คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2540
ฎีกาที่ 2682/2540
หลักกฎหมาย
คำฟ้องและคำขอท้ายคำฟ้องของโจทก์ระบุว่าขอให้จำเลยทั้งห้าเปิดทางให้โจทก์1ทางใน3ทางตามแผนที่เอกสารท้ายฟ้องแสดงว่าโจทก์พอใจในเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งใน3เส้นทางนั้นแล้วฉะนั้นเมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยที่1ที่2เปิดทางที่1ให้โจทก์ซึ่งตรงตามคำขอของโจทก์แล้วโจทก์ย่อมไม่มีสิทธิฎีกาอ้างว่าทางที่1ไม่สะดวกเพราะเป็นทางคดหักมุมไม่สะดวกในการใช้อีกได้เพราะเป็นการขัดกับคำฟ้องและคำขอท้ายคำฟ้องของโจทก์นั้นเอง ฟ้องของโจทก์ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันเปิดทางเดินให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขายเป็นคำขอหลักแห่งคดีคำขอที่เรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งห้าอันเนื่องจากการไม่เปิดทางเดินให้โจทก์นั้นเป็นคำขอต่อเนื่องเมื่อคำขอหลักเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงคำขอต่อเนื่องแม้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์ไม่เกินห้าหมื่นบาทก็ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงด้วย โจทก์ไม่อยู่ในฐานะที่จะฟ้องหรือถูกจ.และส.ผู้รับโอนที่ดินโฉนดที่จำเลยทำสัญญาจะซื้อจากโจทก์ฟ้องเพื่อการใช้สิทธิไล่เบี้ยหรือใช้ค่าทดแทนแต่อย่างใดคงเป็นสิทธิของจ. และส.ที่จะร้องสอดเข้าในคดีหากเห็นว่าตนมีส่วนตนมีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะเรียกคนทั้งสองเข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามคำร้องของโจทก์
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เดิมโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 26570 ตำบลฉิมพลี (บางระมาด) อำเภอตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 4 ไร่ 1 งาน 49 ตารางวา และยังมีพี่น้องโจทก์อีกหกคน มีที่ดินนา 6 แปลง อยู่ติดต่อกันไปพร้อมปลูกบ้านอยู่อาศัยตอนในซึ่งเป็นด้านหลัง ส่วนด้านหน้ามีคันนากว้างกว่า6 เมตร ใช้เป็นทางเดิน ทางเกวียน รถจักรยานและรถจักรยานยนต์ไปมาหาสู่กันและเพื่อออกไปสู่ถนนสวนผักซึ่งเป็นถนนสาธารณะรถยนต์แล่นผ่านไปมาได้ตามรูปแผนที่เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการคนหนึ่ง ร่วมกับกรรมการอื่นอีกหนึ่งคนลงชื่อประทับตราทำการแทนจำเลยที่ 1 โดยมีวัตถุประสงค์ประกอบการค้าที่ดินจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันซื้อที่ดินแล้วจัดสรรแบ่งขายหากำไรเป็นของจำเลยที่ 1 บ้าง เป็นส่วนตัวของจำเลยที่ 2 บ้าง ส่วนจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 เป็นลูกค้าซื้อที่ดินจากจำเลยที่ 1และที่ 2 เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2530 จำเลยที่ 1 ได้ตกลงทำสัญญาจะซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 26570 ของโจทก์ทั้งหมด และยังได้ซื้อที่ดินของพี่น้องโจทก์อีกทั้งหกคน โดยทำสัญญาจะซื้อขายไว้ยังคงเหลือที่ดินตอนในอยู่ 4 แปลง คือโฉนดเลขที่ 51185, 26568,26567 และ 26566 พร้อมบ้านพักอาศัยรวม 3 ครอบครัว จำเลยที่ 1และที่ 2 ให้โจทก์รื้อบ้านออกจากที่ดินแล้วไปปลูกใหม่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 26568 กับ 51185 ซึ่งโจทก์ซื้อจากนางทองดี โพธิ์รัตน์กับนางละมัย ภู่เกิด พี่น้องของโจทก์ ทั้งนี้เพื่อให้ครอบครัวโจทก์อยู่ติดกับครอบครัวนายอรุณ ม่วงสวย นายเจียก ม่วงสวยพี่น้องของโจทก์ ตามแผนที่ท้ายฟ้องหมายเลข 4 ในสัญญาจะซื้อขายที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 และระหว่างนายอรุณและนายเจียกกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีข้อตกลงแยกกันชัดแจ้งแต่ละสัญญาว่า ผู้จะซื้อยินยอมให้ผู้จะขายใช้ทางออกเป็นประตูกว้าง 2.20 เมตร บริเวณรั้วที่กั้นที่ดินทั้งสองฝ่ายโดยผู้จะขายเป็นผู้สร้างประตูเปิดปิด ตามแบบและตามตำแหน่งผู้จะซื้อกำหนดให้และผู้จะขายสัญญาว่าจะไม่ให้ผู้อื่นผ่านหรือใช้ประตูเข้าออก หากผิดสัญญายินยอมให้ผู้จะซื้อปิดทางเข้าออกดังกล่าวทันทีเมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินไปแล้ว หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ปิดทางตรงด้านหน้าบ้านโจทก์แล้วโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้จำเลยที่ 3 ปลูกบ้านอยู่อาศัย ส่วนที่ดินข้างบ้านโจทก์โฉนดเลขที่ 51186 จำเลยที่ 2 ได้แบ่งแยกโฉนดเป็น3 แปลง คือ51186, 68600, 68601 แล้วต่อมาได้โอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 68600, 68601 และ 68714 ให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 ทำให้ที่ดินโจทก์กับพี่น้องถูกปิดล้อมไม่อาจออกทางหน้าบ้านได้อีกการกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นการผิดสัญญา โจทก์ได้รับความเดือดร้อน ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันเปิดทางเดินให้โจทก์ซึ่งปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินโฉนดเลขที่ 26568 และ 51185และพี่น้องของโจทก์อีก 2 ครอบครัวถัดไปออกทางเดียวกันกว้าง6.60 เมตร ซึ่งมีทางเลือกได้ 3 ทาง กล่าวคือทางแรกเปิดผ่านที่ดินจำเลยที่ 1 โฉนดเลขที่ 57393 เป็นทางขนานรั้วข้างบ้านจำเลยที่ 3 ไปสู่ถนนคอนกรีตในหมู่บ้าน หรือทางที่ 2 เปิดผ่านที่ดินจำเลยที่ 4 และที่ 5 โฉนดเลขที่ 68601 แล้วไปเชื่อมถนนคอนกรีตของจำเลยที่ 2 โฉนดเลขที่ 57410 กับ 51186 ไปสู่ถนนคอนกรีตของจำเลยที่ 1 ในหมู่บ้าน หรือทางที่ 3 เปิดผ่านที่ดินจำเลยที่ 3 โฉนดเลขที่ 57392 ไปตามริมรั้วของจำเลยที่ 3 สู่ถนนคอนกรีตของจำเลยที่ 1 ในหมู่บ้านตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 7ทั้งนี้โจทก์จะเป็นผู้สร้างประตูปิดเปิดเอง หากจำเลยทั้งห้าเปิดทางให้เฉพาะโจทก์ครอบครัวเดียวแล้วก็ให้เปิดกว้าง 2.20 เมตรก็ได้ แต่ครอบครัวอื่นจะมาขอใช้ร่วมไม่ได้ จำเลยทั้งห้าต้องจ่ายเงินค่าที่ดินซึ่งบุคคลอื่นต้องเดินผ่านที่ดินโจทก์เป็นเงิน246,500 บาท และค่าเสียหายที่โจทก์ไม่มีทางออกสู่ถนนโดยปกติสุขก่อนฟ้อง 36,000 บาท และอีกเดือนละ 3,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะเปิดทางให้โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การต่อสู้คดีขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ให้การว่า ได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 57392ตำบลฉิมพลี (บางระมาด) อำเภอตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร จากจำเลยที่ 1 โดยสุจริตเสียค่าตอบแทน ขณะทำสัญญาซื้อขายจำเลยที่ 3ไม่ทราบว่ามีภาระผูกพันระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 2ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้การว่า ซื้อที่ดินจากจำเลยที่ 1และที่ 2 โดยสุจริตเสียค่าตอบแทน ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ผูกพันจำเลยที่ 4 และที่ 5 ส่วนค่าเสียหายนั้นโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องจากจำเลยที่ 4 และที่ 5 ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันเปิดทางที่ 1 ตามแผนที่ท้ายฟ้องหมายเลข 7 มีความกว้าง 2.20 เมตร ผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ 57393 ยาวไปตามแนวรั้วบ้านของจำเลยที่ 3สู่ถนนคอนกรีตในหมู่บ้านจัดสรรโดยให้โจทก์
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง