ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2550

ฎีกาที่ 2641/2550

หลักกฎหมาย

การครอบครองที่ดินโดยมีเจตนาเป็นเจ้าของ แม้จะเข้าใจว่าเป็นที่ดินของตนเอง ก็ถือเป็นการครอบครองที่สามารถนับระยะเวลาการครอบครองปรปักษ์ได้ มิใช่นับแต่ที่จำเลยรู้ว่าที่ดินพิพาทที่จำเลยครอบครองนั้นเป็นที่ดินของโจทก์เพราะถือว่าเป็นการครอบครองโดยสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 แล้ว

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 4659 เนื้อที่ 25 ไร่ 40 ตารางวา โดยโจทก์และนางมาลี สุสัณพลูทอง ภริยาโจทก์ซื้อที่ดินดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2515 ส่วนจำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 41 เนื้อที่ 4 ไร่ 2 งาน 80 ตารางวา เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2538 โจทก์ยื่นคำขอรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ จำเลยยื่นคำคัดค้านว่าโจทก์นำเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลยเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 25 ตารางวา ต่อมาวันที่ 8 สิงหาคม 2539 เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครปฐมเรียกโจทก์และจำเลยไปไกล่เกลี่ย แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ การออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลย เป็นการออกเอกสารสิทธิในที่ดินโดยคลาดเคลื่อนและไม่ชอบด้วยกฎหมาย กล่าวคือ เมื่อประมาณเดือนเมษายน 2498 นางพวง แซ่ลี้ มารดาจำเลย นายประเสริฐ เบ็ญจลักษณ์ และนางลูกจันทร์ เชาวสกู ร่วมกันยื่นแบบการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 36 เนื้อที่ 14 ไร่ 1 งาน 27 ตารางวา ต่อมาวันที่ 18 ธันวาคม 2522 นางพวงกับพวกร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินว่าทำประโยชน์ในที่ดินโดยทำไร่ทั้งแปลงเพื่อขอให้นายอำเภอเมืองนครปฐมออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้ นายอำเภอเมืองนครปฐมหลงเชื่อจึงออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 36 ให้แก่นางพวงกับพวก ซึ่งความจริงแล้วนางพวงกับพวกไม่ได้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ดังกล่าว ต่อมานางพวงกับพวกได้ขอแบ่งแยกที่ดิน โดยด้านทิศตะวันออกเป็นของนายประเสริฐ เนื้อที่ 4 ไร่ 2 งาน 30 ตารางวา แปลงที่ 2 เป็นของนางพวง เนื้อที่ 4 ไร่ 2 งาน 80 ตารางวา คือที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 41 และแปลงคงเหลือด้านทิศตะวันตกเป็นของนางลูกจันทร์เนื้อที่ 4 ไร่ 2 งาน 50 ตารางวา ต่อมาเมื่อนางพวงถึงแก่ความตายจำเลยมีชื่อเป็นผู้ครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 41 ในฐานะผู้จัดการมรดกและฐานะทายาทโดยธรรมของนางพวง แต่จำเลยก็มิได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน การที่นางพวงกับพวกแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ทำให้ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 41 ทับที่ดินบางส่วนของโจทก์ คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 2 งาน 25 ตารางวา ขอให้พิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 4659 เลขที่ 114 ตำบลมาบแค อำเภอเมืองนครปฐม (พระปฐมเจดีย์) จังหวัดนครปฐม ส่วนที่ถูกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 41 ตำบลมาบแค อำเภอเมืองนครฐม จังหวัดนครปฐม ออกทับเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 25 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์เพียงผู้เดียว ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง ให้จำเลยไปแก้ไขหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 41 ต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครปฐมให้ถูกต้องตามคำขอ หากจำเลยไม่ไปดำเนินการ ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยรับว่าเป็นเจ้าของและครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 41 โดยรับมรดกมาจากนางพวง เบ็ญจลักษณ์ หรือแซ่ลี้ ผู้เป็นมารดา โดยเดิมที่ดินดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2495 มารดาจำเลยนายประเสริฐ เบ็ญจลักษณ์ และนางลูกจันทร์ เชาวสกู ได้ร่วมกันยื่นคำขอออกเอกสารสิทธิในที่ดินเป็นแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 36/2498 และต่อมาวันที่ 18 ธันวาคม 2522 มารดาจำเลยกับพวกก็ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวและแบ่งแยกที่ดินออกเป็น 3 แปลง มารดาจำเลยกับพวกไม่เคยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จในการขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพราะได้ครอบครองทำประโยชน์อยู่จริง ทั้งโจทก์เองก็เป็นพยานในการไต่สวนการทำประโยชน์และมาระวังแนวเขตที่ดินให้มารดาจำเลยกับพวกด้วย ต่อมาวันที่ 9 มิถุนายน 2538 โจทก์ขอรังวัดสอบเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 4659 โจทก์และจำเลยจึงทราบว่าที่ดินที่จำเลยครอบครองอยู่ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 41 ทางด้านทิศเหนือคิดเป็นเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 25 ตารางวา ความจริงแล้วเป็นที่ดินในโฉนดเลขที่ 4659 ของโจทก์บางส่วนทางด้านทิศตะวันตก การที่จำเลยครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินของโจทก์โดยสำคัญผิดว่าเป็นที่ดินของตนเองมาโดยตลอด โดยสงบ เปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาว่าที่ดินดังกล่าวของโจทก์เนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 25 ตารางวา เฉพาะส่วนที่จำเลยครอบครองตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์ตามกฎหมาย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งทำนองเดียวกับคำฟ้อง ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 4659 เลขที่ดิน 114 ตำบลมาบแค อำเภอเมืองนครปฐม (พระปฐมเจดีย์) จังหวัดนครปฐม เฉพาะส่วนทางด้านทิศตะวันตกที่จำเลยครอบครองอยู่เนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 25 ตารางวา ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2641/2550 · ทนอย Thanoy