คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2534
ฎีกาที่ 2662/2534
หลักกฎหมาย
โจทก์ฟ้องเฉพาะที่เกี่ยวกับพิกัดอัตราภาษีศุลกากร และการประเมินราคาสินค้าที่โจทก์นำเข้าว่ามิได้เป็นไปตามที่เจ้าพนักงานของจำเลยอ้าง มิได้ฟ้องเกี่ยวกับภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลและศาลภาษีอากรกลางก็มิได้วินิจฉัยในประเด็นนี้ ดังนั้น อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า ในส่วนที่เกี่ยวกับเงินค่าภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลโจทก์มิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนของมาตรา 30แห่งประมวลรัษฎากรต้องห้ามอุทธรณ์ต่อศาล จึงเป็นอุทธรณ์นอกฟ้องนอกประเด็น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ตามพระราชกฤษฎีกา พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 นั้น สินค้าในพิกัดประเภทที่ 4.26 มีลักษณะสำคัญอยู่ที่การยกหรือขนย้ายด้วยการยกของหนัก ๆ จากที่ที่ตั้งหรือวางอยู่ไปวาง ณ อีกที่หนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ ๆ มิได้มีความประสงค์ในการบรรทุกแล้วแล่นหรือเคลื่อนที่ไป ส่วนในพิกัดประเภท 7.05 นั้น เป็นสินค้าที่มีลักษณะสำคัญอยู่ที่การเป็นยานยนต์ ซึ่งใช้งานด้วยการบรรทุกสิ่งของแล้วแล่นไปดังจะเห็นได้จากสินค้าที่ได้ยกตัวอย่างไว้ อันมี รถยกลากรถเสียรถดับเพลิง รถผสมคอนกรีต รถกวาดถนน รถสำหรับฉีดพ่น เป็นต้น สินค้าพิพาทเป็นรถปั้นจั่นขนาดใหญ่ มีความยาว 17.5 เมตรเฉพาะตัวรถกว้าง 2.5 เมตร มีเพลาล้อ เพลาล้อ 32 ล้อ ตัวรถมีขาช้าง และก้านเหล็กทั้งซ้ายและขวา รวม 6 ตัว ซึ่งก้านด้านหน้าและด้านท้ายรถมีความยาวตลอดแนวจากซ้ายไปขวายาว .0 เมตร(รวมทั้งตัวรถ) ส่วนตัวกลางยาวตลอดแนวจากซ้ายไปขวา 11.73 เมตร(รวมทั้งตัวรถ) บนตัวรถมีห้องเครื่องบังคับการทำงานของตัวปั้นจั่นซึ่งมีก้านเหล็กยาววัดได้ 41 เมตร ก้านเหล็กนี้ใช้ยกโดยมีลวดสลิงยกของที่มีน้ำหนักมากจากเรือบรรทุกสินค้า รถรวมทั้งเครื่องจักรและก้านเหล็กมีน้ำหนัก 100 ตันเศษ ซึ่งเกินกว่าที่พระราชบัญญัติ จราจรกำหนดไว้ การเคลื่อนตัวของรถจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งจะต้องยกขาช้างด้วยระบบไฮโดรลิก ส่วนก้านเหล็กขาช้าง ไม่สามารถที่จะพับเก็บได้ คงกางอยู่ตลอดเวลา สามารถยกน้ำหนักได้ถึง 350 ตัน และไม่สามารถเคลื่อนที่ไปตามท้องถนนเหมือนรถดับเพลิงที่มีกระเช้ารถยกลากรถเสีย หรือรถสำหรับยกของการไฟฟ้า สินค้าพิพาทนี้เมื่อติดตั้งเสร็จและยกของเสร็จแล้วจะเคลื่อนไปยกยังอีกที่หนึ่ง สถานที่จะไปยกต่อนี้ต้องอยู่ห่างไม่เกิน5 ถึง 10 เมตร ถ้าจะเคลื่อนไปไกลกว่านี้จะต้องถอดตัวปั้นจั่นทั้งหมดออกพร้อมกับเก็บขาช้าง แล้วเคลื่อนที่ฐานไป เมื่อถึงที่ใหม่แล้วต้องประกอบใหม่ทั้งหมด เช่นนี้ สินค้าพิพาทจึงเป็นสินค้าที่มีความประสงค์ใช้ยกของหนักมาก ทำงานอยู่กับที่ไม่มีลักษณะเป็นยานยนต์อันมีสาระสำคัญอยู่ที่การเคลื่อนจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้อย่างคล่องตัวดังสินค้าในพิกัดประเภทที่ 87.05 สินค้าพิพาทจึงจัดว่าเป็นรถใช้งานที่มีปั้นจั่นติดอยู่ด้วย อันจัดอยู่ในพิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่ 84.26 ทั้งนี้แม้ว่าสินค้ารายพิพาทจะมี2 ส่วน ส่วนหนึ่งสำหรับบังคับการทำงานของปั้นจั่น อีกส่วนหนึ่งใช้ในการขับเคลื่อนตัวรถก็ตาม แต่ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นสินค้าในพิกัดประเภทที่ 87.05 ราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงไว้ตรงกับราคาที่โจทก์กับผู้ขายตกลงกัน และตรงกับจำนวนเงินที่ระบุไว้ในคำขอการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะจำนวนเงินในเอกสารที่โจทก์กับผู้ขายตกลงกันก็ตรงกับจำนวนเงินที่ปรากฏในใบอนุญาตให้โจทก์นำเข้าสินค้ารายพิพาทด้วย และราคาที่โจทก์ได้สำแดงไว้ในใบขนสินค้าดังกล่าวข้างต้นนั้น จำเลยก็มิได้นำสืบหักล้างว่าโจทก์และบริษัทผู้ขายได้สมคบกันทำขึ้นโดยกำหนดราคาสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริงแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่อยู่ในวิสัยที่จำเลยจะทำได้ ส่วนราคาตามที่เจ้าพนักงานจำเลยประเมิน นั้นเป็นการที่จำเลยนำเอาราคาสินค้าใหม่ยี่ห้อเดียวกับสินค้ารายพิพาทที่บริษัทช.นำเข้าเมื่อปี พ.ศ. 2525 มาเป็นเกณฑ์แล้วหักค่าเสื่อมราคาออก จึงเป็นการนำเอาสินค้าคนละรุ่นและการใช้งานแตกต่างกัน ทั้งเป็นราคาสินค้าใหม่มาเป็นเกณฑ์คำนวณย่อมไม่อาจจะถือเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดของสินค้ารายพิพาทได้
มาตราที่อ้างถึง
ป.วิ.พ. 142ป.วิ.พ. 246ป.วิ.พ. 247ป.วิ.พ. 249ป.รัษฎากร 30พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 2พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 17พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 29
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า สินค้าของโจทก์ที่นำเข้าจัดอยู่ในพิกัดประเภทที่ 84.26 ประเภทย่อยที่ 8426.19 มิใช่ประเภทที่ 87.05ประเภทย่อยที่ 8705.10 ราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าของโจทก์ เป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดและให้จำเลยถือราคาดังกล่าวเป็นเกณฑ์ประเมินอากรให้จำเลยคืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงเทพ จำกัด ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 มูลค่า 4,650,000 บาท ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 5 มูลค่า 6,800,000 บาท และตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข7 มูลค่า 11,310,000 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 22,760,000 บาท จำเลยให้การว่า สินค้าพิพาทเป็นสินค้าปั้นจั่นตามพิกัดประเภทที่ 87.05 ประเภทย่อยที่ 8705.10 ราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงไม่ใช่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาด เจ้าพนักงานของจำเลยประเมินราคาสินค้าโจทก์ชอบแล้ว โจทก์มิได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาว่า สินค้ารายพิพาทที่โจทก์สำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าเลขที่ 011-50173และเลขที่ 031-50037 อยู่ในพิกัดประเภทที่ 84.26 ประเภทย่อยที่8426.19 และราคาสินค้าที่โจทก์ได้สำแดงไว้ในเอกสารดังกล่าว เป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด กับให้จำเลยคืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาคลองเตย ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4, 5และ 7 จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์ได้สั่งซื้อรถปั้นจั่นพร้อมอุปกรณ์ที่ใช้แล้วจากบริษัทเลเบอร์เวอร์ก อีฮินเจน จี. เอ็ม.บี.เอช.ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน และได้นำเข้ามาในราชอาณาจักรรวม 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2531 และครั้งที่สองเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2531 โจทก์ได้ดำเนินการตามพิธีการศุลกากรโดยยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้า และโจทก์ได้สำแดงประเภทพิกัดสินค้าในเอกสารดังกล่าวเป็นพิกัดประเภทที่ 84.26ประเภทย่อยที่ 8426.19 อัตราอากรร้อยละ 30 ลดอัตราอากรตามประกาศกระทรวงการคลังที่ ศก.1/2531 เหลือร้อยละ 20 แต่จำเลยเห็นว่าสินค้าที่โจทก์นำเข้าดังกล่าวข้างต้นอยู่ในพิกัดประเภทที่87.05 ประเภทย่อยที่ 8705.10 อัตราอากรร้อยละ 40 ไม่ได้รับลดหย่อนอากร และไม่พอใจราคาได้สั่งให้โจทก์วางประกัน โจทก์ได้นำหนังสือค้ำประกันของธนาคารวางเป็นประกันและได้ชำระอากรขาเข้าภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาล ตามที่สำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าดังกล่าวกับได้โต้แย้งขอให้จำเลยทบทวนการจัดพิกัดอัตราศุลกากรและราคาสินค้า ต่อมาจำเลยได้มีหนังสือยืนยันว่าสินค้ารายพิพาทเป็นสินค้าที่อยู่ในพิกัดประเภทที่ 87.05ประเภทย่อยที่ 8705.10 โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องโดยมิได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์ในประเด็นดังนี้ (1) เกี่ยวกับเงินค่าภาษีการค้าและเงินค่าภาษีบำรุงเทศบาล โจทก์มิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนของมาตรา 30 แห่งประมวลรัษฎากร จึงต้องห้ามอุทธรณ์ต่อศาล (2) สินค้าที่โจทก์นำเข้าต้องเสียอากรในพิกัดประเภทที่ 84.26ประเภทย่อยที่ 8426.1 ตามที่โจทก์อ้างหรือในพิกัดประเภทที่ 87.05ประเภทย่อย 8705.10 ตามที่จำเลยอ้าง และ (3) ราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงไว้เป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดหรือไม่ สำหรับในประเด็นข้อแรกนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องเฉพาะที่เกี่ยวกับพิกัดอัตราภาษีศุลกากร และการประเมินราคาสินค้าที่โจทก์นำเข้าว่ามิได้เป็นไปตามที่เจ้าพนักงานของจำเลยอ้าง มิได้ฟ้องเกี่ยวกับภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลแต่อย่างใด ซึ่งศาลภาษีอากรกลางก็มิได้วินิจฉัยในประเด็นนี้ อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยจึงเป็นอุทธรณ์นอกฟ้องนอกประเด็น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนในประเด็นที่สองนั้น ตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากรพ.ศ. 2530 กล่าวถึงพิกัดประเภทที่ 84.26 ว่าเป็นสินค้าประเภทเดอร์ริก ปั้นจั่นรวมถึงปั้นจั่นแบบเคเบิล รวมทั้งโครงยกของชนิดเคลื่อนที่ได้ เครื่องขนย้ายแบบสแตรดเดิล และรถใช้งาน (เวร์กทรัก)ที่มีปั้นจั่นติดอยู่ด้วย ปั้นจั่นแบบโอเวอร์เฮดทราเวลลิงแบบทรานสปอร์เตอร์ แบบแกนทรี แบบบริดจ์ โครงยกของชนิดเคลื่อนที่ได้และเครื่องขนย้ายแบบสแตรดเดิล ส่วนพิกัดประเภท 87.05 ระบุว่าเป็นสินค้าประเภทยานยนต์สำหรับใช้งานพิเศษ นอกจากยานยนต์ที่ออกแบบสำหรับขนส่งบุคคลหรือของเป็นหลัก (เช่น รถยกลากรถเสีย รถปั้นจั่นรถดับเพลิง รถผสมคอนกรีต รถกวาดถนน รถสำหรับฉีดพ่น โรงซ่อมเคลื่อนที่ หน่วยรังสีวิทยาเคลื่อนที่) และประเภทย่อยที่ 8705.10ระบุว่าเป็นรถปั้นจั่นเช่นนี้จะเห็นได้ว่าสินค้าในพิกัดประเภท 84.26นั้น มีลักษณะสำคัญอยู่ที่การยกหรือขนย้ายด้วยการยกของหนัก ๆ จากที่ที่ตั้งหรือวางอยู่ไปวาง ณ อี
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง