คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2564
ฎีกาที่ 2582/2564
หลักกฎหมาย
ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 โดยมาตรา 3 และมาตรา 4 แห่งพระราชกำหนดดังกล่าวให้ยกเลิกความในมาตรา 7 และมาตรา 224 แห่ง ป.พ.พ. และให้ใช้ความใหม่แทน เป็นผลให้ดอกเบี้ยผิดนัดปรับเปลี่ยนจากอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นอัตราร้อยละ 5 ต่อปี หรืออัตราดอกเบี้ยใหม่ที่กระทรวงการคลังปรับเปลี่ยนโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาบวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ทำให้ดอกเบี้ยผิดนัดของค่าสินไหมทดแทนซึ่งเป็นหนี้เงินที่ถึงกำหนดชำระตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 ต้องปรับเปลี่ยนจากอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ดังนี้ เมื่อปัญหาเรื่องอัตราดอกเบี้ยขัดต่อกฎหมายหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและกำหนดดอกเบี้ยให้ถูกต้องตามพระราชกำหนดดังกล่าวได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 252 และ ป.วิ.อ. มาตรา 40
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายโดยบันดาลโทสะ ระหว่างพิจารณา นางอมร ภริยาของนายประวิทย์ ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต และโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนรวมเป็นเงิน 4,133,144 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 4,024,000 บาท นับถัดจากวันยื่นคำร้อง (วันที่ 6 สิงหาคม 2562) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม จำเลยให้การในคดีส่วนแพ่งว่า ผู้ตายมีส่วนกระทำความผิดด้วยและค่าสินไหมทดแทนสูงเกินส่วน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก ประกอบมาตรา 72 จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 และให้จำเลยชำระเงิน 780,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 26 มีนาคม 2562 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมในคดีส่วนแพ่งให้เป็นพับ โจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ให้ลงโทษจำคุก 18 ปี คำให้การของจำเลยชั้นสอบสวนและคำเบิกความของจำเลยชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 12 ปี และให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินค่าสินไหมทดแทน 780,000 บาทนับตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2562 ตามที่โจทก์ร่วมขอเป็นต้นไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมคดีส่วนแพ่งชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังยุติโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งในชั้นนี้ว่า โจทก์ร่วมและนายประวิทย์ ผู้ตาย เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนจำเลยและนางสาวอรพิน เคยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายและมีบุตรด้วยกัน 2 คน รวมทั้งเด็กชายธนโชติ แต่หย่ากันเมื่อปี 2557 ก่อนเกิดเหตุ 4 ปีเศษ ผู้ตายและนางสาวอรพินมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว วันเกิดเหตุวันที่ 26 มีนาคม 2562 เวลาประมาณ 22 นาฬิกา จำเลยใช้ไม้ลักษณะสี่เหลี่ยมยาวประมาณ 1 เมตร ตีศีรษะผู้ตายภายในบ้านที่นางสาวอรพินพักอยู่กับเด็กชายธนโชติซึ่งเป็นบ้านที่เกิดเหตุ ผู้ตายวิ่งออกจากบ้านที่เกิดเหตุแล้วไปล้มหมดสติอยู่บริเวณหน้าโรงเรียน ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร แล้วมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวผู้ตายส่งโรงพยาบาล ต่อมาวันที่ 6 เมษายน 2562 ผู้ตายถึงแก่ความตาย แพทย์ชันสูตรพลิกศพผู้ตายพบบาดแผลฟกช้ำที่ศีรษะด้านขวา ขนาด 5 เซนติเมตร ที่รอบเบ้าตาขวา ขนาดกว้าง 4 เซนติเมตร ยาว 6 เซนติเมตร และบาดแผลถลอกที่คาง ขนาด 0.5 เซนติเมตร และ 1 เซนติเมตร รอบ ๆ บวมช้ำขนาด 3 เซนติเมตร ไม่พบรอยกดรัดบริเวณลำคอ ไม่พบบาดแผลอื่น ๆ ที่อาจเป็นสาเหตุการตาย ผ่าตรวจศพภายใน พบหนังศีรษะส่วนบนและขมับทั้งสองข้างช้ำรุนแรง พบกะโหลกศีรษะด้านซ้ายและส่วนฐานด้านซ้ายแตกร้าวรุนแรง พบเลือดออกบนเยื่อหุ้มสมองด้านซ้าย 150 มิลลิลิตร สมองบวมมากกดทับไปทางด้านขวา พบเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองกลีบหน้าซ้าย 10 มิลลิลิตร พบเลือดฉาบที่ผิวสมองทั่ว ๆ พบเลือดออกในเนื้อสมองกลีบกระหม่อมซ้าย 5 มิลลิลิตร เนื้อสมองกลีบขมับทั้งสองข้างช้ำและฉีกขาด ตรวจบริเวณลำคอ ทรวงอก ช่องท้อง ไม่พบลักษณะการได้รับบาดเจ็บ และไม่พบลักษณะผิดปกติที่อาจเป็นสาเหตุการตาย เหตุที่ตายเนื่องจากบาดเจ็บที่สมองอย่างรุนแรง สันนิษฐานว่าเกิดจากถูกทำร้ายร่างกาย วันที่ 27 มีนาคม 2562 ญาติของผู้ตายมาแจ้งความต่อร้อยตำรวจเอกบรรจง พนักงานสอบสวน ร้อยตำรวจเอกบรรจงไปตรวจบ้านที่เกิดเหตุพบนางสาวอรพิน บ้านที่เกิดเหตุเป็นอาคารปูน 1 ชั้น แบ่งเป็น 2 คูหา เลขที่ 90/3 และ 90/4 บริเวณหน้าบ้านเป็นประตูเหล็กดึงขึ้นลง 2 ช่อง สภาพบ้านเลขที่ 90/3 บริเวณด้านหน้าติดกับถนน ส่วนบริเวณด้านหลังเป็นลานโล่งและมีประตูหลังบ้าน ตรวจสอบภายในบ้านเมื่อเปิดประตูเหล็กเลื่อนขึ้น บริเวณกลางบ้านเป็นห้องโถง ถัดจากห้องเข้าไปเป็นห้องนอนด้านซ้ายมือของบ้าน ถัดเข้าไปเป็นห้องน้ำซึ่งอยู่ติดกับประตูหลังบ้าน ไม่พบรอยคราบโลหิตและอาวุธในที่เกิดเหตุ นางสาวอรพินแจ้งว่าจำเลยซึ่งเป็นสามีเก่าใช้ไม้ยาวประมาณ 1 เมตรเศษ ตีศีรษะผู้ตาย แล้วผู้ตายวิ่งหนีออกจากบ้านที่เกิดเหตุ เมื่อนางสาวอรพินโทรศัพท์สอบถามผู้ตายว่าอยู่ที่ใดและบาดเจ็บหรือไม่ ได้รับแจ้งว่าอยู่บริเวณหน้าโรงเรียน เมื่อร้อยตำรวจเอกบรรจงเดินทางไปบริเวณโรงเรียน ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร ไม่พบผู้ต
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง