คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2564
ฎีกาที่ 250/2564
หลักกฎหมาย
โจทก์บรรยายฟ้องความผิดตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 เพียงว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันให้ผู้เสียหายทำสัญญาซื้อขายทองรูปพรรณสร้อยคอทองคำลายโซ่กลม ในลักษณะผ่อนชำระรายงวด อันเป็นการอำพรางการให้กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 มาตรา 4 (1) มิได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองอำพรางการให้กู้ยืมเงินโดยกำหนดข้อความอันเป็นเท็จในเรื่องจำนวนเงินกู้หรือเรื่องอื่น ๆ ไว้ในหลักฐานการกู้ยืมเพื่อปิดบังการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด อันจะเป็นความผิดตามมาตรา 4 (2) แต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 มาตรา 4 (2) ด้วย จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในคำฟ้อง ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง เสื้อคลุม 2 ตัว ซึ่งปักชื่อบริษัท น. จำเลยทั้งสองใช้สวมใส่เพื่อแสดงตนว่าเป็นพนักงานของบริษัท น. ส่วนรถจักรยานยนต์เป็นเพียงยานพาหนะใช้เพื่อความสะดวกในการเดินทาง จึงไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดโดยตรงอันศาลจะใช้ดุลพินิจพิพากษาให้ริบได้
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 มาตรา 4 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ข้อ 5, 7, 8, 14, 16 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91 ริบของกลางทั้งหมด จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้คืนสมุดตารางการรับชำระค่าสินค้าในแต่ละครั้ง 1 แผ่น เงินสด 280 บาท รถจักรยานยนต์ และเสื้อคลุม 2 ตัว ของกลางแก่เจ้าของ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 มาตรา 4 (1) (2) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุก 6 เดือน และปรับ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 โดยให้คุมความประพฤติของจำเลยที่ 1 ไว้ตลอดเวลาที่รอการลงโทษ ให้จำเลยที่ 1 ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือน ต่อครั้ง ให้จำเลยที่ 1 กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์มีกำหนด 24 ชั่วโมง ตามเงื่อนไขและกำหนดระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร และห้ามจำเลยที่ 1 ทำงานติดตามทวงหนี้หรือยุ่งเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดอีก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบสมุดตารางการรับชำระราคาสินค้า เงินสด รถจักรยานยนต์ และเสื้อคลุม ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า จำเลยทั้งสองเป็นพนักงานของบริษัทนิวมิรัล แอนด์ โกลด์ (2009) จำกัด ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการสาขามีอำนาจตรวจสอบข้อมูลและอนุมัติขายสินค้าให้แก่ลูกค้า ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นพนักงานทดลองงานโดยฝึกงานอยู่กับจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2561 นางสาวกุหลาบ ผู้เสียหายทำสัญญาซื้อทองรูปพรรณประเภทสร้อยคอลายโซ่กลม น้ำหนัก 7.6 กรัม (สองสลึง) 1 เส้น ราคา 14,615.25 บาท จากบริษัทนิวมิรัล แอนด์ โกลด์ (2009) จำกัด ตกลงชำระราคาในวันทำสัญญา 1,400 บาท ส่วนที่เหลือผ่อนชำระเป็นรายวัน วันละ 280 บาท รวม 48 งวด โดยงวดสุดท้ายชำระ 55.25 บาท ต่อมาวันที่ 15 มิถุนายน 2561 จำเลยทั้งสองสวมเสื้อคลุมของบริษัทขับรถจักรยานยนต์ไปหาผู้เสียหายซึ่งขายผลไม้สดและผลไม้ดองอยู่ที่ตลาดวัดสามง่าม อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม เพื่อเก็บเงินซึ่งผู้เสียหายผ่อนชำระราคาสร้อยคอทองคำที่ซื้อไปจำนวน 280 บาท หลังจากจำเลยทั้งสองได้รับเงินแล้ว พันตำรวจโทพีระพงษ์ และร้อยตำรวจเอกการุณ เจ้าพนักงานตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรนครปฐมกับพวกจับกุมจำเลยทั้งสองในข้อหาร่วมกันประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาร่วมกันอำพรางการให้กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ เจ้าพนักงานตำรวจยึดสมุดตารางการรับชำระค่าสินค้าในแต่ละครั้ง 1 แผ่น เงินสด 280 บาท รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน 1 กณ นครปฐม 7397 และเสื้อคลุม 2 ตัว เป็นของกลาง วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง มีหนังสือที่ กค 1014/2953 ถึงผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรดอนตูมชี้แจงว่า บริษัทที่ขายสินค้าของตนเองเป็นทางการค้าปกติและให้ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าไปสามารถเลือกผ่อนชำระเงินเป็นงวด ๆ ได้ จะไม่ถือว่าเป็นการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลที่ต้องขออนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สำหรับความผิดฐานร่วมกันประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้องโดยโจทก์มิได้อุทธรณ์ ส่วนความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 สำหรับจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน โจทก์มิได้ฎีกาจึงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 คดีคงขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาเฉพาะในส่วนของจำเลยที่ 1 สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 ว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานร่วมกันกระทำการอันมีลักษณะเป็นการอำพรางการให้กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 หรือไม่ เห็นว่า เมื่อผู้เสียหายได้รับสร้อยคอทองคำจากบริษัทนิวมิรัล แอนด์ โกลด์ (2009) จำกัด ก็นำไปขายในวันเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงเจตนาที่แท้จริงของผู้เสียหายในการผูกนิติสัมพันธ์กับบริษัทว่าผู้เสียหายต้องการเงินสดจากบริษัทมาใช้จ่ายตามความประสงค์ของตนเท่านั้น หาใช่ต้องการทองรูปพรรณมาเพื่อเป็นเครื่องประดับหรือเก็บไว้เพื่อเก็งกำไรในส่วนต่างของราคาทองคำที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคตแต่อย่างใดไม่ เมื่อพิจารณาถึงการประกอบการธุรกิจของบริษัทนิวมิรัล แอนด์ โกลด์ (2009) จำกัด ปรากฏว่าบริษัทมีสถานประกอบการเป็นอาคารพ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง