ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2554

ฎีกาที่ 2886/2554

หลักกฎหมาย

ศาลฎีกาได้วินิจฉัยเชื่อว่าจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนโดยสมัครใจ และเพียงแต่นำคำรับสารภาพดังกล่าวมารับฟังประกอบกับพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีนี้เกิดเหตุก่อนที่จะมีการแก้ไข ป.วิ.อ. มาตรา 84 จึงไม่ต้องห้ามที่จะรับฟังถ้อยคำรับสารภาพในชั้นจับกุม จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนว่า จำเลยและ อ. ซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจาก น. ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า ค. พร้อมกับแจ้งตำหนิรูปพรรณ ของ น. ต่อพนักงานสอบสวนด้วย เมื่อยังไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานตำรวจหรือพนักงานสอบสวนได้ใช้ข้อมูลดังกล่าวในการจับกุม น. ผู้ที่จำเลยอ้างว่าจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยให้ข้อมูลที่สำคัญอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษซึ่งจะมีเหตุบรรเทาโทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ และริบเมทแอมเฟตามีนกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามีและพาอาวุธปืน ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนั้นให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน และปรับ 2,000 บาท ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน และปรับ 2,000 บาท รวมจำคุก 12 เดือน และปรับ 4,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ข้อหาและคำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุก 8 ปี คำรับของจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 5 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ขณะที่จำเลยขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้าสีน้ำเงินหมายเลขทะเบียน กท 9381 นนทบุรี โดยมีนายอนุชัย เกษรบัว นั่งคู่กับจำเลย ไปจอดที่บริเวณลานจอดรถของอาคารบุญโตแมนชั่น ซึ่งอยู่ในซอยเขมทัศน์ 2 เจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจค้นจับกุมจำเลยและนายอนุชัย พร้อมยึดเมทแอมเฟตามีน 100 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีฟ้าวางอยู่บริเวณที่พักเท้าของนายอนุชัย กับอาวุธปืนพกแบบรีวอลเวอร์ขนาด .38 เครื่องหมายทะเบียน กจ 1/9215 ของนางอรวรรณอาภรณ์อักษรกิจ ที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้จากนายทะเบียน พร้อมกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 6 นัด อยู่ในรังเพลิงของอาวุธปืนดังกล่าวโดยพกอยู่ที่เอวจำเลย และพบโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบพีซีที 1 เครื่องที่ตัวจำเลย กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1 เครื่อง ที่ตัวนายอนุชัยจึงยึดเป็นของกลาง และแจ้งข้อหาแก่จำเลยกับนายอนุชัยว่าร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย นายอนุชัยให้การรับสารภาพและศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษและริบเมทแอมเฟตามีนและโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางไปแล้วในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 5559/2545 มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยร่วมกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ โจทก์มีจ่าสิบตำรวจธงชัย และจ่าสิบตำรวจสุเทพ เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมเป็นพยานเบิกความสอดคล้องต้องกันว่า ก่อนเกิดเหตุให้สายลับนำเงิน 6,000 บาท ไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีน 100 เม็ด จากนายอนุชัย โดยนัดส่งมอบกันที่หน้าร้านสุกี้ศรีนนท์ ถนนรัตนาธิเบศร์ ซึ่งจำเลยเป็นผู้ขับรถพานายอนุชัยไปรับสายลับที่หน้าร้านสุกี้ศรีนนท์แล้วไปจอดที่บริเวณลานจอดรถของอาคารบุญโตแมนชั่นเมื่อเข้าตรวจค้นจับกุมก็พบเมทแอมเฟตามีน 100 เม็ด อยู่ในรถจำเลยโดยวางอยู่บริเวณที่พักเท้าของนายอนุชัย เห็นว่า เมทแอมเฟตามีนของกลางถูกค้นพบในรถจำเลยแม้เมทแอมเฟตามีนดังกล่าวจะวางอยู่บริเวณที่พักเท้าของนายอนุชัย แต่ก็ไม่ใช่จะถือว่าเป็นของนายอนุชัยแต่เพียงผู้เดียวเพราะในชั้นจับกุมนอกจากจำเลยและนายอนุชัยจะให้การรับสารภาพตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.2 แล้ว จำเลยยังเขียนบันทึกคำรับสารภาพด้วยลายมือของตนเองตามเอกสารหมาย จ. 4 โดยมีรายละเอียดว่า จำเลยและนายอนุชัยร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายบันทึกดังกล่าวจำเลยเขียนที่สถานีตำรวจภูธร เมืองนนทบุรีต่อหน้าร้อยตำรวจเอกพฤฒ รองสารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี โดยมีนายอนุชัยลงลายมือชื่อเป็นพยาน จึงไม่มีเหตุสงสัยว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกายให้จำเลยรับสารภาพที่สถานีตำรวจดังกล่าว เพราะจำเลยต่อสู้เพียงว่าถูกทำร้ายร่างกายแต่ไม่ทราบว่าเป็นที่ใด ทั้งคำรับสารภาพดังกล่าวกระทำในเวลากระชั้นชิดหลังถูกจับกุมเชื่อว่าเป็นคำรับสารภาพโดยสมัครใจโดยจำเลยยังไม่มีโอกาสหาข้อแก้ตัวเป็นอย่างอื่น นอกจากนี้ในชั้นสอบสวนจำเลยยังให้การรับว่าจำเลยและนายอนุชัยมีเ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2886/2554 · ทนอย Thanoy