คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2559
ฎีกาที่ 2667/2559
หลักกฎหมาย
โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2556 แต่เครื่องหมายการค้าตามทะเบียนเลขที่ ค 161910 ถูกเพิกถอนการจดทะเบียนเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2552 เครื่องหมายการค้าดังกล่าวไม่ใช่เครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วอยู่ก่อนที่โจทก์ฟ้องเป็นคดีนี้ กรณีจึงไม่มีเครื่องหมายการค้าตามทะเบียนเลขที่ ค 161910 อยู่ในทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่จะนำมาเปรียบเทียบเพื่อวินิจฉัยปัญหาว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าตามทะเบียนเลขที่ ค 161910 จนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า ตามมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 หรือไม่อีกต่อไป ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้วินิจฉัยเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าดังกล่าวจึงไม่ชอบ เครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นภาพประดิษฐ์ มีลักษณะเป็นแถบเส้นในแนวนอน 3 เส้น เรียงซ้อนกันขึ้นไปด้านบน โดยเว้นระยะห่างของแต่ละเส้นและเฉียงขึ้นทำมุมในระดับ 30 องศา คล้ายกับอักษรโรมัน ตัว "E" ส่วนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วเป็นภาพประดิษฐ์ประกอบคำหรือชื่อ ซึ่งมีลักษณะเป็นแถบเส้นทึบในแนวตั้ง 3 เส้น เรียงซ้อนต่อกันไปทางด้านข้างโดยทุกแถบเส้นจะเอียงมาทางด้านหน้าและเว้นระยะห่างของแต่ละเส้นคล้ายอักษรโรมัน ตัว "M" และมีคำว่า "Mahajak" อยู่ด้านล่างของแถบเส้น รูปลักษณะเด่นของเครื่องหมายการค้าของโจทก์จึงแตกต่างจากเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นอย่างชัดเจน ในส่วนของเสียงเรียกขานนั้น เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วมีคำว่า "Mahajak" ประกอบอยู่กับภาพประดิษฐ์ จึงออกเสียงเรียกขานได้ว่า มหาจักร ส่วนเครื่องหมายการค้าของโจทก์นั้น ปรากฏตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ในช่องคำอ่านและแปลภาษาต่างประเทศเพียงว่า อักษรโรมันสัญลักษณ์ตัว "อี" แปลไม่ได้ เป็นอักษรย่อส่วนหนึ่งของชื่อบริษัทคือคำว่า "อีริคสัน" ตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไม่ได้ระบุเสียงเรียกขานไว้ แต่เนื่องจากนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าเคยมีคำสั่งให้โจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอดังกล่าวเป็นเครื่องหมายชุดกับคำขอจดทะเบียนอื่น ๆ ของโจทก์ และโจทก์ดำเนินการตามคำสั่งแล้ว ปรากฏว่ารูปลักษณะเครื่องหมายการค้าตามคำขอจดทะเบียนอื่น ๆ ของโจทก์เป็นภาพประดิษฐ์เช่นเดียวกับภาพประดิษฐ์ในคดีนี้ บางคำขอจดทะเบียนเป็นภาพประดิษฐ์ประกอบคำหรือชื่อ "ERICSSON" ดังนั้นจึงมีเหตุผลให้เชื่อว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์ อาจเรียกขานได้ว่า อีริคสัน อันเป็นส่วนหนึ่งของชื่อบริษัทโจทก์เช่นเดียวกับเครื่องหมายการค้าอื่น ๆ ของโจทก์ เสียงเรียกขานของเครื่องหมายการค้าของโจทก์จึงแตกต่างจากเสียงเรียกขานของเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น ประกอบกับรายการสินค้าตามทะเบียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น มีรายการเดียวคือ มิเตอร์วัดกระแสไฟฟ้า ส่วนรายการสินค้าตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์เฉพาะที่จำเลยอุทธรณ์คือ สายเคเบิลไฟฟ้า ลวดไฟฟ้า สายเคเบิลไฟฟ้าออพติก แม้เป็นสินค้าจำพวก 9 เช่นเดียวกันแต่รายการสินค้าและลักษณะการใช้งานของสินค้าแตกต่างกันกล่าวคือ สินค้าตามรายการสินค้าของโจทก์เป็นตัวนำกระแสไฟฟ้ามิใช่อุปกรณ์วัดกระแสไฟฟ้าดังเช่นสินค้าตามรายการสินค้าตามทะเบียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น เครื่องหมายการค้าของโจทก์จึงไม่คล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
บรรดาคำฟ้อง คำให้การ รวมทั้งรายการต่างๆ ที่ปรากฏในคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษานี้ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยไม่โต้แย้งกันในชั้นอุทธรณ์รับฟังได้ว่า โจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จดทะเบียนภายใต้กฎหมายแห่งประเทศสวีเดน ได้มอบอำนาจให้นายจิรัสย์ เป็นผู้ดำเนินคดีแทนโจทก์ ตามสำเนาหนังสือมอบอำนาจจำเลยเป็นส่วนราชการมีชื่อว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ มีอำนาจหน้าที่ในการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง และเครื่องหมายร่วมตามสำเนาพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ พ.ศ.2542 และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ พ.ศ.2545 โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้ารูป ใช้กับสินค้าจำพวก 9 รายการสินค้าได้แก่ เครื่องกลไกอิเล็กทรอนิกส์ระบบป้อนคำสั่งควบคุมการสื่อสาร อุปกรณ์เครื่องสื่อสารที่มีหน้าที่แปลงสัญญาณจากดาวเทียม ดาวเทียมสื่อสารเพื่อการโทรคมนาคม เครื่องชั่งน้ำหนัก อุปกรณ์ของเครื่องชั่ง เครื่องวัดระยะทาง เครื่องใช้สัญญาณเตือนภัย เครื่องควบคุมการตรวจสอบวัตถุ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องรับ/ส่ง ถอดสัญญาณเสียงและภาพ เครื่องรวบรวมข้อมูลคอมพิวเตอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แผ่นกันแดดใช้กับแว่นตา แบตเตอรี่โทรศัพท์ความถี่ต่ำ เครื่องส่งสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ สายเคเบิลไฟฟ้า สายเคเบิลไฟฟ้าออพติก ลวดไฟฟ้า เครื่องส่งสัญญาณวิทยุความถี่ต่ำ เครื่องส่งสัญญาณความถี่สูง เครื่องส่งสัญญาณแม่ข่ายภาพและเสียง เครื่องอุปกรณ์เรดาร์ เครื่องคำนวณรหัสตัวเลข อุปกรณ์ของเครื่องคำนวณรหัสตัวเลข เครื่องถอดรหัส อุปกรณ์ของเครื่องถอดรหัส เครื่องแปลงข้อมูลคอมพิวเตอร์ เครื่องกราดตรวจวัตถุ (สแกนเนอร์) เสาอากาศ โจทก์ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวต่อจำเลยเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2551 ตามสำเนาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 717996 ต่อมาในวันที่ 24 กรกฎาคม 2552 นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้มีคำสั่งปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ โดยอ้างเหตุว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว ตามสำเนาหนังสือแจ้งคำสั่งนายทะเบียน นอกจากนี้นายทะเบียนยังมีคำสั่งให้โจทก์ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องอีกหลายรายการ โดยให้แก้ไขรายการสินค้าและให้โจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าชุดกับคำขอจดทะเบียนอื่นๆ ของโจทก์อีกหลายคำขอ โจทก์ได้ดำเนินการตามที่นายทะเบียนมีคำสั่งให้แก้ไขแล้วทั้งสิ้น แต่โจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของนายทะเบียนกรณีที่มีคำสั่งว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้ว ตามคำขอเลขที่ 403411 ทะเบียนเลขที่ ค 161910 และคำขอเลขที่ 403413 ทะเบียนเลขที่ ค 156938 โจทก์จึงได้อุทธรณ์คัดค้านคำสั่งของนายทะเบียนเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2552 ตามสำเนาคำอุทธรณ์ ต่อมาวันที่ 18 กันยายน 2556 โจทก์ได้รับหนังสือแจ้งจากคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ โดยให้เหตุผลแห่งการปฏิเสธว่า เครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นรูปเส้นแถบพื้นทึบในลักษณะวางเรียงซ้อนกัน 3 เส้น เช่นเดียวกันกับเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว แม้เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วจะมีคำว่า "Mahajak" ประกอบอยู่ด้วย แต่เมื่อพิจารณาถึงการเรียกขานเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายการค้าของโจทก์อาจเรียกขานได้ว่าตรารูปเส้นแถบ ส่วนเครื่องหมายที่จดทะเบียนแล้ว อาจเรียกขานได้ว่าตรารูปเส้นแถบ หรือมหาจักรนับว่าเครื่องหมายการค้าทั้งสองมีรูปลักษณะและเสียงเรียกขานใกล้เคียงกัน เครื่องหมายการค้าของโจทก์จึงเป็นเครื่องหมายการค้าที่คล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วจนอาจทำให้ประชาชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า เมื่อยื่นขอจดทะเบียนสำหรับสินค้าจำพวกเดียวกันและรายการสินค้ามีลักษณะอย่างเดียวกัน จึงต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียนตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ตามสำเนาคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ 356/2556 และหนังสือแจ้ง มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า เครื่องหมายการค้า ของโจทก์ ตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ 717996 คล้ายกับเครื่องหมายการค้า ของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 13 บัญญัต
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง