ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2537

ฎีกาที่ 2468/2537

หลักกฎหมาย

เดิมที่ดินของโจทก์เป็นของ ป. ต่อมาตกได้แก่ ย.ส่วนที่ดินของจำเลยแบ่งเป็น 2 แปลง เป็นของ ก. และ ม.ซึ่งทั้งหมดต่างเป็นญาติกัน ป. และ ย. ต่างเดินผ่านที่พิพาทบนที่ดินของ ก. และ ม. ออกสู่ทางสาธารณะมากกว่า 10 ปีโดยมิได้ขออนุญาตหรืออาศัยสิทธิของผู้ใดทั้งเจ้าของที่ดินแต่ละแปลงต่อ ๆ มาก็มิได้เป็นญาติเกี่ยวข้องกัน แสดงว่ามีการใช้ทางพิพาทอย่างเป็นเจ้าของโดยมิได้อาศัยสิทธิของผู้ใด หรือเป็นการใช้อย่างฉันพี่น้องกัน ทางพิพาทจึงเป็นภาระจำยอมนับแต่ป. และ ย. เป็นเจ้าของแล้ว เมื่อโจทก์และจำเลยรับโอนที่ดินในภายหลัง โจทก์ย่อมได้สิทธิในภาระจำยอมนั้นด้วย โจทก์ในฐานะเจ้าของสามยทรัพย์มีสิทธิขอให้ศาลบังคับจำเลยไปจดทะเบียนสิทธิภาระจำยอมในโฉนดของจำเลยได้ ถือเป็นการกระทำอันจำเป็นเพื่อรักษาสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1391

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่11599 จำเลย เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2077ที่ดินของโจทก์สามีโจทก์ขอรังวัดแบ่งแยกมาจากที่ดินโฉนดเลขที่ 2077เมื่อ พ.ศ. 2530 ก่อนแบ่งแยกผู้มีกรรมสิทธิ์ต่างครอบครองที่ดินแบ่งแยกผู้มีกรรมสิทธิ์ต่างครอบครองที่ดินเป็นสัดส่วนตลอดมาโจทก์และญาติโจทก์ออกสู่ถนนโดยใช้รถยนต์แล่นผ่านกลางที่ดินของจำเลยซึ่งเป็นทางกว้าง 2.70 เมตร ยาว 47 เมตร โดยความสงบเปิดเผยและด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 10 ปี จึงได้ภาระจำยอมต่อมานายไกรเจ้าของที่ดินเดิมของจำเลยได้ย้ายทางภารจำยอมออกมาอยู่ทางทิศตะวันตกของที่ดินมีขนาดกว้างยาวเท่าเดิม โจทก์และญาติโจทก์ใช้ทางนี้เป็นทางเดินและทางรถยนต์ตลอดมาเกินกว่า10 ปี เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2531 จำเลยปิดกั้นทางภารจำยอมดังกล่าว ขอให้จำเลยเปิดทางภาระจำยอมภายในเส้นสีแดงของแผนที่สังเขปท้ายฟ้องกับห้ามกระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดหรือเสื่อมความสะดวกอีกต่อไป ให้ไปจดทะเบียนทางภารจำยอมกว้าง 2.70 เมตร ยาว 47 เมตร หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย โดยให้ส่งโฉนดที่ดินแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์และญาติโจทก์อาศัยสิทธิจากเจ้าของเดิมใช้เป็นทางเดินออกสู่ถนนทางเดินดังกล่าวกว้างประมาณ 1 เมตรโจทก์ไม่เคยใช้รถยนต์แล่นเข้าสู่บ้านโจทก์ ปัจจุบันโจทก์ไปอยู่กับสามีนาน ๆ จึงจะกลับมาสักครั้ง เมื่อ พ.ศ. 2527 นายไกรเจ้าของที่ดินเดิมได้ย้ายทางเดินดังกล่าวไปอยู่ทางด้านทิศตะวันตกมีความกว้าง 1 เมตรเท่าเดิม ต่อมา พ.ศ. 2530 นายไกรขายที่ดินให้จำเลย จำเลยจึงล้อมรั้วลวดหนามเพื่อแสดงอาณาเขตที่แน่นอนและเปิดรั้วทางด้านทิศตะวันตกให้เป็นทางเดินให้โจทก์เข้าออกกว้างประมาณ 1 เมตร ที่ดินโจทก์และจำเลยเดิมเป็นที่ดินแปลงเดียวกันเพิ่งแบ่งแยกเมื่อ พ.ศ. 2530 นับถึงวันฟ้องยังไม่ครบ 10 ปีโจทก์จึงไม่ได้ภาระจำยอมโดยอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอม พิพากษาให้จำเลยเปิดทางภาระจำยอมในที่ดินโฉนดเลขที่ 2077 ตำบลเกาะศาลพระอำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี ตามเส้นหมึกสีแดง ก.ค.ง. และ ฉ.ในแผนที่พิพาท ให้ถอนต้นกล้วยกับรื้อรั้วลวดหนามออกจากทางพิพาทให้จำเลยไปจดทะเบียนภาระจำยอม หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยและให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 2077ตำบลเกาะศาลพระ อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี ให้โจทก์เพื่อดำเนินการจดทะเบียน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ให้จำเลยไปจดทะเบียนภาระจำยอม หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยและให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 2077 ตำบลเกาะศาลพระ อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี ให้โจทก์เพื่อดำเนินการจดทะเบียน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นได้ความตามที่คู่ความไม่โต้เถียงว่า ที่ดินของโจทก์และของจำเลยเดิมเป็นที่ดินแปลงเดียวกันมีเนื้อที่ 2 ไร่ 32 ตารางวา มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ 4 คน คือ นายเกิด ด้วงลัด นางปาน คงมั่นนายมอน พิมพา และนายเส็ง ด้วงลัด ปรากฏตามโฉนดเลขที่ 2077เอกสารหมาย จ.2 ที่ดินดังกล่าวทิศเหนือติดแม่น้ำอ้อม ทิศใต้ติดถนนสายราชบุรี-วัดเพลง ซึ่งประชาชนรวมทั้งเจ้าของเดิมและโจทก์กับจำเลยใช้สัญจรไปมา ผู้ถือกรรมสิทธิ์เดิมต่างครอบครองเป็นเจ้าของคนละแปลงเป็นส่วนสัดมากกว่า 10 ปี โดยด้านทิศเหนือแบ่งเป็น 2 แปลง มีเนื้อที่เท่า ๆ กัน คือ แปลงละ 2 งาน 8 ตารางวาแปลงด้านทิศตะวันออกเป็นของนายเส็ง แปลงด้านทิศตะวันตกเป็นของนางปาน ส่วนด้านทิศใต้เนื้อที่ 1 ไร่ 16 ตารางวา เป็นของนายเกิดและนายมอน ต่อมาที่ดินส่วนของนางปานและส่วนของนายเกิดกับนายมอนได้โอนต่อ ๆ กันมาหลายเจ้าของ ในที่สุดตกได้แก่โจทก์และจำเลยตามลำดับ ในปี 2530 ได้มีการแบ่งแยกโฉนด ของโจทก์ได้โฉนดเลขที่ 11599 ตามเอกสารหมาย จ.1 ส่วนของจำเลยโฉนดคงเดิมคือเอกสารหมาย จ.2 เจ้าของคนเดิมคนก่อน ๆได้ใช้ทางพิพาทเดินผ่านที่ดินที่ต่างครอบครองเป็นส่วนสัดเพื่อไปสู่แม่น้ำอ้อมหรือไปสู่ถนนสายราชบุรี-วัดเพลง มาหลายสิบปีปัญหาในชั้นฎีกามีว่า ทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอมโดยอายุความหรือไม่และมีความกว้างเท่าใด กับจะบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนภาระจำยอมและให้ส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 2077 ตำบลเกาะศาลพระ อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี ให้โจทก์เพื่อดำเนินการจดทะเบียนได้หรือไม่ สำหรับปัญหาแรกจำเลยฎีกาว่าทางพิพาทใช้กันฉันญาติพี่น้อง ไม่มีเจตนาใช้อย่างเป็นเจ้าของจึงไม่เป็นทางภาระจำยอมโดยอายุความ เห็นว่า การที่นายเกิดและนายมอนเจ้าของที่ดินเดิมยอมให้ที่ดินเฉพาะส่วนเป็นทางเดินไปสู่ถนนสายราชบุรี-วัดเพลงมาหลายสิบปีและหลายชั่วอายุคน ต่อมาเมื่อที่ดินดังกล่าวนี้ตกมาเป็นของนายไกร บุญบันดาล และได้มีการแบ่งแยกโฉนดแล
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2468/2537 · ทนอย Thanoy