คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2544
ฎีกาที่ 2567/2544
หลักกฎหมาย
การที่จำเลยใช้ปืนยิงไปที่กลุ่มคนหมู่มากและอยู่ในที่จำกัดบนรถยนต์โดยสารที่จำเลยโดยสารมาด้วย ถือได้ว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าโดยย่อมเล็งเห็นผล เมื่อมีผู้ถูกกระสุนปืนทั้งถึงแก่ความตายและไม่ตาย จำเลยต้องมีความผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่า
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันคือ จำเลยมีอาวุธปืนขนาด .38 หมายเลขทะเบียนกท.747494 ซึ่งเป็นของผู้อื่นที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายจำนวน 1 กระบอก และมีกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 6 นัด ที่ใช้ยิงได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ และได้พาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวติดตัวไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ทั้งไม่ใช่กรณีมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ จำเลยได้ใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงนายเทพฤทธิ์ เสืออิ่ม นางก้องเกียรติ สัมมาตริ นายพิชิตฉัตรเนตร นายสุวิทย์ ขำสุนทร และนายวิชัย รุประมาณ จำนวน6 นัด โดยเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้นายเทพฤทธิ์ถึงแก่ความตายส่วนบุคคลอื่นนั้นจำเลยได้ลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล เนื่องจากบุคคลเหล่านั้นไม่ถึงแก่ความตาย เพียงแต่เป็นเหตุให้นายวิชัยได้รับอันตรายสาหัสต้องป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาและจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน ส่วนนายสุวิทย์ นายพิชิต และนายก้องเกียรติได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 32, 33, 90, 91พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 772 ทวิริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายสาโรจน์ เสืออิ่ม บิดาของนายเทพฤทธิ์เสืออิ่ม ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต(ที่ถูกอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์ได้เฉพาะข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาและพยายามฆ่าผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และมาตรา 288, 80 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288อันเป็นกฎหมายหลายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกจำเลยตลอดชีวิต และจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคสาม และ 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนของผู้อื่น จำคุก 1 ปี และฐานพาอาวุธปืน จำคุก 1 ปี คำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ประกอบด้วยมาตรา 53 คงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 จำคุก 33 ปี 4 เดือน ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 72 วรรคสาม จำคุก 8 เดือน และมาตรา 72ทวิ วรรคสอง จำคุก 8 เดือน รวมจำคุก 33 ปี 20 เดือน ริบของกลางและให้ยกฟ้องฐานพยายามฆ่านายวิชัย รุประมาณ ผู้เสียหายที่ 4 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 69และมาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80, 69 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 69ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 15 ปี คำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 10 ปี เมื่อรวมกับโทษฐานมีอาวุธปืนของผู้อื่นและฐานพาอาวุธปืนแล้ว เป็นจำคุก10 ปี 16 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นได้ความว่าในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางไปจริง และนายเทพฤทธิ์ เสืออิ่มถูกกระสุนปืนดังกล่าวถึงแก่ความตาย ส่วนผู้เสียหายทั้งสี่ถูกกระสุนปืนบาดเจ็บ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนพอสมควรแก่เหตุหรือไม่ ตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันซึ่งจำเลยฎีกาโต้แย้งว่า จำเลยกระทำเพื่อป้องกันตนแต่พอสมควรแก่เหตุนั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า ขณะเกิดเหตุผู้ตายและผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นนักเรียนโรงเรียนศิลปพระนครสำหรับผู้เสียหายที่ 4 เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัทแห่งหนึ่ง ส่วนจำเลยเรียนอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคดุสิต ผู้เสียหายทั้งสี่กับจำเลยต่างเป็นคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ในช่วงเวลาเกิดเหตุนักเรียนโรงเรียนผู้ตายมีเรื่องกับนักเรียนโรงเรียนอื่น เหตุเกิดตอนเช้
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง