คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2567
ฎีกาที่ 2587/2567
หลักกฎหมาย
กระบวนการบังคับคดีต้องมีความชัดเจน แน่นอนและคาดหมายได้ และไม่อาจถือว่าการถอนการบังคับคดีเป็นสิทธิเด็ดขาดของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่จะกระทำเมื่อใดก็ได้ โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวพันกับบุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริต เมื่อข้อเท็จจริงยังไม่อาจเชื่อได้ว่าในวันที่ 28 สิงหาคม 2563 โจทก์ตกลงกับจำเลย และได้รับชำระหนี้จากจำเลยแล้ว นอกจากนั้นในวันนัดไต่สวนคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนการบังคับคดีเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2564 ก็ปรากฏว่าโจทก์มิได้มีผู้แทนโจทก์มาเบิกความยืนยันเรื่องการตกลงกับจำเลยและรับชำระหนี้จากจำเลยตามสำเนาเอกสารที่ส่งศาลเช่นเดียวกับจำเลยก็มิได้มีผู้แทนของจำเลยมาเบิกความยืนยันในเรื่องดังกล่าว คงอ้างแต่เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นพยานเท่านั้น ทั้งในวันที่โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนการบังคับคดีฉบับลงวันที่ 16 มีนาคม 2564 นั้น ทนายโจทก์ซึ่งเป็นตัวแทนในคดีที่โจทก์แต่งตั้งไว้กลับแจ้งในคำร้องว่าที่ดินแปลงนี้อยู่ระหว่างการขายทอดตลาด ซึ่งมีความหมายว่ายังไม่มีผู้ใดซื้อได้ ทั้ง ๆ ที่โจทก์และหรือทนายโจทก์ควรต้องรู้อยู่แล้วว่าที่ดินแปลงนี้ผู้ร้องเป็นผู้ซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 การที่โจทก์และหรือทนายโจทก์กลับระบุในคำร้องเช่นนั้น จึงเป็นการให้ข้อเท็จจริงที่ทำให้ศาลชั้นต้นหลงเข้าใจไปว่าที่ดินแปลงนี้ยังขายทอดตลาดไม่ได้และอนุญาตให้โจทก์ถอนการบังคับคดีที่ดินแปลงนี้ไป แม้โจทก์จะอ้างว่าที่ทนายโจทก์ทำไปเช่นนั้นเป็นความบกพร่องของทนายโจทก์เองก็เป็นข้ออ้างที่รับฟังไม่ได้ เพราะพฤติการณ์ตั้งแต่ต้นแสดงให้เห็นว่าทั้งโจทก์และจำเลยที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี ไม่เอาใจใส่ต่อกระบวนการบังคับคดีที่มีความสำคัญกระทบโดยตรงต่อส่วนได้เสียของตน กระทบต่อการทำงานของศาล และเจ้าพนักงานบังคับคดีและที่สำคัญกระทบต่อผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้เข้าสู้ราคาโดยสุจริตและได้สิทธิอันเกิดจากสัญญาซื้อขายโดยชอบแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิถอนการบังคับคดีที่จะส่งผลให้สัญญาซื้อขายที่บริบูรณ์แล้วเป็นอันสิ้นผล การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนการบังคับคดีเป็นการกระทำไปโดยผิดหลงอันเกิดจากการกระทำของโจทก์ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สุจริตตาม ป.พ.พ. มาตรา 5 ที่ส่งผลให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการบังคับคดีตามคำสั่งศาล ทำให้กระบวนการปฏิบัติการชำระหนี้ตามสัญญาซื้อขายถูกแทรกแซงและต้องหยุดชะงักลง กรณีจึงมีเหตุอันสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะต้องเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์ถอนการบังคับคดี
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
กรณีสืบเนื่องจากจำเลยทำสัญญาซื้อที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 24562 เนื้อที่ 3 งาน 24 ตารางวาเศษจากโจทก์ แล้วจำเลยผิดสัญญา โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกค่าเสียหาย ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยชำระเงิน 406,222.08 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2557 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 15,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก คดีถึงที่สุด เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินเนื้อที่ 3 งาน 24 ตารางวา เศษวา 5/10 พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินเป็นบ้านพักอาศัยตึก 1 ชั้น กว้าง 20 เมตร ยาว 15 เมตร รวมเนื้อที่สิ่งปลูกสร้าง 300 ตารางเมตร ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 24562 รวมราคาประเมินเฉพาะส่วนของจำเลย 4,105,500 บาท เพื่อนำออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดโดยการปิดประกาศเมื่อวันที่ 1 และ 11 พฤศจิกายน 2563 โจทก์และจำเลยทราบเรื่องการประกาศขายทอดตลาดแล้ว ซึ่งกำหนดวันนัดขายทอดตลาดในวันที่ 24 ธันวาคม 2563 วันที่ 14 มกราคม 2564 วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 และวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 10.30 น. ในการขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 ผู้ร้องเป็นผู้ซื้อทรัพย์ได้ในราคา 2,880,000 บาท และทำสัญญาซื้อขายกับเจ้าพนักงานบังคับคดีในวันเดียวกัน ผู้ร้องวางมัดจำไว้ 250,000 บาท ราคาที่เหลือเจ้าพนักงานบังคับคดีอนุญาตให้ผู้ร้องขยายระยะเวลาชำระราคาได้ถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2564 ต่อมาวันที่ 16 มีนาคม 2564 โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนการบังคับคดีที่ดินแปลงดังกล่าว เนื่องจากได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาจากจำเลย 1,400,000 บาท พร้อมทั้งแนบสำเนาบันทึกข้อตกลงเป็นภาษาอังกฤษฉบับลงวันที่ 28 สิงหาคม 2563 พร้อมคำแปล และสำเนาแคชเชียร์เช็ค มาท้ายคำร้องด้วย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต แจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดีทราบ เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบคำสั่งศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564 และมีคำสั่งในวันเดียวกันว่า ถอนการบังคับคดีตามคำสั่งศาล ส่งการเงินคิดค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายและค่าใช้จ่ายในการบังคับคดี แจ้งโจทก์ เจ้าพนักงานที่ดิน ผู้ซื้อ และจำเลยทราบ และรายงานศาล วันที่ 24 มีนาคม 2564 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งที่อนุญาตให้โจทก์ถอนการบังคับคดีที่ดินแปลงนี้ เพราะเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 (ที่ถูก มาตรา 295) และมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีต่อไป โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ที่โจทก์มิได้แจ้งต่อศาลว่ามีการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างไปแล้วเป็นเพราะความบกพร่องของทนายความโจทก์ โจทก์มิได้ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ผู้ร้องยังชำระราคาไม่ครบ และยังไม่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ ขอให้ยกคำร้อง จำเลยยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์ครบถ้วน จึงไม่มีเหตุที่จะบังคับคดีต่อไป ถือว่าการบังคับคดีเสร็จสิ้นแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292 (7) ผู้ร้องยังชำระราคาไม่ครบ และยังไม่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความดังกล่าวมาข้างต้น คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามที่ผู้ร้องได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนการบังคับคดีที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 24562 พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบหรือไม่ เห็นว่า การบังคับคดีหลังจากศาลมีคำพิพากษาเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดีในฐานะเจ้าพนักงานศาล ทำหน้าที่ใช้วิธีการและกระบวนการตามกฎหมายคือการยึดและอายัดเพื่อรวบรวมทรัพย์สินต่าง ๆ รวมทั้งเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษานำมาจัดสรรจ่ายชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในกรณีที่หนี้ตามคำพิพากษาเป็นหนี้เงินและในฐานะที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นผู้แทนของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา แต่ในกรณีที่เป็นทรัพย์สินอื่นที่ไม่ใช่เงิน การบังคับคดีก็จะต้องมีวิธีการและกระบวนการเปลี่ยนทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาให้เป็นเงินอีกด้วย เพื่อนำมาจัดสรรจ่ายชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต่อไป ซึ่งในกระบวนการเปลี่ยนทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นเงินนี้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งให้ใช้วิธีการขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ควบคู่ไปด้วย นั่นคือบทบัญญัติในบรรพ 3 หมวด 4 ส่วนที่ 3 ขายทอดตลาด มาตรา 509 ถึงมาตรา 517 ซึ่งการขายทอดตลาดเป็
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง