ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2549

ฎีกาที่ 2584/2549

หลักกฎหมาย

คดีที่โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้น จำเลยทั้งสองซุกซ่อนเมทแอมเฟตามีนจำนวน 4,000 เม็ด ไว้ใต้เบาะที่นั่งในรถยนต์ของกลาง และเก็บเมทแอมเฟตามีนจำนวน 296,000 เม็ด กับเฮโรอีนจำนวน 10 แท่ง ของกลางในกระเป๋าที่กระโปรงหลังรถยนต์ของกลางเท่านั้น จำเลยทั้งสองหาได้ดัดแปลงสภาพรถยนต์ของกลางทั้งสองคันเพื่อจะซุกซ่อนยาเสพติดให้โทษแต่อย่างใดไม่ รถยนต์ของกลางทั้งสองคันจึงมิใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษโดยตรงอันจะพึงริบตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 102 และ ป.อ. มาตรา 33

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91 ริบเมทแอมเฟตามีน เฮโรอีน กระเป๋าสะพาย และรถยนต์ของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง (เดิม) (ที่ถูกวรรคหนึ่งด้วย), 66 วรรคสอง (เดิม) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง ฐานร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง คำรับสารภาพของจำเลยทั้งสองชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา แต่เมื่อพิจารณายาเสพติดให้โทษที่จำเลยทั้งสองร่วมกันมีไว้ในครอบครองแล้ว ไม่สมควรลดโทษโดยอาศัยเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ริบเมทแอมเฟตามีน เฮโรอีน กระเป๋าสะพาย รถยนต์หมายเลขทะเบียน วข 1794 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์หมายเลขทะเบียน ภอ 5218 กรุงเทพมหานคร ของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนและเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายกรรมเดียว ลงโทษประหารชีวิต ให้ยกคำขอริบรถยนต์หมายเลขทะเบียน วข 1794 กรุงเทพมหานคร และหมายเลขทะเบียน ภอ 5218 กรุงเทพมหานคร โดยให้คืนรถยนต์ดังกล่าวแก่เจ้าของ ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสองพร้อมกับยึดเมทแอมเฟตามีนจำนวน 300,000 เม็ด น้ำหนักรวม 27,858.95 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 6,980.61 กรัม และเฮโรอีนจำนวน 10 แท่ง น้ำหนักรวม 3,369 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 2,626.136 กรัม รถยนต์หมายเลขทะเบียน วข 1794 กรุงเทพมหานคร และหมายเลขทะเบียน ภอ 5218 กรุงเทพมหานคร เป็นของกลาง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และโจทก์ว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจเอกปรีชา สมสถาน และจ่าสิบตำรวจสุรสิทธิ์ เทียมครู ผู้จับกุม กับนางวันดีมาเบิกความเป็นพยานยืนยันว่า ในวันที่ 17 เมษายน 2545 เวลาประมาณ 1 นาฬิกา พยานผู้จับกุมทั้งสองได้จับกุมนางวันดีได้พร้อมกับเมทแอมเฟตามีนจำนวน 600 เม็ด จาการสอบถามนางวันดียอมรับว่านางวันดีได้เมทแอมเฟตามีนดังกล่าวมาจากจำเลยที่ 1 ร้อยตำรวจเอกปรีชาจึงให้นางวันดีติดต่อขอซื้อเมทแอมเฟตามีนจำนวน 4,000 เม็ด จากจำเลยที่ 1 ทางโทรศัพท์ จำเลยที่ 1 ตกลงจะขายและนัดหมายให้นางวันดีไปรอรับเมทแอมเฟตามีนที่บริเวณลานจอดรถยนต์ในวัดที่เกิดเหตุในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 12.30 นาฬิกา ภายหลังจากที่จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน วข 1794 กรุงเทพมหานคร เข้ามาในวัดที่เกิดเหตุและจอดรถใกล้ศาลาตั้งศพโดยมีจำเลยที่ 2 นั่งมาภายในรถคันดังกล่าวด้วย ร้อยตำรวจเอกปรีชากับพวกไปที่รถยนต์ดังกล่าวแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจขอทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว พบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 5,000 เม็ด ซึ่งซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะที่จำเลยที่ 2 นั่ง จากนั้นจำเลยทั้งสองได้นำร้อยตำรวจเอกปรีชากับพวกไปตรวจค้นที่บ้านที่เกิดเหตุตามที่จำเลยที่ 1 รับว่ายังมีเมทแอมเฟตามีนที่เหลือซุกซ่อนอยู่อีก ซึ่งผลการตรวจค้นที่กระโปรงท้ายรถยนต์หมายเลขทะเบียน ภอ 5218 กรุงเทพมหานคร พบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 296,000 เม็ด และเฮโรอีนจำนวน 10 แท่ง ของกลาง โดยจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม เห็นว่า การจับกุมจำเลยทั้งสองสืบเนื่องจากการที่ร้อยตำรวจเอกปรีชาจับกุมนางวันดีได้พร้อมกับเมทแอมเฟตามีนจำนวน 600 เม็ด ในคืนวันที่ 17 เมษายน 2545 ตามสำเนาบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.15 เมื่อสอบถามนางวันดีเกี่ยวกับเมทแอมเฟตามีนดังกล่าว นางวันดีรับว่าได้รับมาจากจำเลยที่ 1 ซึ่งตามทางสืบสวนของร้อยตำรวจเอกปรีชาสืบทราบว่าจำเลยที่ 1 เป็นภรรยาคนหนึ่งของนายอรุณ ขาวประเสริฐ ซึ่งถูกดำเนินคดีข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษพัทยา ร้อยตำรวจเอกปรีชาจึงให้นางวันดีใช้โทรศัพท์ของนางวันดีซึ่งยึดไว้เป็นของกลางติดต่อขอซื้อเมทแอมเฟตามีนจำนวน 4,000 เม็ด จากจำเลยที่ 1 ทางโทรศัพท์ของจำเลยที่ 1 ซึ่งยึดเป็นของกลางคดีนี้ จำเลยที่ 1 ก็ได้นัดหมายให้นางวันดีไปรับเมทแอมเฟตามีนจำนวน 4,000 เม็ด ที่ลานจอดรถวัดที่เกิดเหตุในวันดังกล่าวเวลา 12 นาฬิกา และจำเลยที่ 1 ก็ได้ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน วข 1794 กรุงเทพมหานคร มาพร้อมกับจำเลยที่ 2 โดยมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 4,000 เม็ด ตาม
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2584/2549 · ทนอย Thanoy