คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2564
ฎีกาที่ 2665/2564
หลักกฎหมาย
การร่วมกันกระทำความผิดในลักษณะตัวการตาม ป.อ. มาตรา 83 ต้องเป็นการร่วมกระทำความผิดด้วยกันซึ่งต้องพิจารณาทั้งในส่วนการกระทำและเจตนาของผู้ที่ร่วมกระทำ ซึ่งหมายถึงต้องร่วมกระทำความผิดด้วยกันและกระทำโดยเจตนาร่วมกัน ทั้งผู้กระทำความผิดต้องรู้ถึงการกระทำของกันและกัน กับต่างประสงค์ถือเอาการกระทำของแต่ละคนเป็นการกระทำของตนด้วย ฎีกาโจทก์เป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 252 ป.วิ.อ. มาตรา 46 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ.2559 มาตรา 47 แม้ศาลฎีกาอนุญาตให้โจทก์ฎีกาและรับฎีกาโจทก์ข้อนี้ ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัย
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 4, 6, 9, 10, 11, 52, 53/1 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 มาตรา 3, 5, 6, 25 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 8, 9, 83, 91, 199, 290, 309, 310, 312, 312 ทวิ, 312 ตรี,313 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 63, 64 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้จำเลยร่วมกับพวกชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์แก่ผู้เสียหายรวมทั้งสิ้น 60 ราย แยกตามกลุ่มอายุ ดังนี้ กลุ่มผู้เสียหายอายุไม่เกินสิบห้าปี รวม 7 ราย กลุ่มผู้เสียหายอายุเกินสิบห้าปี แต่ไม่ถึงสิบแปดปี รวม 13 ราย กลุ่มผู้เสียหายอายุเกินสิบแปดปี รวม 40 ราย จำเลยให้การในคดีส่วนแพ่งขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 มาตรา 5 (1) (2), 25 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6 (1), 9 วรรคสอง, 10 วรรคหนึ่ง, 52 วรรคหนึ่ง (ที่ถูก มาตรา 6 (1) (เดิม), 9 วรรคหนึ่งและวรรคสอง, 10 วรรคหนึ่งและวรรคสาม, 52 วรรคหนึ่ง (เดิม)) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จำคุก 4 ปี ฐานร่วมกันค้ามนุษย์โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบแปดปี และเป็นการร่วมกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ตั้งแต่สามคนขึ้นไปหรือกระทำโดยสมาชิกองค์กรอาชญากรรม ซึ่งต้องระวางโทษหนักกว่าโทษที่กฎหมายบัญญัติไว้กึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 10 วรรคหนึ่ง จำคุก 9 ปี และยังเป็นความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง โดยความผิดฐานร่วมกันค้ามนุษย์กระทงข้างต้นเป็นความผิดที่ลงมือกระทำตามที่ได้สมคบกันตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 9 วรรคสอง จำคุก 6 ปี อีกกระทงหนึ่งด้วย รวมจำคุก 19 ปี และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่กลุ่มผู้เสียหายอายุไม่เกินสิบห้าปี รวม 7 ราย กลุ่มผู้เสียหายอายุเกินสิบห้าปี แต่ไม่ถึงสิบแปดปี รวม 13 ราย กลุ่มผู้เสียหายอายุเกินสิบแปดปี รวม 39 ราย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันค้ามนุษย์โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ไม่ถึงสิบแปดปี ฐานร่วมกันค้ามนุษย์โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี ฐานสมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์โดยกระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ไม่ถึงสิบแปดปีและได้ลงมือกระทำความผิดตามที่สมคบ ฐานสมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์โดยกระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปีและได้ลงมือกระทำความผิดตามที่สมคบ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6 (2) (เดิม), 9 วรรคหนึ่งและวรรคสอง, 10 วรรคหนึ่งและวรรคสาม, 52 วรรคสองและวรรคสาม (เดิม) ด้วย เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันค้ามนุษย์โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ไม่ถึงสิบแปดปี และฐานร่วมกันค้ามนุษย์โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี แต่ละกระทงดังกล่าวเป็นการร่วมกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ตั้งแต่สามคนขึ้นไป หรือกระทำโดยสมาชิกองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และเป็นการกระทำเพื่อให้ผู้เสียหายที่ถูกพาเข้ามาหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรตกอยู่ในอำนาจของผู้อื่นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดแต่ละกระทง ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 10 วรรคสาม ประกอบมาตรา 10 วรรคหนึ่ง ฐานร่วมกันค้ามนุษย์โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ไม่ถึงสิบแปดปี จำคุก 16 ปี ฐานร่วมกันค้ามนุษย์โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี จำคุก 20 ปี ฐานสมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์โดยกระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ไม่ถึงสิบแปดปีและได้ลงมือกระทำความผิดตามที่สมคบ จำคุก 8 ปี ฐานสมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์โดยกระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปีและได้ลงมือกระทำความผิดตามที่สมคบ จำคุก 10 ปี เมื่อรวมกับโทษจำคุกในความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ฐานร่วมกันค้ามนุษย์ ฐานสมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์และได้ลงมือกระทำความผิดตามที่สมคบ ตาม
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง