คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2555
ฎีกาที่ 2605/2555
หลักกฎหมาย
เดิมผู้คัดค้านเป็นเจ้าของผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์ของกลาง ต่อมาผู้คัดค้านนำรถยนต์คันดังกล่าวไปเข้าไฟแนนซ์ที่บริษัท ว. ด้วยการโอนรถยนต์ให้แก่บริษัท ว. แล้วทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ว. กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ย่อมตกเป็นของบริษัท ว. แม้ยังมิได้มีการเปลี่ยนแปลงในทางทะเบียน เพราะรถยนต์เป็นสังหาริมทรัพย์ซึ่งสามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่กันได้ด้วยเพียงการส่งมอบ และผู้ที่จะนำทรัพย์สินออกให้เช่าซื้อได้ต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินตาม ป.พ.พ. มาตรา 572 รถยนต์จึงมิใช่ทรัพย์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านจึงมิใช่เป็นผู้ที่จะมีสิทธิยื่นคำคัดค้านเข้ามาในคดีโดยอ้างว่าตนเป็นเจ้าของที่แท้จริง และทรัพย์สินนั้นไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 วรรคหนึ่ง (1) ได้ ศาลมีคำพิพากษาลงโทษผู้คัดค้านในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย ผู้คัดค้านจึงเป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และต้องด้วยข้อสันนิษฐานตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 วรรคท้าย ว่า บรรดาเงินหรือทรัพย์สินที่ผู้ถูกตรวจสอบมีอยู่หรือได้มาเกินฐานะ หรือความสามารถในการประกอบอาชีพหรือกิจกรรมอย่างอื่นโดยสุจริตเป็นทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด การที่ผู้คัดค้านโอนรถยนต์ของกลางให้แก่บริษัท ว. ยังอยู่ในช่วงเวลา 10 ปี ก่อนมีคำสั่งยึดหรืออายัด จึงเป็นทรัพย์สินที่คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินมีอำนาจตรวจสอบและยึดได้ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มาตรา 22 วรรคห้า (3) เมื่อรถยนต์ของกลาง เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จึงต้องสั่งริบตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 วรรคหนึ่ง
มาตราที่อ้างถึง
ป.พ.พ. 572พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 22พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 25พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 29
คำพิพากษา (บางส่วน)
คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2549 เจ้าพนักงานตำรวจจับผู้คัดค้านและยึดได้เมทแอมเฟตามีน 80 เม็ด น้ำหนัก 7.77 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 1.088 กรัมกับอีก 12 เม็ด เป็นของกลาง ผู้ร้องเป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้คัดค้านเป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้นในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 9 ปี และปรับ 900,000 บาท ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 361/2549 ของศาลชั้นต้น คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินตรวจสอบทรัพย์สินของผู้คัดค้านพบว่า รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บง 4475 พะเยา ราคาประมาณ 220,000 บาท เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้ร้องจึงขอให้มีคำสั่งริบรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล หมายเลขทะเบียน บง 4475 พะเยา ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 4, 27, 28, 29, 31 ศาลชั้นต้นได้สั่งให้ประกาศในหนังสือพิมพ์ตามกฎหมายแล้ว ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ศาลสั่งคืนรถยนต์ให้แก่ผู้คัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บง 4475 พะเยา ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29, 31 ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง และให้คืนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บง 4475 พะเยา แก่ผู้คัดค้าน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาตามที่ผู้ร้องฎีกาว่า รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บง 4475 พะเยา เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอันพึงต้องริบหรือไม่นั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 บัญญัติว่า "บรรดาทรัพย์สินซึ่งพนักงานอัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาลตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง นั้น ให้ศาลไต่สวน หากคดีมีมูลว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ให้ศาลสั่งริบทรัพย์สินนั้น เว้นแต่บุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินได้ยื่นคำร้องขอคืนก่อนคดีถึงที่สุดและแสดงให้ศาลเห็นว่า (1) ตนเป็นเจ้าของที่แท้จริงและทรัพย์สินนั้นไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือ (2) ตนเป็นผู้รับโอนหรือผู้รับประโยชน์และได้ทรัพย์นั้นมาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนหรือได้มาตามสมควรในศีลธรรมอันดี หรือในทางกุศลสาธารณะ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ถ้าปรากฏหลักฐานว่าจำเลยหรือผู้ถูกตรวจสอบเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบรรดาเงินหรือทรัพย์สินที่ผู้นั้นมีอยู่หรือได้มาเกินฐานะ หรือความสามารถในการประกอบอาชีพหรือกิจกรรมอย่างอื่นโดยสุจริตเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด" จากบทบัญญัติดังกล่าวเห็นได้ว่า ผู้มีสิทธิยื่นคำคัดค้านคำร้องขอให้ริบทรัพย์สินเข้ามาในคดีมีได้เป็น 2 กรณี คือ จะต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินและแสดงให้ศาลเห็นว่า ตนเป็นเจ้าของที่แท้จริงและทรัพย์สินนั้นไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตาม (1) กรณีหนึ่ง หรือตนเป็นผู้รับโอนหรือผู้รับประโยชน์และได้ทรัพย์นั้นมาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนหรือได้มาตามสมควรในศีลธรรมอันดี หรือในทางกุศลสาธารณะ ตาม (2) อีกกรณีหนึ่ง ข้อเท็จจริงได้ความทั้งตามทางนำสืบของผู้ร้องและผู้คัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นเจ้าของผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์วันที่ 2 เมษายน 2547 และวันที่ 18 กันยายน 2548 ผู้คัดค้านนำรถยนต์ไปเข้าไฟแนนซ์ที่บริษัทวีระลิสซิ่ง จำกัด ด้วยการโอนรถยนต์ให้แก่บริษัทวีระลิสซิ่ง จำกัด แล้วทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทวีระลิสซิ่ง จำกัด ในราคา 35,400 บาท ผ่อนชำระ 12 งวด งวดละ 2,950 บาท ตามสัญญาเช่าซื้อ สัญญาค้ำประกัน แบบคำขอโอนและรับโอนและหนังสือมอบอำนาจ แล้วผู้คัดค้านผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 2 ประจำวันที่ 18 พฤศจิกายน 2548 เป็นต้นมา ตามหนังสือเตือนให้ชำระค่างวดเช่าซื้อ เห็นว่า เมื่อผู้คัดค้านโอนรถยนต์ให้แก่บริษัทวีระลิสซิ่ง จำกัดไปแล้ว กับทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทวีระลิสซิ่ง จำกัด ดังกล่าว กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ย่อมตกเป็นของบริษัทวีระลิสซิ่ง จำกัด แม้ยังมิได้มีการเปลี่ยนแปลงในทางทะเบียน เพราะรถยนต์เป็นสังหาริมทรัพย์ซึ่งสามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่กันได้ด้วยเพียงการส่งมอบและผู้ที่จะนำทรัพย์สินออกให้เช่าซื้อได้ต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 รถยนต์จึงมิใช่เป็นทรัพย์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านจึงมิใช่
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง