คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2546
ฎีกาที่ 2703/2546
หลักกฎหมาย
เมื่อมีเหตุอันสมควรที่จำเลยจะเชื่อว่าได้มีการละเมิดสิทธิบัตรของจำเลย การที่จำเลยใช้วิธีการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีอาญาแก่โจทก์ เป็นการขอรับความคุ้มครองเพื่อให้มีการบังคับตามสิทธิบัตรที่จำเลยได้รับอยู่เป็นการใช้สิทธิโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนเจ้าพนักงานตำรวจจะดำเนินการแก่โจทก์อย่างไรต่อไปเป็นดุลพินิจของเจ้าพนักงานตำรวจ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อโจทก์โดยผิดกฎหมายหรือใช้สิทธิ ซึ่งมีแต่จะให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์อันจะเป็นการละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และมาตรา 421 การประดิษฐ์ที่จะขอรับสิทธิบัตรได้ต้องประกอบด้วย (1) เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่(2) เป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นสูงขึ้น และ (3) เป็นการประดิษฐ์ที่สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรม ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตรฯ การประดิษฐ์ที่จะขอรับสิทธิบัตรได้จึงต้องประกอบด้วยลักษณะการประดิษฐ์ทั้ง 3 ข้อ จะขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้ เมื่อการประดิษฐ์วัสดุรองรับแรงกระแทกบนหัวเสาเข็มตามสิทธิบัตรของจำเลยไม่เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่แล้ว การประดิษฐ์ของจำเลยจึงไม่อาจขอรับสิทธิบัตรได้สิทธิบัตรของจำเลยได้ออกไปโดยไม่ชอบด้วยมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงเป็นสิทธิบัตรไม่สมบูรณ์ และเพิกถอนได้ตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสิทธิบัตรการประดิษฐ์วัสดุรองรับแรงกระแทกบนหัวเสาเข็มของจำเลยตามคำขอรับสิทธิบัตรเลขที่ 044704 สิทธิบัตรเลขที่ 9433 มิฉะนั้นให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา และบังคับให้จำเลยหยุดถือสิทธิหรือห้ามมิให้จำเลยใช้หรือแอบอ้างสิทธิบัตรดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการประกาศโฆษณาเผยแพร่หรือกระทำการใด ๆ เพื่อให้สาธารณชนหลงผิดว่าจำเลยพึงได้รับสิทธิบัตรดังกล่าว รวมทั้งห้ามจำเลยสร้างความเดือดร้อนเสียหายให้แก่โจทก์โดยการเข้าไปหรือนำตำรวจเข้าไปตรวจยึดวัสดุรองรับแรงกระแทกบนหัวเสาเข็มในบริเวณที่ก่อสร้างที่โจทก์รับเหมาตอกเสาเข็มอยู่หรือภายในบริเวณที่ทำการของโจทก์จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ให้จำเลยหยุดใส่ความโจทก์ต่อสาธารณชนว่าละเมิดสิทธิบัตรไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมจนกว่าคดีจะถึงที่สุดให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จสิ้น และให้จำเลยประกาศโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและหนังสือพิมพ์เดลินิวส์หรืออื่น ๆ ที่จำหน่ายทั่วราชอาณาจักรไม่น้อยกว่า 2 ฉบับ โดยค่าใช้จ่ายของจำเลยเองมีกำหนดไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือให้โจทก์ลงประกาศโฆษณาคำพิพากษาโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์ประกาศโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ขนาด 1 ใน 4 ของหน้า มีกำหนดไม่น้อยกว่า 7 วัน ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า การประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรของจำเลยไม่ใช่การประดิษฐ์ขึ้นใหม่ตามมาตรา 6 วรรคสอง(1) และไม่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 การกระทำของจำเลยเป็นไปโดยสุจริตเพื่อป้องกันความเสียหายตามกฎหมายซึ่งเป็นสิทธิอันพึงกระทำได้ โจทก์จะเรียกค่าเสียหายจากจำเลยไม่ได้ พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิบัตรการประดิษฐ์วัสดุรองรับแรงกระแทกบนหัวเสาเข็มตามคำขอรับสิทธิบัตรเลขที่ 044704สิทธิบัตรเลขที่ 9433 ของจำเลย คำขออื่นให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการรับจ้างตอกเสาเข็ม ทำโครงงานฐานรากทุกชนิด รวมทั้งรับปรึกษาวิเคราะห์ประเมินผลและให้คำแนะนำปัญหาการสำรวจทางวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม และประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีต เช่น วัสดุรองรับแรงกระแทกบนหัวเสาเข็มหรือไม้หมวกวัสดุรองรับแรงกระแทกบนหัวค้อน แผ่นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูปและอื่น ๆ เมื่อวันที่ 1กรกฎาคม 2541 จำเลยยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์วัสดุรองรับแรงกระแทกบนหัวเสาเข็ม และได้รับสิทธิบัตรมาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2543 หลังจากนั้นจำเลยได้นำเจ้าพนักงานตำรวจเข้าทำการตรวจค้นสถานที่ก่อสร้างต่าง ๆ ที่โจทก์เป็นผู้รับเหมาตอกเสาเข็มหลายครั้ง และยึดไม้หมวกของโจทก์ไป โดยอ้างว่าโจทก์กระทำการละเมิดสิทธิบัตรของจำเลย นอกจากนั้นจำเลยยังส่งหนังสือไปถึงโครงการรถไฟฟ้ามหานครและบริษัท SNMC Joint Venture ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างโจทก์ในการตอกเสาเข็มว่า โจทก์กระทำการละเมิดสิทธิบัตรของจำเลยด้วย มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าโจทก์จะเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้หรือไม่ เห็นว่า จำเลยได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์มาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2543 และตามคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ จำเลยมีข้อถือสิทธิดังนี้คือ 1. วัสดุรองรับแรงกระแทกบนหัวเสาเข็มทำจากไม้ที่มีคุณสมบัติแข็งเหนียวเพื่อใช้รองรับแรงอัดกระแทกที่ถ่ายเทน้ำหนักลงมาจากกระบอกสูบ และเป็นการป้องกันไม่ให้กระบอกเหล็กครอบหัวเข็มกระทบกับหัวเสาเข็มโดยตรง ซึ่งจะทำให้หัวเข็มแตก ทำให้เกิดความเสียหายต่องานตอกเสาเข็ม มีลักษณะที่ประกอบด้วยเป็นวงแหวน 3 ชั้น โดยชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สามมีความหนาน้อยกว่าชั้นที่สอง ที่ซึ่งวงแหวนแต่ละชั้นจะถูกแบ่งออกเป็นส่วนโค้งของวงกลม 4 ส่วนเท่า ๆ กัน และจะวางเรียงต่อกันเป็นวงแหวนโดยมีระยะห่างระหว่างส่วนโค้งแต่ละส่วนเพื่อให้เป็นช่องว่างรองรับการขยายตัวของเนื้อไม้เมื่อได้รับแรงกดกระแทกและช่วยระบายแรงดันภายในรูตรงกลางที่เจาะยาวตลอดความยาวของเสาเข็ม และมีการจัดวางชั้นวงแหวนทั้ง 3 ชั้น ในลักษณะที่ระยะห่างระหว่างส่วนโค้งดังกล่าวของแต่ละชั้นจะไม่อยู่ในแนวเดียวกัน 2. วัสดุรองรับแรงกระแทกบนหัวเสาเข็มตามข้อ 1 ที่ซึ่งความหนาของวงแหวนชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สามเป็น 2 เซนติเมตร และชั้นที่สองเป็น 4 เซนติเมตร 3. วัสดุรองรับแรงกระแทกบนหัวเสาเข็มตามข้อ 1 หรือข้อ 2 ที่ซึ่งระยะห่างระหว่างส่วนโค้งแต่ละส่วนมีระยะ 2 เซนติเมตรตามคำขอรับสิทธิบัตรเอกสารหมาย จ.3 เมื่อปรากฏว่าไม้หมวกที่โจทก์ใช้อยู่ภายหลังจากที่จำเลยได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์มีลักษณะคล้ายกับไม้หมวกของ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง