ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2540

ฎีกาที่ 2749/2540

หลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 23 และที่ 25 ถึงที่ 29 เป็นกรรมการดำเนินการของโจทก์ ซึ่งตามรายงานการประชุม ไม่ปรากฏว่าคณะกรรมการดำเนินการของโจทก์ได้ลงมติให้จ่ายเงินกู้แก่สมาชิกเป็นเช็คขีดคร่อมเป็นรายตัวเพียงแต่ที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อเสนอของกรรมการคนหนึ่งที่ให้มีการจ่ายเงินกู้เป็นเช็คด้วยเหตุผลเพื่อความปลอดภัยและความสะดวกเท่านั้นและในการประชุมครั้งถัดมา ที่ประชุมได้รับทราบเรื่องที่สืบเนื่องมาจากการประชุมเรื่องการจ่ายเงินกู้สามัญเป็นเช็คว่า ได้มีการดำเนินการจ่ายเช็คเงินกู้สามัญเป็นรายการสำหรับหน่วยอำเภอ ม. และอำเภอ ค. โดยขีดคร่อมผู้ถือออกเท่านั้นและเมื่อการจ่ายเงินให้แก่ผู้กู้เป็นหน้าที่ของผู้จัดการจะจ่ายให้เป็นเงินสดหรือเช็คก็ได้ ฉะนั้นไม่ว่าการจ่ายเงินกู้แก่สมาชิกจะจ่ายโดยเช็คขีดคร่อมเป็นรายตัวหรือไม่ และจะเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตได้หรือไม่จึงไม่ใช่ความประมาทเลินเล่อหรือละเลยอันจำเลยที่ 1 ถึงที่ 23และที่ 25 ถึงที่ 29 จะต้องรับผิดต่อโจทก์ ทั้งการที่จำเลยดังกล่าวได้ตั้งผู้ตรวจสอบกิจการขึ้นตามข้อบังคับ และผู้ตรวจสอบไม่สามารถตรวจพบการทุจริต เพราะผู้ทุจริตได้ปลอมเอกสารการเงินขึ้นอีกชุดหนึ่ง ก็หาใช่ความผิดของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 23และที่ 25 ถึงที่ 29 ไม่ เพราะจำเลยดังกล่าวไม่มีหน้าที่ เข้าไปตรวจสอบเอกสารการเงินด้วยตนเอง เป็นแต่ต้องควบคุมดูแลและวางมาตรการให้การดำเนินการของโจทก์เป็นไปด้วยความถูกต้อง ตามระเบียบข้อบังคับที่วางไว้เท่านั้น

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทสหกรณ์จำกัดตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511 ในขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1เป็นประธานกรรมการดำเนินการของโจทก์มีหน้าที่ควบคุมการดำเนินงานทั่วไปของโจทก์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและดำเนินการอื่น ๆตามที่คณะกรรมการดำเนินการมอบหมายเป็นผู้บังคับบัญชาและเป็นนายจ้างของผู้จัดการและเจ้าหน้าที่อื่นของโจทก์ มีหน้าที่ควบคุมดูแลให้ผู้จัดการและเจ้าหน้าที่ของโจทก์ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเรียบร้อยเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับโจทก์และธรรมเนียมการปฏิบัติงานของสหกรณ์ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 29 เป็นรองประธานกรรมการดำเนินการและคณะกรรมการดำเนินการของโจทก์ จำเลยที่ 30 ถึงที่ 35เป็นผู้ค้ำประกันการทำงานของเจ้าหน้าที่ลูกจ้างของโจทก์โดยจำเลยที่ 30 เป็นผู้ค้ำประกันนายสมชาย เนาวโรจน์จำเลยที่ 31 เป็นผู้ค้ำประกันนางคำปอง หอมหวล จำเลยที่ 32เป็นผู้ค้ำประกันนายพิศาล วงษ์ดี จำเลยที่ 33 เป็นผู้ค้ำประกันนางสาวงามตา ศรีวะรมย์ และนายอุดมศักดิ์ จิรัฐติกาลจำเลยที่ 34 เป็นผู้ค้ำประกันนายวิบูลย์ วงศ์อนันต์ จำเลยที่ 35เป็นผู้ค้ำประกันนางสุภาพร ชื่นสงวน เมื่อระหว่าง พ.ศ. 2529ถึง 2532 นายสมชาย เนาวโรจน์ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการสหกรณ์โจทก์ มีหน้าที่ควบคุมและรับผิดชอบกิจการประจำของสหกรณ์โจทก์นางคำปอง หอมหวล และนางศุภลักษณ์ วงศ์อนันต์ เป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมและรับผิดชอบการเงินและการบัญชี นายโสภณ คำทวีเป็นเจ้าหน้าที่รับผิดชอบหลักฐานการกู้ยืมเงินของสมาชิกโจทก์ในหน่วยอำเภอป่าติ้ว นายพิศาล วงษ์ดี เป็นเจ้าหน้าที่รับผิดชอบหลักฐานการกู้ยืมเงินของสมาชิกโจทก์ในหน่วยอำเภอคำเขื่อนแก้วนางสาวงามตา ศรีวะรมย์ เป็นเจ้าหน้าที่รับผิดชอบหลักฐานการกู้ยืมเงินของสมาชิกโจทก์ในหน่วยอำเภอทรายมูล นายวิบูลย์วงศ์อนันต์ เป็นเจ้าหน้าที่บัญชีร่วมกับนางคำปอง และรับผิดชอบหลักฐานการกู้ยืมเงินของสมาชิกโจทก์ในหน่วยอำเภอเลิงนกทานางไพบูลย์ จตุพรสัมฤทธิ์ เป็นเจ้าหน้าที่รับผิดชอบหลักฐานการกู้ยืมเงินของสมาชิกโจทก์ในหน่วยอำเภอมหาชนะชัยและอำเภอคำเขื่อนแก้ว นายอุดมศักดิ์ จิรัฐติกาล เป็นเจ้าหน้าที่รับผิดชอบหลักฐานการกู้ยืมเงินของสมาชิกโจทก์ในหน่วยอำเภอกุดชุมนางสุภาพร ชื่นสงวน เป็นเจ้าหน้าที่รับผิดชอบหลักฐานการกู้ยืมเงินของสมาชิกโจทก์ในหน่วยอำเภอเมืองยโสธร นายสมชายกับพวกดังกล่าวได้อาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่ร่วมกันปลอมหลักฐานการกู้เงินอันประกอบด้วยคำขอกู้เงินสามัญ หนังสือกู้เงินสามัญหนังสือค้ำประกันการกู้เงินของสมาชิกโจทก์ขึ้นทั้งฉบับทำคำรับรองอันเป็นเท็จว่าตนได้ตรวจสอบลายมือชื่อของผู้ขอกู้เงินและลายมือชื่อผู้ค้ำประกันในหลักฐานการกู้เงินที่ได้ปลอมขึ้นว่าเป็นลายมือชื่อของบุคคลดังกล่าวจริง แล้วทำคำรับรองอันเป็นเท็จว่าหลักฐานการกู้เงินปลอมนั้นได้ผ่านการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการดำเนินการให้กู้เงิน ได้ร่วมกันทำหลักฐานการรับเงินอันเป็นเท็จ เบิกจ่ายและรับเงินจำนวนนั้นไว้เป็นประโยชน์ของตนโดยทุจริต โดยนายสมชายกับพวกดังกล่าวปลอมหลักฐานการกู้เงินรวม 687 สัญญา ได้รับเงินไปทั้งสิ้น52,412,100 บาท และเพื่อปกปิดการกระทำผิดดังกล่าว ได้ร่วมกันส่งใช้เงินตามหลักฐานการกู้เงินปลอมในนามของผู้ขอกู้เงินถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2532 เป็นเงิน 13,520,400 บาท คงค้างชำระอีก38,891,700 บาท โจทก์ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองยโสธรให้ดำเนินคดีอาญาแก่นายสมชายกับพวกดังกล่าวแล้ว หากโจทก์นำเงินที่นายสมชายกับพวกดังกล่าวเบียดบังทุจริตไปให้สมาชิกของโจทก์กู้ยืม โจทก์จะได้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี โจทก์ได้ฟ้องนายสมชายกับพวกดังกล่าวให้รับผิดชดใช้เงินแก่โจทก์ต่อศาลแรงงานกลางแล้ว คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณา จำเลยที่ 1 ถึงที่ 29 เป็นคณะกรรมการดำเนินการของโจทก์มีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการทั้งปวงของโจทก์ให้เป็นไปตามข้อบังคับและตามมติของที่ประชุมใหญ่โดยไม่ให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์มีอำนาจออกระเบียบข้อบังคับกำหนดมติเพื่อควบคุมและให้เจ้าหน้าที่ของโจทก์ปฏิบัติ เป็นผู้อนุมัติให้เบิกจ่ายเงินเพื่อใช้ในกิจการของโจทก์ อนุมัติให้สมาชิกกู้เงิน ควบคุมดูแลให้ผู้เป็นสมาชิกลงลายมือชื่อในทะเบียนสมาชิก ควบคุมและจัดให้มีทะเบียนหุ้นทะเบียนเงินกู้และเอกสารเกี่ยวกับการกู้เงิน ทะเบียนผู้ค้ำประกันและเอกสารเกี่ยวกับผู้ค้ำประกัน ทะเบียนควบคุมการสั่งจ่ายเช็คควบคุมและจัดให้มีบัญชีเงินสดรับจ่ายบัญชีเงินคงเหลือประจำวันบัญชีเงินฝากประเภทประจำ บัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์บัญชีลูกหนี้ บัญชีเงินทุนค่าหุ้น บัญชีเงินที่สมาชิกชำระก่อนกำหนด(เงิน ก.น.) ควบคุมดูแลและจัดเก็บใบสำคัญการรับจ่ายเงินสมุดทะเบียน สมุดบัญชี และสมุดบันทึกรายงานการประชุมใหญ่ให้คงอยู่ในสำนักงานโจทก์ จัดให้มีการตรวจสอบกิจการของโจทก์เป็นประจำเดือน ประจำปี จัดให้มีการตรวจทานหนี้เป็นประจำปีพิจารณารายงานหรือ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2749/2540 · ทนอย Thanoy