คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2553
ฎีกาที่ 2607/2553
หลักกฎหมาย
โจทก์สั่งซื้อครั่งเม็ดชั้นคุณภาพ ข. จากจำเลยที่ 1 โดยระบุในสัญญาซื้อขายว่าต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองจากจำเลยที่ 2 โจทก์ตรวจสอบพบว่า ครั่งเม็ดที่จำเลยที่ 2 รับรองนั้นไม่ได้มาตรฐาน ดังนี้ การที่จำเลยที่ 2 แอบอ้างว่าเป็นผู้ตรวจสอบอย่างเป็นทางการของสมาคมผู้นำเข้าเชลแล็กแห่งสหรัฐอเมริกา และจำเลยที่ 2 ตรวจสอบคุณภาพครั่งเม็ดและออกหนังสือรับรองคุณภาพให้แก่จำเลยที่ 1 ผิดไปจากความเป็นจริง โดยจำเลยที่ 2 ทราบถึงความสำคัญของหนังสือรับรองน้ำหนักและคุณภาพสินค้าดีว่ามีผลต่อการตัดสินใจของผู้ซื้อเกี่ยวกับคุณภาพของสินค้าและการตกลงรับซื้อสินค้าระหว่างประเทศนั้น โดยใช้หนังสือรับรองน้ำหนักและคุณภาพดังกล่าวประกอบการซื้อขายสินค้าและเพื่อพิจารณาว่าสินค้านั้นมีคุณภาพพอเพียงแก่การส่งไปประเทศใดหรือไม่ด้วย ประกอบกับเมื่อได้รับหนังสือรับรองน้ำหนักและคุณภาพจากจำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยที่ 1 ก็อาศัยหนังสือรับรองดังกล่าวแสดงต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อว่าสินค้าที่ขนส่งไปส่งมอบให้แก่โจทก์นั้นเป็นสินค้าครั่งเม็ดชั้นคุณภาพ ข. ตามข้อกำหนดของสมาคมผู้นำเข้าเชลแล็กแห่งสหรัฐอเมริกาตามที่ตกลงซื้อขายกัน และรับชำระเงินค่าสินค้าโดยวิธีเลตเตอร์ออฟเครดิต การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์และทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์เป็นค่าสินค้า ค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าใช้จ่ายด้านพิธีการศุลกากร และค่าขนส่งสินค้า และต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวอันถือเป็นค่าเสียหายอันจะพึงบังคับให้ใช้เพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันจำเลยที่ 2 ได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่โจทก์เช่นเดียวกับจำเลยที่ 1 ซึ่งต้องรับผิดต่อโจทก์ในความเสียหายฐานผิดสัญญาซื้อขาย การจะให้บุคคลหลายคนต้องรับผิดร่วมกันในหนี้จำนวนใดจำนวนหนึ่งอย่างลูกหนี้ร่วมต้องเป็นไปโดยนิติกรรม หรือมีกฎหมายบัญญัติไว้ชัดแจ้งให้บุคคลเหล่านั้นต้องรับผิดร่วมกันอย่างลูกหนี้ร่วมเท่านั้น แต่จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์อันเนื่องจากการผิดสัญญาซื้อขาย ส่วนจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดต่อโจทก์อันเนื่องจากการทำละเมิด จึงไม่มีการทำนิติกรรมไว้ว่าจะต้องร่วมกันรับผิดในหนี้ค่าเสียหายต่อโจทก์ และไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายกำหนดให้ความรับผิดในลักษณะนี้เป็นไปอย่างลูกหนี้ร่วมกัน กรณีนี้หากโจทก์บังคับชำระหนี้จากจำเลยคนใดแล้วต้องนำมาหักออกจากความรับผิดของจำเลยอีกคนด้วย
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าเสียหายจำนวน 3,552,079.30 ดอลล่าร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 1,000,663.75 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท ยกฟ้องจำเลยที่ 2 โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน 2546 โจทก์สั่งซื้อครั่งเม็ดซึ่งผ่านการแปรสภาพจากครั่งดิบโดยการบดและล้างแล้วจากจำเลยที่ 1 ในราคา 1,128,730 ดอลลาร์สหรัฐ โดยรวมค่าขนส่งทางเรือถึงปลายทางที่ท่าเรือเมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา และระบุในสัญญาซื้อขาย พร้อมคำแปลว่า "Material (Quality): Siam B Seedlac - Quality in Accordance with the U.S.S.I.A. standards (Maximum 3.5% insolubles, 2.0% moisture)" และ "Invoices are to be accompanied by SGS Certificate of Inspection indicating lot number, percent of hot alcohol insolubles and moisture content" ต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองจาก SGS คือ จำเลยที่ 2 ว่ามีสถานะความไม่ละลายในแอลกอฮอล์ร้อน ไม่เกินร้อยละ 3.5 ความชื้นไม่เกินร้อยละ 2.0 ตามที่ U.S.S.I.A. คือสมาคมผู้นำเข้าเชลแล็กแห่งสหรัฐอเมริกากำหนดมาตรฐานไว้ และจำเลยที่ 2 ตรวจสอบคุณภาพครั่งเม็ดตามวิธีการที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกำหนดไว้สำหรับการตรวจสอบครั่งเม็ดสยาม ชั้นคุณภาพ ข. (Standard For Lac Product) มอก. 233 - 2520 ซึ่งไม่เหมือนกับการตรวจตามข้อกำหนดของสมาคมผู้นำเข้าเชลแล็กแห่งสหรัฐอเมริกาทุกข้อ โดยเฉพาะการตรวจสอบอายุ และการหลอมไหล แต่หลังจากการตรวจสอบคุณสมบัติต่อการฟอกสี การหลอมไหล อายุ การที่ไม่ละลายในแอลกอฮอล์ร้อน และความชื้นรวม 5 คุณลักษณะของครั่งเม็ดเหล่านั้นแล้ว จำเลยที่ 2 ออกหนังสือรับรองน้ำหนักและคุณภาพโดยระบุข้อความยืนยันว่า "ได้ดำเนินการชักตัวอย่างและตรวจวิเคราะห์ตามข้อกำหนดของสมาคมผู้นำเข้าเชลแล็กแห่งสหรัฐอเมริกาแล้ว" ให้แก่จำเลยที่ 1 หลังจากได้รับครั่งเม็ดซึ่งขนส่งไปทางเรือเดินทะเลแล้ว โจทก์ตรวจสอบพบว่า ครั่งเม็ดที่จำเลยที่ 2 รับรองนั้นไม่ได้มาตรฐานตามข้อกำหนดของสมาคมผู้นำเข้าเชลแล็กแห่งสหรัฐอเมริกาในชั้นคุณภาพ ข. โดยมีสถานะความไม่ละลายในแอลกอฮอล์ร้อนไม่เกินร้อยละ 3.5 ความชื้นไม่เกินร้อยละ 2.0 ตามหนังสือรับรองการตรวจวิเคราะห์ของบริษัทอาร์ ไอ อะนาลิติคัล แลบบอราทอรีส์, อิงค์ ซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบอิสระ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการแรกมีว่า จำเลยที่ 2 ตรวจสอบคุณภาพครั่งเม็ดเหล่านั้นโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อจนทำให้โจทก์เสียหายแก่ทรัพย์สินอันเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ โจทก์มีนายวิลเลี่ยม กรรมการโจทก์เป็นพยานเบิกความว่า สัญญาซื้อขายครั่งเม็ดระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 กำหนดว่า ต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบครั่งเม็ดในประเทศไทยเสียก่อน และหลังจากการตรวจสอบดังกล่าวแล้ว จำเลยที่ 2 ออกหนังสือรับรองน้ำหนักและคุณภาพครั่งเม็ดเหล่านั้นว่ามีชั้นคุณภาพ ข. ตามข้อกำหนดของสมาคมผู้นำเข้าเชลแล็กแห่งสหรัฐอเมริกา แต่เมื่อโจทก์ตรวจสอบครั่งเม็ดเหล่านั้นแล้วกลับพบว่าสถานะความไม่ละลายในความร้อนสูงเกินกว่าร้อยละ 3.5 ตามที่โจทก์กำหนดในสัญญาซื้อขาย และมีอายุเกือบเป็น 0 ไม่ตรงตามมาตรฐานของสมาคมดังกล่าว และไม่สามารถนำไปใช้งานได้ จึงมิได้ตรวจคุณสมบัติด้านความชื้นอีก เมื่อส่งให้บริษัทอาร์ ไอ อะนาลิติคัล แลบบอราทอรีส์, อิงค์ ตรวจสอบซ้ำอีก 2 ครั้ง ก็ยังได้ผลเช่นเดิม ทั้งที่ปกติคุณสมบัติของครั่งเม็ดจะเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อเมื่อสัมผัสอุณหภูมิร้อนเป็นเวลานานหลายปีเท่านั้น แม้จำเลยที่ 2 จะมีนายรชตนันท์ ผู้จัดการแผนกสินค้าเกษตร และนายประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสินค้าเกษตร กับนายวีระ ผู้จัดการฝ่ายวิชาการ ทำหน้าที่ควบคุมดูแลห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ของจำเลยที่ 2 เป็นพยานเบิกความยืนยันว่า จำเลยที่ 2 ตรวจสอบและรับรองคุณภาพครั่งเม็ดเหล่านั้นตามความเป็นจริงที่ตรวจพบในวันเวลาและสถานที่ที่ทำการตรวจ โดยชักตัวอย่างตามวิธีการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ครั่ง (มอก. 233 - 2520) ที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กำหนดขึ้นโดยลอกเลียนแบบมาจากวิธีการตรวจสอบของสมาคมผู้นำเข้าเชลแล็กแห่งสหรัฐอเมริกา และจำเลยที่ 2 มิได้เป็นผู้ตรวจสอบอย่างเป็นทางการของสมาคมดังกล่าว แต่นายรชตนันท์กลับตอบทนายจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 2 เป
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง