คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551
ฎีกาที่ 2768/2551
หลักกฎหมาย
ที่ดินที่ถูกกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าบุกรุกนำสินค้ามาวางขายเป็นของโจทก์ร่วมและโจทก์ร่วมไม่ได้อนุญาตให้จำเลยนำไปให้ผู้ใดเช่า การที่จำเลยนำที่ดินดังกล่าวไปให้บุคคลดังกล่าวเช่าโดยไม่มีอำนาจ จำเลยจึงมีความผิดฐานบุกรุกตาม ป.อ. มาตรา 362
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 10 มีนาคม 2541 ถึงวันที่ 12 มีนาคม 2541 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยกับนายเที่ยวหรือไข่หรือไข่เที่ยวหรือไข่เที่ยงจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2715/2541 ของศาลชั้นต้น ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในที่ดินโฉนดเลขที่ 572, 8052, 8053 ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ของบริษัทระนองธานี จำกัด ผู้เสียหายและแบ่งพื้นที่บางส่วนของที่ดินดังกล่าวออกเป็นแปลงย่อยเพื่อให้ผู้อื่นเช่าวางแผงลอยเพื่อขายสินค้าชั่วคราวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหาย อันเป็นการถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวบางส่วนและเป็นการรบกวนครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุข เหตุเกิดที่ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 362, 364, 365 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา บริษัทระนองธานี จำกัด ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 (2) (3) ประกอบมาตรา 83 จำคุก 1 ปี และปรับ 7,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 คำขอนอกจากนี้ให้ยก จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาโต้แย้งว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 572, 8052, 8053 ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทระนองธานี จำกัด โจทก์ร่วมตามสำเนาโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ.12 นายวสันต์เป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทดังกล่าวตามสำเนาหนังสือรับรองเอกสารหมาย จ.11 ระหว่างวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้องมีพ่อค้าแม่ค้าหลายสิบรายเข้าไปตั้งแผงลอยขายสินค้าราคาถูกบนที่ดินส่วนหนึ่งของโจทก์ร่วมตามแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุและรูปถ่ายที่เกิดเหตุพร้อมคำอธิบายเอกสารหมาย จ.1 จ.3 และจ.4 ระหว่างเกิดเหตุนางพนิดาผู้รับมอบอำนาจของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้ดูแลที่ดินของโจทก์ร่วมพบว่ามีผู้บุกรุกนำเต๊นท์มากางและมีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าดังกล่าวนำสินค้ามาวางขายในบริเวณที่ดินของโจทก์ร่วมโดยเฉพาะส่วนที่เป็นถนนคอนกรีตทางเข้าโรงแรมรอแยลปริ๊ลเซส นางพนิดาแจ้งกลุ่มพ่อค้าเหล่านั้นให้รื้อถอนเต๊นท์และขนสินค้าออกไป แต่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าเหล่านั้นไม่ปฏิบัติตาม จึงรายงานให้นายวสันต์ทราบ ต่อมาวันที่ 13 มีนาคม 2541 นายวสันต์มอบอำนาจให้นางพนิดาไปร้องทุกข์ต่อพันตำรวจโทเทเวศร์พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองระนอง ให้ดำเนินคดีแก่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าเหล่านั้นรวมทั้งจำเลยและนายเที่ยวหรือไข่หรือไข่เที่ยวหรือไข่เที่ยงซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2715/2541 ของศาลชั้นต้น ซึ่งกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าอ้างว่าเป็นผู้อนุญาตให้เข้าไปตั้งเต๊นท์ขายสินค้า พันตำรวจโทเทเวศร์จึงให้เจ้าพนักงานตำรวจสายตรวจไปกับนางพนิดาเพื่อเชิญกลุ่มพ่อค้าแม่ค้ามาเจรจากันที่สถานีตำรวจ กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่มาร่วมเจรจาคือนายไพจิตร นายราชศักดิ์ และนายบุญพารวมทั้งนายสมชายซึ่งอ้างว่าเป็นตัวแทนของกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าด้วย นายสมชายตกลงว่าจะติดตามจำเลยมาเจรจาในวันรุ่งขึ้น แต่เมื่อถึงวันนัดมีนางพนิดามาที่สถานีตำรวจเพียงคนเดียว นางพนิดาจึงร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายไพจิตร นายราชศักดิ์และนายบุญพาในข้อหาบุกรุก ต่อมาวันที่ 17 มีนาคม 2541 เจ้าพนักงานตำรวจได้จับกุมตัวนายไพจิตร นายราชศักดิ์ และนางสมจิตต์มามอบให้พันตำรวจโทเทเวศร์สอบสวน พันตำรวจโทเทเวศร์แจ้งข้อหาแก่บุคคลทั้งสามว่าร่วมกันบุกรุกเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นในเวลากลางคืน บุคคลทั้งสามให้การรับสารภาพ พันตำรวจโทเทเวศร์บันทึกคำให้การไว้ตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.25 จ.24 และ จ.21 แล้วสอบสวนต่อมาจนทราบว่าจำเลยและนายเที่ยวเกี่ยวข้องด้วย เจ้าพนักงานตำรวจจับนายเที่ยวได้ ส่วนจำเลยเข้ามอบตัว พันตำรวจโทเทเวศร์แจ้งข้อหาแก่จำเลยและนายเที่ยวว่าร่วมกันบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นในเวลากลางคืน จำเลยให้การปฏิเสธตามบันทึกรับมอบตัวผู้ต้องหาและบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาเอกสาร จ.26 และ จ.27 ส่วนนายเที่ยวให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวนตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.7 แต่ให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษนายเที่ยว คดีถึงที่สุดแล้ว ทั้งพันตำรวจโทเทเวศร์ยังสอบคำให้การของนางพนิดา นายเกษม สายเอียด นางสุวดีและนายสมชายไว้ตามบันทึกคำให้การเอกสารหมาย จ.16 จ.17 จ.22 และ จ.28 ตามลำดับ คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยชั้นฎีกาว่าจำเลยร่วมกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยอ้างในฎีกาสรุปทำนองว่า บริเวณที่เกิดเหตุเป็นถนนคอนกรีตที่โจทก์ร่วมจดทะเบียนเป็นทางภาระจำยอมให้แก่ผู้ซื้ออาคารพาณิชย์ของตนจำเลยไม่มีเจตนาบุกรุก โจทก์ร่วมไม่ใช่ผ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง