คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2538
ฎีกาที่ 2704/2538
หลักกฎหมาย
ศาลเป็นผู้มีอำนาจใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวงของโจทก์และจำเลยจนแน่ใจว่ามีการกระทำความผิดจริงและจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดนั้นจึงจะพิพากษาลงโทษจำเลยได้ ดังนั้น การที่จำเลยฎีกาว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับฟังพยานโจทก์บางปาก และไม่วินิจฉัยพยานโจทก์และพยานจำเลยบางปากนั้น เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง
มาตราที่อ้างถึง
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง