คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2563
ฎีกาที่ 2496/2563
หลักกฎหมาย
ฎีกาของโจทก์เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่มิได้ปรากฏในคำฟ้องของโจทก์ มีลักษณะเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่เป็นไปโดยมุ่งประสงค์ให้นำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ถือได้ว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและมิใช่เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ เป็นข้อฎีกาที่มิชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ที่ใช้บังคับในขณะโจทก์ฟ้อง
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญเจ้าของร่วมครั้งที่ 4/2558 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 ของนิติบุคคลอาคารชุด ด. หากจำเลยทั้งสิบเอ็ดไม่เพิกถอนมติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสิบเอ็ดและห้ามจำเลยทั้งสิบเอ็ดนำเอามติที่ประชุมใหญ่วิสามัญเจ้าของร่วมครั้งที่ 4/2558 ไปทำการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับนิติบุคคลต่อสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาพระโขนง จำเลยทั้งสิบเอ็ดให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยโจทก์และจำเลยทั้งสิบเอ็ดมิได้ฎีกาโต้แย้งคัดค้านรับฟังได้เบื้องต้นว่า บริษัทวอเตอร์ฟอร์ด พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทบ้านไทร การ์เด้น จำกัด เป็นบริษัทกลุ่มเดียวกับโจทก์ ดำเนินการก่อสร้างอาคารชุด ด. จนแล้วเสร็จ และบริษัทบ้านไทร การ์เด้น จำกัด ยื่นจดทะเบียนอาคารชุดจัดตั้งนิติบุคคลอาคารชุด จำเลยที่ 1 หลังจากนั้น บริษัทบ้านไทร การ์เด้น จำกัด โอนกรรมสิทธิ์และสิทธิต่าง ๆ ของบริษัทตามที่ได้รับตามข้อบังคับของจำเลยที่ 1 ให้แก่โจทก์ เป็นเหตุให้เจ้าของร่วมทำหนังสือฉบับลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 ขอให้เปิดประชุมใหญ่สามัญต่อคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดของจำเลยที่ 1 แต่คณะกรรมการไม่ดำเนินการจัดประชุมภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือ เจ้าของร่วมจึงให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2558 ที่ประชุมมีมติถอดถอนคณะกรรมการของจำเลยที่ 1 และถอดถอนนายเรืองฤทธิ์ ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดของจำเลยที่ 1 ออกจากตำแหน่งพร้อมกับมีมติแต่งตั้งจำเลยที่ 2 ถึงที่ 10 เป็นกรรมการ และแต่งตั้งจำเลยที่ 11 เป็นผู้จัดการนิติบุคคลของจำเลยที่ 1 ต่อมาวันที่ 31 สิงหาคม 2558 จำเลยที่ 1 ออกหนังสือเชิญประชุมใหญ่ครั้งที่ 2/2558 เพื่อลงมติแก้ไขข้อบังคับ ในวันที่ 13 กันยายน 2558 ในวันนัดประชุมมีเจ้าของร่วมเข้าประชุมไม่ครบตามข้อบังคับ จากนั้น เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2558 จำเลยที่ 1 ออกหนังสือนัดประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 3/2558 เพื่อเรียกประชุมใหม่ภายใน 15 วัน โดยกำหนดนัดประชุมวันที่ 27 กันยายน 2558 แต่ปรากฏว่าไม่มีหลักฐานการส่งหนังสือเชิญประชุมให้แก่โจทก์ เป็นเหตุให้มีการยกเลิกการประชุม จนกระทั่งวันที่ 1 ตุลาคม 2558 จำเลยที่ 1 ออกหนังสือเชิญประชุมใหญ่ ครั้งที่ 3/2558 เพื่อลงมติแก้ไขข้อบังคับในวันที่ 18 ตุลาคม 2558 แต่เมื่อถึงวันนัดประชุมมีเจ้าของร่วมมาไม่ครบองค์ประชุม จำเลยที่ 1 ได้ออกหนังสือนัดประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 4/2558 เพื่อเรียกประชุมใหญ่ภายใน 15 วัน โดยกำหนดนัดประชุมวันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 เพื่อลงมติแก้ไขข้อบังคับนิติบุคคลของจำเลยที่ 1 ประเด็นต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า การประชุมใหญ่วิสามัญของเจ้าของร่วมครั้งที่ 4/2558 ชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับของนิติบุคคลหรือไม่ ประเด็นนี้โจทก์ฎีกาว่า การส่งหนังสือนัดประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 4/2558 มิได้มีการจัดส่งระเบียบวาระการประชุมให้เจ้าของร่วมตามความมุ่งหมายของพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 42/3 ที่บัญญัติว่า การเรียกประชุมใหญ่ต้องทำเป็นหนังสือนัดประชุมระบุสถานที่ วัน เวลา ระเบียบวาระการประชุม และเรื่องที่จะเสนอต่อที่ประชุมพร้อมด้วยรายละเอียดตามสมควรและจัดส่งให้เจ้าของร่วมไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนวันประชุม และขัดต่อข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุด ข้อ 43 วรรคท้าย ที่ระบุว่า การเรียกประชุมใหญ่ต้องทำเป็นหนังสือนัดประชุมระบุ สถานที่ วัน เวลา ระเบียบวาระการประชุม และเรื่องที่จะเสนอต่อที่ประชุม พร้อมด้วยรายละเอียดตามสมควร และจัดส่งให้เจ้าของร่วมไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนวันประชุม การประชุมใหญ่วิสามัญของเจ้าของร่วมครั้งที่ 4/2558 ไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับของนิติบุคคล แต่เมื่อตรวจพิเคราะห์หนังสือเชิญประชุมใหญ่วิสามัญเจ้าของร่วมครั้งที่ 4/2558 แล้วปรากฏข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนว่า การประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 4/2558 เป็นการนัดประชุมสืบเนื่องจากการประชุมใหญ่วิสามัญเจ้าของร่วม ครั้งที่ 3/2558 ซึ่งไม่สามารถประชุมได้เพราะเหตุมีผู้เข้าร่วมไม่ครบองค์ประชุม พร้อมทั้งมีการระบุระเบียบวาระการประชุมในวาระที่ 2 เรื่องการพิจารณาแก้ไขข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งเจ้าของร่วมย่อมทราบรายละเอียดของเรื่องราวที่จะประชุมสมตามความมุ่งหมายของกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดแล้ว ถือได้ว่า การส่งหนังสือนัดประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 4/2558 เป็นไปตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 42/3 และข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุด ข้อ 43 วรรคท้าย การประชุมใหญ่วิสามัญของเจ้าของร่วมครั้งที่ 4/2558 จึงเป็นไปโ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง