คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2564
ฎีกาที่ 2602/2564
หลักกฎหมาย
ตามมาตรา 5 และมาตรา 8 ของ พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 สถานศึกษาของเอกชนที่จัดตั้งขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การศึกษาในระดับปริญญา ทำการสอน การวิจัยและการอื่น ๆ ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 8 แม้จะยังไม่มีการเรียนการสอน สถานศึกษาเอกชนนั้นย่อมมีสถานะเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้ว และจากบทบัญญัติของมาตรา 9 มหาวิทยาลัยจึงเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนประเภทหนึ่งที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั้งในด้านวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงหลายสาขาวิชา เพื่อให้ประกาศนียบัตร อนุปริญญา หรือปริญญาแก่ผู้สำเร็จการศึกษาในหลายระดับรวมถึง ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก รวมทั้งการทำการวิจัยและให้บริการทางวิชาการแก่สังคม ดังนั้น การจัดตั้งมหาวิทยาลัยจึงต้องดำเนินการตามมาตรา 10 คือ จะต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยคำแนะนำของคณะกรรมการอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และแม้มหาวิทยาลัย ป. ยังไม่มีการเรียนการสอน แต่จากข้อมูลในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยระบุชัดว่า มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมด้านการศึกษา ภาษา วัฒนธรรม การกีฬา และสาธารณสุข ทั้งยังมีข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการศึกษา เช่น หัวข้อเกี่ยวกับนักศึกษาใหม่ หลักสูตรการเรียนการสอน และคณาจารย์ไว้ชัดแจ้ง แสดงให้เห็นว่า มหาวิทยาลัย ป. จัดตั้งขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายในการจัดการศึกษาในสาขาวิชาต่าง ๆ มหาวิทยาลัย ป. จึงมีสถานะเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามความในมาตรา 8 และ 9 ของ พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันจัดตั้งมหาวิทยาลัยโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพร้อมกับนำข้อมูลต่าง ๆ ลงในเว็บไซต์ จัดให้มีพิธีสถาปนาคณาจารย์ นักวิชาการ คณะทำงานของมหาวิทยาลัย ป. และมอบปริญญากิตติมศักดิ์ให้กับบุคคลต่าง ๆ อันเป็นการแสดงออกให้บุคคลทั่วไปที่พบเห็นหลงเชื่อว่ามหาวิทยาลัย ป. มีอำนาจหน้าที่ในการจัดการศึกษาระดับปริญญา การกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าวจึงเป็นความผิดฐานร่วมกันจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และฐานร่วมกันจัดการศึกษาระดับปริญญาโดยไม่ได้รับอนุญาต การบรรยายฟ้องของโจทก์สามารถแยกเจตนาของจำเลยทั้งสองในการกระทำความผิดตามฟ้องแต่ละข้อได้อย่างชัดเจน การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองตามฟ้องข้อ 1.1 ฐานร่วมกันจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และข้อ 1.2 ฐานร่วมกันจัดการศึกษาระดับปริญญาโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน แม้คดีทั้งสองดังกล่าวโจทก์จะฟ้องจำเลยที่ 2 โดยกล่าวหาว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกับพวกจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและร่วมกันจัดการศึกษาโดยไม่ได้รับอนุญาต และกระทำด้วยประการใด ๆ ให้บุคคลอื่นหลงเชื่อว่าตนมีอำนาจหน้าที่ในการจัดการศึกษาระดับปริญญาเช่นเดียวกับคดีนี้ แต่ทั้งสองคดีดังกล่าวเป็นการฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกับพวกจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนชื่อมหาวิทยาลัย ส. และมหาวิทยาลัย ส. 2 ซึ่งเป็นคนละมหาวิทยาลัยกับคดีนี้ ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้อนกับทั้งสองคดีดังกล่าว
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 91ป.วิ.พ. 173พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 5พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 8พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 9พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 10
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 มาตรา 9, 10, 104, 121 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 3 ในคดีหมายเลขดำที่อ.3414/2560 และจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ อ.513/2561 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 มาตรา 10, 104, 121 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน และปรับ 50,000 บาท ฐานจัดการศึกษาระดับปริญญาโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน และปรับ 50,000 บาท ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม (ที่ถูก ที่บิดเบือน) หรือเป็นเท็จ จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท รวมจำคุก 1 ปี 12 เดือน และปรับ 120,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 มาตรา 10 วรรคหนึ่ง, 104, 121 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และจำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (1) ในส่วนความผิดตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 ฐานร่วมกันจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และฐานร่วมกันจัดการศึกษาระดับปริญญาโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 6 เดือน และปรับ 50,000 บาท เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี 6 เดือน และปรับ 70,000 บาท ลงโทษจำเลยที่ 2 จำคุก 6 เดือน จำเลยที่ 2 มีพฤติการณ์กระทำความผิดลักษณะเดียวกันหลายคดี และส่อไปในทางหลอกลวงแสวงหาประโยชน์จากประชาชนเพื่อตนเองหรือผู้อื่นในลักษณะเป็นขบวนการ แม้ว่าจำเลยที่ 2 จะอายุมากแล้วและได้ทำงานรับใช้สังคมมีคุณงามความดีมาก่อนดังที่จำเลยที่ 2 อ้างในคำแก้อุทธรณ์ ก็ไม่เป็นเหตุเพียงพอที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยที่ 2 ให้นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 3 ในคดีหมายเลขดำที่ อ.3414/2560 หมายเลขแดงที่อ.1036/2562 และจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ อ.513/2561 หมายเลขแดงที่ อ.1703/2562 ของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังยุติว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง จำเลยทั้งสองเข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับการดำเนินการและการรับปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัย ป. ที่ห้องอาหารสนามม้านางเลิ้ง วันที่ 25 และ 26พฤษภาคม 2556 จำเลยทั้งสองเข้าร่วมในพิธีสถาปนาคณาจารย์ นักวิชาการ คณะทำงานและประสาทปริญญาบัตร ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรม ม. กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 1 ว่าจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. ให้เปิดเว็บไซต์ แล้วจำเลยที่ 1 นำข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย ป. ลงเผยแพร่ในเว็บไซต์ดังกล่าว จำเลยที่ 1 เกี่ยวข้องเป็นภริยาของ Dr. R.วันที่ 23 พฤษภาคม 2556 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายเสกสรร กับพวกว่า นายสวัสดิ์ กับพวกจัดตั้งมหาวิทยาลัย ส. โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและมีพฤติกรรมหลอกลวงประชาชนเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์โดยการแจกปริญญากิตติมศักดิ์และตำแหน่งทางวิชาการพร้อมกับมีการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อเผยแพร่สู่สาธารณชน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสืบสวนสอบสวนแล้วแยกสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษเป็น 3 คดี คือ กรณีของมหาวิทยาลัย ส. มหาวิทยาลัย ส. 2 และ มหาวิทยาลัย ป. สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่า มหาวิทยาลัย ป. ไม่ได้เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 จึงร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยดังกล่าวต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ โจทก์ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองในความผิดฐานตั้งสถาบันอุดมศึกษาโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และฐานจัดกา
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง