ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2559

ฎีกาที่ 2557/2559

หลักกฎหมาย

การที่คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยปัญหาอายุความว่า ผู้ร้องที่ 2 ไม่ใช่บุคคลภายนอกผู้รับประโยชน์ตามสัญญาซึ่งไม่ถูกต้องแล้วนับอายุความสิทธิเรียกร้องของผู้ร้องทั้งสองในฐานะตัวการตัวแทนจึงไม่ถูกต้อง อันเป็นการวินิจฉัยสถานะของคู่ความโดยปรับบทกฎหมายไม่ถูกต้องไม่ใช่เพียงการวินิจฉัยอายุความเท่านั้น แต่เป็นกรณีปรากฏต่อศาลว่าการยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ผู้ร้องทั้งสองมีสิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นได้ตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 (1) และศาลมีอำนาจเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการตามมาตรา 40 วรรคสาม (2) (ข)

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ในคดีระหว่างผู้ร้องทั้งสองกับผู้คัดค้าน หมายเลขดำที่ 90/2553 หมายเลขแดงที่ 67/2556 ของสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม เนื่องจากคณะอนุญาโตตุลาการ (เสียงข้างมาก) วินิจฉัยชี้ขาดนอกคำเสนอข้อพิพาทและคำคัดค้านและเกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาท ไม่ชอบด้วยกฎหมายและการยอมรับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ (เสียงข้างมาก) เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตามมาตรา 40 (1) (ง) และมาตรา 40 (2) (ข) แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 และให้ผู้คัดค้านชำระเงินจำนวน 190,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2548 จนถึงวันเสนอข้อพิพาทรวมเป็นเงิน 331,797,260.27 บาท และให้ผู้คัดค้านชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินค่าตอบแทนจำนวน 190,000,000 บาท นับถัดจากวันเสนอข้อพิพาทจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้องทั้งสอง ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสอง ศาลแพ่งพิพากษาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 90/2553 หมายเลขแดงที่ 67/2556 ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2556 ระหว่างคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 1998 ผู้ร้องที่ 1 และการกีฬาแห่งประเทศไทย ผู้ร้องที่ 2 กับบริษัทสามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้คัดค้าน ของสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม ให้ผู้คัดค้านชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้อง โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท ส่วนคำขอบังคับให้ยกเสีย ผู้ร้องทั้งสองและผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังว่า ผู้ร้องที่ 1 เป็นคณะบุคคล ใช้ชื่อว่า คณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 1998 (Bangkok Asian Games 1998 Organizing Committee เรียกโดยย่อว่า BAGOC) หรือคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 13 จัดตั้งขึ้นตามมติของคณะรัฐมนตรี สืบเนื่องจากการที่ประเทศไทยได้รับคัดเลือกจากสภาโอลิมปิคแห่งเอเชีย (The Olympic Council Of Asia เรียกโดยย่อว่า OCA) ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 6 ถึง 20 ธันวาคม 2541 ซึ่งเดิมมีคณะกรรมการจำนวน 54 คน ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานที่ปรึกษา รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลการบริหารราชการการกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่สั่งและปฏิบัติราชการการกีฬาแห่งประเทศไทย กับประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยเป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง อัยการสูงสุดผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เป็นต้น เป็นกรรมการเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยเป็นกรรมการและเลขาธิการโดยตำแหน่ง คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่จัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 13 ให้บรรลุเป้าหมายเป็นผลดีที่สุดแก่ประเทศชาติและเป็นไปตามกฎธรรมนูญสหพันธ์ ตลอดจนการขอรับการสนับสนุนในการเตรียมงานและจัดการแข่งขันจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน และจัดทำรายงานเสนอเมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขัน รวมทั้งมีอำนาจจัดการสิทธิประโยชน์ต่างๆ และติดตามหนี้สิน ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอให้ปรับปรุงคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 13 เนื่องจากยังมีภารกิจที่จะต้องดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวกับการติดตามหนี้สิน ค่าสิทธิประโยชน์และอื่นๆ ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เป็นคู่สัญญาต่างๆ ต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ ผู้ร้องที่ 2 เป็นนิติบุคคลใช้ชื่อว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2528 มีชื่อภาษาอังกฤษว่า SPORTS AUTHORITY OF THAILAND เรียกโดยย่อว่า SAT และเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี หลังจากมีการปฏิรูประบบราชการเมื่อปี 2545 ผู้ร้องที่ 2 โอนไปสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจนถึงปัจจุบัน ผู้ร้องที่ 2 มีอำนาจหน้าที่ดูแลงานด้านกีฬาของประเทศ ตลอดจนเป็นผู้ดำเนินการให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ร้องที่ 1 ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบงานการดำเนินการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 และปรับปรุงองค์ประกอบคณะกรรมการของผู้ร้องที่ 1 ผู้ร้องที่ 2 เป็นผู้ดูแลสนามที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 รวมทั้งงานพิธีเปิดและปิดกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ปัจจุบันมีนายกนกพันธ์ เป็นผู้ว่าการและเป็นผู้แทนตามกฎหมาย ผู้ร้องที่ 1 มอบอำนาจให้ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยดำเนินคดีแทน ผู้คัดค้านเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชน จำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการค้าและให้บริการต่าง ๆ มีนายเจริญรัฐ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2557/2559 · ทนอย Thanoy