ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2538

ฎีกาที่ 2470/2538

หลักกฎหมาย

แม้ภายหลัง ส. และ ว. จะถูกถอดถอนไม่ได้เป็นทนายความให้จำเลยทั้งสี่ก็ตามแต่คำท้าสาบานซึ่งถือว่าเป็นการยอมรับตามที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งเรียกร้องซึ่ง ส. และ ว.มีอำนาจทำได้ตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากจำเลยทั้งสี่ตามที่ระบุในใบแต่งทนายความก็มีผลบังคับได้ตามกฎหมายจำเลยทั้งสี่จึงมิอาจถอนคำท้าได้แม้จะได้ถอดถอน ส. และ ว. จากการเป็นทนายความก่อนถึงวันนัดท้าสาบานก็ตามเมื่อโจทก์สาบานได้ตามคำท้าจำเลยทั้งสี่จึงต้องแพ้คดี

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ ฟ้อง ขอให้ พิพากษา ว่า นิติกรรม ยกให้ ที่ดิน ตาม น.ส.3 ก.เลขที่ 701 เล่ม 8 ก. หน้า 1 เลขที่ ดิน 18 ตำบล ชานุมาน อำเภอ ชานุมาน จังหวัด อุบลราชธานี ระหว่าง จำเลย ทั้ง สี่ เป็น โมฆะ ให้ จำเลย ทั้ง สี่ จดทะเบียน แบ่งแยก ที่ดินพิพาท ให้ แก่ โจทก์ ครึ่ง หนึ่งของ เนื้อที่ ทั้ง แปลง หาก แบ่ง ไม่ได้ ไม่ว่า ด้วย ประการใด ให้ นำ ที่ดินพิพาท ออก ขายทอดตลาด นำ เงิน มา แบ่ง ให้ แก่ โจทก์ ตาม ส่วน กับ ให้ จำเลยทั้ง สี่ ใช้ ค่าเสียหาย ให้ แก่ โจทก์ ปี ละ 7,000 บาท นับ จาก วันฟ้อง เป็นต้นไป จนกว่า จำเลย ทั้ง สี่ จะ แบ่งแยก ที่ดินพิพาท ให้ แก่ โจทก์ จำเลย ทั้ง สี่ ให้การ ขอให้ ยกฟ้อง ระหว่าง พิจารณา คู่ความ ตกลง ท้า กัน ว่า ถ้า โจทก์ ยอม สาบานต่อ พระประธาน วัด ศิริมงคล บ้านโคกสาร ตำบล โคกสาร อำเภอชานุมาน จังหวัด อุบลราชธานี และ พระประธาน วัด ปากแซง บ้านปากแซง อำเภอ เขมราฐ จังหวัด อุบลราชธานี ว่า ที่ดินพิพาท เป็น ทรัพย์มรดก ที่ ยัง ไม่ได้ แบ่ง และ จำเลย ทั้ง สี่ ครอบครองแทน โจทก์ แล้ว จำเลยทั้ง สี่ ยอม แบ่ง ที่ดินพิพาท ให้ แก่ โจทก์ ครึ่ง หนึ่ง แต่ ถ้า โจทก์ ไม่ยอมสาบาน ให้ ถือว่า โจทก์ ยอม แพ้ ใน การ สาบาน คู่ความ ตกลง ให้ กระทำ ต่อหน้าจ่าศาล ถ้า โจทก์ ไม่ไป โดย ไม่มี ข้อ แก้ตัว อัน สมควร ให้ ถือว่า โจทก์ไม่ยอม สาบาน ถ้า ฝ่าย จำเลย ไม่ไป ก็ ให้ ดำเนินการ สาบาน ไป ได้ ศาลชั้นต้นอนุญาต ให้ เป็น ไป ตาม ที่ คู่ความ ท้า กัน ก่อน ถึง วันนัด สาบาน ทนายความจำเลย ทั้ง สี่ ที่ ได้รับ แต่งตั้ง ใหม่ ยื่น คำร้อง ว่า จำเลย ทั้ง สี่ไม่ยอม รับคำ ท้า ทนายความ จำเลย ทั้ง สี่ เดิม รับคำ ท้า ไป โดย จำเลย ทั้ง สี่มิได้ แต่งตั้ง ให้ มีอำนาจ เช่นนั้น จำเลย ทั้ง สี่ มิได้ ให้ สัตยาบันขอให้ ศาล ทำการ ไต่สวน และ มี คำสั่ง ยกเลิก คำท้า ศาลชั้นต้น มี คำสั่ง ว่าใบแต่งทนายความ ของ จำเลย ทั้ง สี่ ระบุ ให้ อำนาจ แก่ ทนายความ ว่า ยอมรับตาม ที่ คู่ความ อีกฝ่าย หนึ่ง เรียกร้อง แล้ว เมื่อ ปรากฏว่า ทนายความ จำเลยทั้ง สี่ ยอมรับ ตาม ที่ ฝ่าย โจทก์ ท้า ให้ สาบาน อันเป็น การ สละ ประเด็นข้อพิพาท ที่ มี อยู่ เดิม คำแถลง รับ ของ ทนายความ จำเลย ทั้ง สี่ จึง มีผล ผูกพัน จำเลย ทั้ง สี่ ใน ฐานะ ที่ เป็น ตัวการ เมื่อ ไม่ปรากฏ ว่า ทาง ฝ่ายโจทก์ ตกลง ให้ยก เลิก คำท้า ด้วย กรณี จึง ไม่มี เหตุ ที่ จะ ให้ ไต่สวน คำร้องให้ ดำเนิน กระบวนพิจารณา ตาม คำท้า ต่อไป ยกคำร้อง ทนายความ จำเลยทั้ง สี่ แถลง คัดค้าน คำสั่ง ครั้น ถึง วันนัด สาบาน ตาม คำท้า ฝ่าย จำเลยทั้ง สี่ ไม่ไป โจทก์ สาบาน ได้ ตาม คำท้า ศาลชั้นต้น พิพากษา ให้ จำเลย ทั้ง สี่ จดทะเบียน แบ่งแยก ที่ดิน ตามน.ส.3 ก. เลขที่ 701 เล่ม 8 ก. หน้า 1 เลขที่ ดิน 18 ตำบล ชานุมาน อำเภอ ชานุมาน จังหวัด อุบลราชธานี ให้ แก่ โจทก์ ใน จำนวน เนื้อที่ ครึ่ง หนึ่ง ของ ที่ดิน ทั้ง แปลง ถ้า แบ่ง ไม่ได้ ไม่ว่า ด้วย ประการใด ให้ นำที่ดิน ออก ขายทอดตลาด แล้ว นำ เงิน ที่ ได้ แบ่ง ให้ แก่ โจทก์ ตาม ส่วน คำขอ อื่นให้ยก จำเลย ทั้ง สี่ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษายืน จำเลย ทั้ง สี่ ฎีกา ศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า "คดี ได้ความ ว่า เมื่อ วันที่ 16 กรกฎาคม 2535โจทก์ จำเลย ตกลง ท้า สาบาน เป็น ข้อ แพ้ ชนะ ใน คดี ก่อน ถึง ใน วันนัด สาบานตาม คำท้า ครั้งแรก จำเลย ที่ 2 ที่ 3 ยื่น คำร้อง ว่า ใน วันนัด ไม่ได้ มาศาล การ ที่ จำเลย ที่ 1 ตกลง ท้า กับ โจทก์ นั้น จำเลย ที่ 2 ที่ 3ไม่ทราบ เรื่อง ไม่ได้ ให้ ความ ยินยอม ด้วย ขอคัด ค้าน ขอให้ งด การท้า และ ดำเนิน กระบวนพิจารณา ต่อไป ศาลชั้นต้น พิจารณา แล้ว ให้ยกคำร้อง ของ จำเลย ที่ 2 ที่ 3 และ คู่ความ นัด ไป สาบาน กัน ใหม่ วันที่8 สิงหาคม 2535 เวลา 9 นาฬิกา ทนายความ จำเลย ทั้ง สี่ ลงชื่อทราบ วันนัด ไว้ ต่อมา วันที่ 7 สิงหาคม 2535 จำเลย ทั้ง สี่ แต่งตั้งทนายความ คนใหม่ และ ขอ ถอน ทนายความ คนเดิม อ้างว่า มี ความ คิดเห็นไม่ ตรง กัน และ ใน วันเดียว กัน นั้น ทนายความ ของ จำเลย ทั้ง สี่ คนใหม่ ยื่นคำร้อง ต่อ ศาลชั้นต้น ขอให้ ยกเลิก คำท้า เพราะ จำเลย ที่ 1 หลงผิด และจำเลย ที่ 2 ถึง ที่ 4 มิได้ ตกลง ด้วย ทนายความ จำเลย ทั้ง สี่ คนเดิมไม่มี อำนาจ รับคำ ท้า ศาลชั้นต้น มี คำสั่ง ให้ยก คำร้อง ซึ่ง ทนายความ ของจำเลย ทั้ง สี่ คนใหม่ ได้ ทราบ คำสั่งศาล แล้ว คดี คง มี ปัญหา วินิจฉัย ตามฎีกา ของ จำเลย ทั้ง สี่ ว่า คำท้า นั้น ชอบ หรือไม่ ที่ จำเลย ทั้ง สี่ อ้างว่ารับคำ ท้า ไป โดย สำคัญผิด จำเลย ที่ 1 ไม่ทราบ ข้อเท็จจริง และ จำเลย ทั้ง สี่ได้ ขอ ยกเลิก กระบวนพิจารณา ที่ เป็น โมฆะ ก่อน มี การ สาบาน นั้น เห็นว่าใน การ ดำเนินคดี จำเลย ทั้ง สี่ ได้ แต่งตั้ง ให้ นาย ไสว มุทุกันต์ เป็น ทนายความ ใน วันนัด สืบพยานโจทก์ เมื่อ วันที่ 16 กรกฎาคม 2535โจทก์ ทนายความ ของ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2470/2538 · ทนอย Thanoy