ผลได้ไม่น้อยกว่า 10 ปี ปีละ 10,000 บาท ควรได้เงินค่าทดแทน 60,000 บาท รวมเงินค่าทดแทนทั้งสิ้น 3,750,000 บาท จำเลยทั้งสามต้องจ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่โจทก์เพิ่มขึ้นเป็นเงิน 1,715,226.22 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 11.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 7 มีนาคม 2539 คำนวณถึงวันฟ้องเป็นเงิน 22,267.51บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,737,493.73 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 11.5 ต่อปี นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การว่า เงินค่าทดแทนเป็นธรรมและถูกต้องตามกฎหมายแล้วขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 757,726.22 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 9.75 ต่อปี นับแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน โฉนดเลขที่ 5526 และ 10021 ตำบลเชียงรากใหญ่ อำเภอสามโคก (เชียงราก) จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่ 20 ไร่ 3 งาน 91 ตารางวา และ 6 ไร่ 1 งาน8 ตารางวา ซึ่งถูกเวนคืนบางส่วนเป็นเนื้อที่ 3 งาน 21 ตารางวา และ 32 ตารางวา ตามลำดับ พร้อมสิ่งปลูกสร้างรั้วลวดหนามสูง 2 เมตร ยาว 160 เมตร และไม้ยืนต้น 6 ต้นเพื่อสร้างทางพิเศษสายบางปะอิน-ปากเกร็ด โดยการดำเนินการเพื่อเวนคืนนั้นอาศัยพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน... พ.ศ. 2539 คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯ กำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์ ตารางวาละ 6,000 บาทและ 2,000 บาท ตามลำดับ กำหนดเงินค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้างรั้วลวดหนามเป็นเงิน22,253.78 บาท และไม้ยืนต้น 6 ต้น เป็นเงิน 22,520 บาท โจทก์อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่รัฐมนตรีฯ ไม่เพิ่มเงินค่าทดแทนให้โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ศาลชั้นต้นเพิ่มเงินค่าทดแทนให้สองรายการ คือ ที่ดินโฉนดเลขที่ 5526 เพิ่มให้เป็นตารางวาละ 8,500 บาท และสิ่งปลูกสร้างรั้วลวดหนามเพิ่มให้เป็น 64,000 บาทศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ควรได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ 5526 และสิ่งปลูกสร้างรั้วลวดหนามเพิ่มขึ้นจากที่คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯ กำหนดให้หรือไม่... สำหรับเงินค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้างรั้วลวดหนามซึ่งโจทก์ฎีกาว่าคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯ กำหนดให้โจทก์ต่ำไปนั้น ปรากฏตามรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯครั้งที่ 1/2539 เอกสารหมาย ล.1 ว่าคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯ กำหนดให้จ่ายเงินให้แก่ผู้ถูกเวนคืนเฉพาะค่ารื้อถอน ค่าขนย้ายและค่าปลูกสร้างใหม่ตามมาตรา 18(5) เห็นว่า รั้วลวดหนามเป็นสิ่งที่รื้อถอนและปลูกสร้างใหม่ได้ง่าย ไม่เกิดความเสียหายมากมายอยู่แล้ว รั้วลวดหนามของโจทก์ต้องรื้อถอนเฉพาะส่วนที่อยู่ในเขตเวนคืนเป็นความยาว 160 เมตร โจทก์เพียงแต่จ้างคนงานมารื้อถอน ขนย้ายเสาไปปักตามแนวเขตใหม่แล้วขนย้ายลวดหนามที่ม้วนเก็บได้นำไปยึดติดกับเสาเหล่านั้นเท่านั้นวัสดุที่ใช้เป็นวัสดุเดิมขนย้ายไปใกล้ ๆ และคนงานก็คงไม่ต้องใช้มาก เงินค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้างรั้วลวดหนามจำนวน 22,253.78 บาท ที่กำหนดให้มากเพียงพอแล้ว จะคิดราคาเป็นตารางเมตรเหมือนกับสร้างขึ้นมาใหม่ไม่ได้ เพราะมาตรา 18(5) บัญญัติไว้ชัดเจนว่า "พึงกำหนดให้เฉพาะค่ารื้อถอน ค่าขนย้าย และค่าปลูกสร้างใหม่เท่านั้น"เงินค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้างรั้วลวดหนามที่คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯ กำหนดให้แก่โจทก์ นับว่าเหมาะสมและเป็นธรรมแล้ว จึงไม่สมควรกำหนดเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้นเช่นกัน เมื่อมิได้กำหนดให้จำเลยทั้งสามชำระเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้นที่โจทก์ฎีกาในเรื่องดอกเบี้ยมาด้วยจึงไม่ต้องวินิจฉัย ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง