ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2563

ฎีกาที่ 2884/2563

หลักกฎหมาย

การที่จำเลยส่งสินค้าประเภทกระป๋องและฝากระป๋องไม่เหมาะสมแก่การใช้บรรจุอาหารตามความมุ่งหมายของโจทก์ เป็นเหตุให้สินค้าประเภทอาหารทะเลบรรจุกระป๋องของโจทก์ที่ผลิตโดยใช้สินค้าประเภทกระป๋องและฝากระป๋องของจำเลยเกิดความเสียหายจากการกัดกร่อนของสนิมแลคเกอร์เคลือบพองและอื่น ๆ ย่อมถือได้ว่า จำเลยในฐานะลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนอันเกิดแต่การนั้นได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 215 ซึ่งการเรียกเอาค่าเสียหายนั้นได้แก่ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายเช่นที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้นแต่การไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ และเรียกค่าสินไหมทดแทนได้แม้กระทั่งเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษ หากว่าคู่กรณีที่เกี่ยวข้องได้คาดเห็นหรือควรจะคาดเห็นพฤติการณ์เช่นนั้นล่วงหน้าก่อนแล้วตาม ป.พ.พ. มาตรา 222 เงินค่าเสียหายซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตเป็นค่าเสียหายเช่นที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้นแต่การไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ของจำเลย ส่วนค่าใช้จ่ายที่โจทก์จ้างผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์ความเสียหายเพราะเหตุที่จำเลยปฏิเสธความรับผิด และค่าจัดเก็บสินค้าระหว่างที่มีข้อพิพาทระหว่างกัน เป็นความเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษ ซึ่งจำเลยได้คาดเห็นหรือควรจะคาดเห็นพฤติการณ์เช่นนั้นล่วงหน้าก่อนแล้ว จึงเป็นค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดจากการที่จำเลยในฐานะลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 197,329,809 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 192,516,885 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นค่าจัดเก็บสินค้าอัตราเดือนละ 222,823 บาท แก่โจทก์ นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระหนี้เสร็จหรือจนกว่าจะมีการทำลายสินค้าที่เสียหายทั้งหมด จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 197,329,809 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าว นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป (ฟ้องวันที่ 22 พฤศจิกายน 2559) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นค่าจัดเก็บสินค้าอัตราเดือนละ 222,823 บาท แก่โจทก์ นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระหนี้เสร็จ หรือมีการทำลายสินค้าที่เสียหายทั้งหมด กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 112,186,710 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 22 พฤศจิกายน 2559) ไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท โจทก์และจำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 โดยโจทก์และจำเลยมิได้ฎีกาโต้แย้งคัดค้านรับฟังได้เบื้องต้นว่า โจทก์ประกอบธุรกิจผลิตสินค้าประเภทอาหารทะเลบรรจุกระป๋องส่งขายแก่ลูกค้าทั้งภายในและภายนอกประเทศ จำเลยประกอบธุรกิจผลิตสินค้าประเภทกระป๋องและฝากระป๋องบรรจุอาหารขนาดต่าง ๆ โจทก์สั่งซื้อสินค้าประเภทกระป๋องและฝากระป๋องจากจำเลยเพื่อใช้ในการบรรจุสินค้าประเภทอาหารทะเลบรรจุกระป๋องของโจทก์เป็นเวลากว่า 12 ปี ในระหว่างเดือนมิถุนายน 2557 ถึงเดือนกรกฎาคม 2558 โจทก์สั่งซื้อสินค้าประเภทกระป๋องและฝากระป๋องจากจำเลยรวม 61,539,820 ชิ้น เป็นเงินจำนวน 75,123,285.80 บาท เพื่อนำมาใช้ในการบรรจุสินค้าประเภทอาหารทะเลบรรจุกระป๋องเพื่อส่งออกให้ลูกค้ายังต่างประเทศ และโจทก์ใช้สินค้าประเภทกระป๋องและฝากระป๋องที่ซื้อจากจำเลยในการผลิตสินค้าประเภทอาหารทะเลบรรจุกระป๋องของโจทก์จำนวน 221 ล็อต เป็นจำนวนสินค้า 11,218,671 กระป๋อง จนกระทั่งเดือนมีนาคม 2559 โจทก์พบว่า จำเลยส่งสินค้าประเภทกระป๋องและฝากระป๋องที่มีความชำรุดบกพร่องเนื่องจากคุณภาพของแลคเกอร์ที่ใช้เคลือบผิวกระป๋องและฝากระป๋องไม่เหมาะสมแก่การใช้บรรจุอาหารตามความมุ่งหมายของโจทก์ เป็นเหตุให้สินค้าประเภทอาหารทะเลบรรจุกระป๋องของโจทก์ที่ผลิตโดยใช้สินค้าประเภทกระป๋องและฝากระป๋องของจำเลยเกิดความเสียหายจากการกัดกร่อนของสนิมแลคเกอร์เคลือบพองและอื่น ๆ ประเด็นต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และจำเลยที่ได้รับอนุญาตจากศาลฎีกามีว่า จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอันเกิดจากการที่จำเลยส่งมอบสินค้าประเภทกระป๋องและฝากระป๋องที่มีความชำรุดบกพร่องแก่โจทก์ตามคำฟ้องเพียงใด เห็นว่า การที่จำเลยส่งสินค้าประเภทกระป๋องและฝากระป๋องที่มีความชำรุดบกพร่อง เนื่องจากคุณภาพของแลคเกอร์ที่ใช้เคลือบผิวกระป๋องและฝากระป๋องไม่เหมาะสมแก่การใช้บรรจุอาหารตามความมุ่งหมายของโจทก์ เป็นเหตุให้สินค้าประเภทอาหารทะเลบรรจุกระป๋องของโจทก์ที่ผลิตโดยใช้สินค้าประเภทกระป๋องและฝากระป๋องของจำเลยเกิดความเสียหายจากการกัดกร่อนของสนิมแลคเกอร์เคลือบพองและอื่น ๆ ย่อมถือได้ว่า จำเลยในฐานะลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนอันเกิดแต่การนั้นได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 215 ซึ่งการเรียกเอาค่าเสียหายนั้นได้แก่ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายเช่นที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้นแต่การไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ และเรียกค่าสินไหมทดแทนได้แม้กระทั่งเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษ หากว่าคู่กรณีที่เกี่ยวข้องได้คาดเห็นหรือควรจะได้คาดเห็นพฤติการณ์เช่นนั้นล่วงหน้าก่อนแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 222 อย่างไรก็ตาม แม้จะรับฟังข้อเท็จจริงให้เป็นยุติตามทางนำสืบของโจทก์ที่ยืนยันข้อเท็จจริงตามคำฟ้องดังที่โจทก์กล่าวอ้างในฎีกาว่า สินค้าประเภทอาหารทะเลบรรจุกระป๋องของโจทก์ที่ผลิตโดยใช้สินค้าประเภทกระป๋องและฝากระป๋องของจำเลยเกิดความเสียหายจำนวน 11,218,671 กระป๋อง คิดเป็นต้นทุนการผลิตกระป๋องละ 16.90 บาท รวมเป็นเงินค่าเสียหายซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตจำนวน 189,595,540 บาท อันเป็นความเสียหายเช่นที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้นแต่การไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2884/2563 · ทนอย Thanoy