ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2540

ฎีกาที่ 2785/2540

หลักกฎหมาย

จำเลยครอบครองผงยาที่ใส่ซองบุหรี่นำมาจากที่เกิดเหตุโดยไม่ได้รับอนุญาต และยาจำนวนนี้เจ้าพนักงานผู้ตรวจพิสูจน์นำไปตรวจพิสูจน์รวมกับของกลางอีกจำนวนหนึ่ง แต่เมื่อแยกธาตุแล้วไม่สามารถทราบได้โดยแน่ชัดว่ามีสารบริสุทธิ์ของอีเฟดรีนซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 และมอร์ฟีนซึ่งเป็นยาเสพติดให้โจทก์ในประเภท 2 อยู่เป็นจำนวนเท่าใด จึงต้องฟังว่าอีเฟดรีนและมอร์ฟีนทีจำเลยครอบครองนั้นไม่สามารถคำนวณปริมาณที่แน่นอนได้ แม้เจ้าพนักงานตำรวจค้นพบยา 3 เม็ดซึ่งเป็นเมทแอมเฟตามีน และผงยาในซองบุหรี่ซึ่งมีอีเฟดรีนและมอร์ฟีนจากจำเลย แต่เมื่อจำเลยไม่ทราบว่าผงยาของกลางมีมอร์ฟีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ผสมอยู่ด้วยดังนี้ จะถือว่าจำเลยรู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิดฐานมีมอร์ฟีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 2ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมายไม่ได้ เมื่อจำเลยขาดเจตนามีมอร์ฟีนดังกล่าวไว้ในครอบครองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 59 วรรคสาม การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานมีมอร์ฟีนอันเป็นยาเสพติดในประเภท 2 ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย คงฟังได้เพียงว่าจำเลยมีอีเฟดรีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมายเท่านั้น จำเลยที่ 3 เพิ่งนำผงยาสีน้ำตาลซึ่งมีอีเฟดรีนรวมอยู่ด้วยบรรจุอยู่ในซองบุหรี่มาจากบริเวณบ่อเลี้ยงที่เกิดเหตุ อันเป็นผงยาคนละจำนวนกับเมทแอมเฟตามีน 3 เม็ดที่จำเลยมีไว้ในครอบครองอยู่แล้ว การกระทำของจำเลยที่มีอีเฟดรีนไว้ในครอบครองเป็นการกระทำที่มีเจตนาต่างกันกับที่จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง ความผิดดังกล่าวจึงเป็นความผิด 2 กรรมต่างกัน

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 2 มีนาคม 2537 เวลากลางวันต่อเนื่องจนถึงวันที่ 4 มีนาคม 2537 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสี่ร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือจำเลยทั้งสี่ร่วมกันมีอีเฟดรีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2น้ำหนักรวม 25,125 กิโลกรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์น้ำหนัก3.518 กิโลกรัม ไว้ในครอบครองของจำเลยทั้งสี่โดยไม่ได้รับอนุญาตจำเลยทั้งสี่มีฝิ่น (มอร์ฟีน) อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 2น้ำหนักรวม 25.125 กิโลกรัม คำนวณเป็นมอร์ฟีนบริสุทธิ์น้ำหนัก20.1 กรัม ไว้ในครอบครอง ซึ่งไม่ใช่กรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะอนุญาตเป็นหนังสือ จำเลยทั้งสี่ร่วมกันมีเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงในประเภท 1 จำนวน 10 หลอด น้ำหนักสุทธิรวม14.38 กรัม ไว้ในครอบครองซึ่งไม่ใช่กรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะอนุญาตเป็นหนังสือ จำเลยทั้งสี่ร่วมกันผลิตวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2โดยใช้อีเฟดรีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ตามปริมาณข้างต้นผสมกับฝิ่นซึ่งตรวจพบอัลคาลอยด์ของฝิ่นผสมอยู่ โดยตรวจพบมอร์ฟีนตามปริมาณและน้ำหนักดังกล่าวข้างต้นและผสมกับวัตถุเคมีอีกหลายชนิดจนเป็นผงสีน้ำตาล น้ำหนักสุทธิรวม 25.125 กิโลกรัมโดยจำเลยทั้งสี่ร่วมกันผลิตและมีไว้เพื่อขายซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ดังกล่าว อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และเมื่อวันที่4 มีนาคม 2537 เวลากลางวัน จำเลยที่ 3 มีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 จำนวน 3 เม็ด น้ำหนักสุทธิรวม0.19 กรัม ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสี่ได้พร้อมยาเสพติดดังกล่าวข้างต้น ส่วนผสมและอุปกรณ์การผลิตวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 และยึดได้รถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน ป-4024 ราชบุรี 1 คัน ซึ่งจำเลยทั้งสี่ใช้เป็นยานพาหนะในการกระทำความผิดดังกล่าวเป็นของกลาง ชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพทุกข้อหา จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพว่ามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง แต่ปฏิเสธข้อหาผลิตวัตถุออกฤทธิ์จำเลยที่ 2 และที่ 4 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 335/2537 ของศาลจังหวัดราชบุรีจำเลยที่ 3 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 93/2537 และหมายเลขดำที่ 635/2537 ของศาลจังหวัดราชบุรี ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 4, 6, 13 ทวิ, 62, 89, 106, 116 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 มาตรา 9, 13, 15 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 51 (พ.ศ. 2531)เรื่อง ระบุชื่อและจัดแบ่งประเภทวัตถุออกฤทธิ์ ตามความในพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2531 ข้อ 3(7) และ (38)ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 86 (พ.ศ. 2536)เรื่อง การเปลี่ยนแปลงประเภทวัตถุออกฤทธิ์ตามความในพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 ข้อ 3ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2536 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 17, 67, 69, 102พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528 มาตรา 4ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522)เรื่อง ระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ลงวันที่ 17 กันยายน 2522 ข้อ 1(1)ข้อ 2(59) และ (100) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91ขอให้ริบของกลางทั้งหมดให้แก่กระทรวงสาธารณสุข ยกเว้นรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน ป-4024 ราชบุรี ขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 335/2537 ของศาลจังหวัดราชบุรี และขอให้นับโทษจำเลยที่ 3 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 93/2537และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 635/2537 ของศาลจังหวัดราชบุรี จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 4 ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 89 และ 62 วรรคหนึ่งประกอบมาตรา 106 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 15 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตร67 มาตรา 17 วรรคหนึ่งประกอบมาตรา 69 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83ความผิดฐานร่วมกันมีอีเฟดรีนจำคุกคนละ 5 ปี ความผิดฐานร่วมกันมีมอร์ฟีน จำคุกคนละ 2 ปี ความผิดฐานร่วมกันมีเฮโรอีนจำคุกคนละ 10 ปี ความผิดฐานร่วมกันผลิตวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2จำคุกคนละ 20 ปี เฉพาะจำเลยที่ 3 ยังมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองอีกฐานหนึ่งจำคุก 1 ปี คำรับสารภาพทุกข้อหาของจำเลยที่ 1 ในชั้นสอบสวนและคำรับสารภาพเฉพาะข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองของจำเลยที่ 3 ในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้จำเลยที่ 1 ทุกข้อหา ข้อหาละหนึ่งในสามและลดโทษให้จำเลยท
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2785/2540 · ทนอย Thanoy