คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2550
ฎีกาที่ 2769/2550
หลักกฎหมาย
จำเลยให้การรับสารภาพพร้อมทั้งแจ้งข้อเท็จจริงว่าซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางจาก ณ. และ พ. เป็นเหตุให้มีการติดตามจับกุม ณ. และ พ. มาดำเนินคดีพร้อมเมทแอมเฟตามีนประมาณ 2,000 เม็ด ดังนั้น จำเลยเป็นผู้กระทำความผิดผู้ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจหรือพนักงานสอบสวน เห็นสมควรลงโทษจำเลยน้อยกว่าเกณฑ์ที่ลงโทษโดยทั่วไปสำหรับความผิดนั้นตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 100/2
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 97, 102 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8, 8 ทวิ, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91, 92, 371 เพิ่มโทษตามกฎหมาย และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามีอาวุธปืนฯ และพาอาวุธปืนฯ ให้การปฏิเสธในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรคสอง (เดิม), 66 วรรคหนึ่ง (เดิม) พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 20 ปี เพิ่มโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 97 กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุก 30 ปี ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน และให้การรับสารภาพฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และฐานพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้สำหรับความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหนึ่งในสาม คงจำคุก 20 ปี ลดโทษให้สำหรับความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน และความผิดฐานพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน กระทงละกึ่งหนึ่ง รวม 2 กระทง จำคุก 9 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 รวม 3 กระทง จำคุก 20 ปี 9 เดือน ริบอาวุธปืนและเมทแอมเฟตามีนของกลาง ส่วนเงิน 28,000 บาท กระเป๋า 1 ใบ โทรศัพท์เคลื่อนที่ 1 เครื่อง รถจักรยานยนต์ 1 คัน สร้อยคอทองคำ 2 เส้น และพระเลี่ยมทองคำ 1 องค์ ของกลางให้คืนแก่เจ้าของ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุดังกล่าวในฟ้อง ร้อยตำรวจเอกปรีชาและจ่าสิบตำรวจออมสินกับพวกได้ร่วมกันจับกุมจำเลยได้พร้อมอาวุธปืนพกออโตเมติกขนาด .38 ไม่มีเครื่องหมายทะเบียน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 8 นัด ซองบรรจุกระสุนปืน 1 อัน ซองปืน 1 ซอง กับเมทแอมเฟตามีน 1,000 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 29.65 กรัม เป็นของกลาง ความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และความผิดฐานพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจเอกปรีชา และจ่าสิบตำรวจออมสินเป็นพยานเบิกความสอดคล้องต้องกันว่า ก่อนเกิดเหตุร้อยตำรวจเอกปรีชาได้รับแจ้งจากสายลับว่าจำเลยนำเมทแอมเฟตามีนไปส่งให้แก่ผู้ซื้อบริเวณหน้าห้องแถวเลขที่ 46/4 หมู่ 11 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ร้อยตำรวจเอกปรีชากับพวกจึงวางแผนจับกุมจำเลย โดยนำกำลังไปล้อมบริเวณห้องแถวที่เกิดเหตุ พยานโจทก์ทั้งสองได้แอบซุ่มอยู่ห่างจากห้องแถวที่เกิดเหตุประมาณ 10 เมตร ต่อมาประมาณ 15 นาที จำเลยขับรถจักรยานยนต์ถึงหน้าห้องแถวที่เกิดเหตุแล้วยืนหันหลังให้พยานโจทก์ทั้งสองเนื่องจากสายลับแจ้งว่าจำเลยมีอาวุธปืนติดตัวมาด้วย ร้อยตำรวจเอกปรีชาเข้าล็อกคอจำเลยพร้อมกับแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ จ่าสิบตำรวจออมสินตรวจค้นตัวจำเลยพบอาวุธปืนพกไม่มีเครื่องหมายทะเบียนพร้อมกระสุนปืน 8 นัด เหน็บอยู่ที่เอว จากนั้นจำเลยล้วงสิ่งของออกจากกระเป๋ากางเกงด้านหน้าข้างขวาพบถุงพลาสติกชนิดมีหูรูดสีฟ้า 5 ถุง แต่ละถุงมีเมทแอมเฟตามีนถุงละ 200 เม็ด รวม 1,000 เม็ด และตรวจค้นกระเป๋ากางเกงด้านหลังข้างขวา พบกระเป๋าเงินมีธนบัตรชนิดต่างๆ รวมเป็นเงิน 28,000 บาท และโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อโนเกีย 1 เครื่อง อยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหน้าข้างซ้าย นอกจากนี้ยังพบว่าจำเลยสวมสร้อยคอทองคำ 2 เส้น เส้นหนึ่งหนัก 10 บาท อีกเส้นหนึ่ง
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง