คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2540
ฎีกาที่ 29/2540
หลักกฎหมาย
ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530มาตรา21ได้กำหนดเงินค่าทดแทนแก่ผู้มีสิทธิได้รับโดยคำนึงถึง(1)ถึง(5)ประกอบกันเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืนและสังคมโดยทั่วไปราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดตามมาตรา21(1)ย่อมมีราคาสูงกว่าราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามมาตรา21(3)การที่จำเลยทั้งสองกำหนดเงินค่าทดแทนให้แก่โจทก์โดยใช้หลักเกณฑ์แต่เฉพาะมาตรา21(3)จึงเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ เมื่อจำเลยต้องชำระเงินค่าทดแทนให้แก่โจทก์ตามคำวินิจฉัยของศาลโจทก์จึงมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน ในจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ฯมาตรา26วรรคสามซึ่งอัตราดอกเบี้ยสูงสุดในเวลาที่ต่างกันอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ได้แม้ศาลล่างให้จำเลยทั้งสองชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ7.5ต่อปีคงที่จะไม่ถูกต้องแต่เมื่อโจทก์มิได้ฎีกาศาลฎีกาไม่อาจบังคับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราที่เกินกว่าที่ศาลล่างกำหนดและที่ศาลล่างพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่31ตุลาคม2534นั้นเป็นการเกินไปกว่าคำขอของโจทก์ที่ขอให้จำเลยทั้งสองใช้ดอกเบี้ยนับแต่วันที่13พฤศจิกายน2534ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา142ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง
มาตราที่อ้างถึง
ป.วิ.พ. 142พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 21พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 26
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 2220 และ2221 ตำบลคลองหนึ่ง (คลอง 1 ตก) อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีรวมเนื้อที่ 6 ไร่ 3 งาน 95 ตารางวา เมื่อปี 2531 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนหลายท้องที่รวมอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพื่อใช้ในการสร้างและขยายทางหลวง จำเลยที่ 1 แจ้งว่าที่ดินของโจทก์ถูกเขตทางหลวงดังกล่าว ให้โจทก์ไปตกลงราคาค่าทดแทนโดยแจ้งราคาค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ 2220 อัตราไร่ละ 700,000 บาท เนื้อที่ 3 งาน65 ตารางวา เป็นเงิน 638,750 บาท ที่ดินโฉนดเลขที่ 2221 แบ่งเป็น2 ราคา อัตราไร่ละ 700,000 บาท เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 92 ตารางวาอัตราไร่ละ 500,000 บาท เนื้อที่ 1 งาน 1 ตารางวา รวมเนื้อที่2 ไร่ 93 ตารางวา เป็นเงิน 1,461,750 บาท โจทก์ขอให้ทบทวนค่าทดแทนใหม่ แต่จำเลยที่ 1 เพิกเฉยโจทก์อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ยืนราคาตามที่คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นกำหนด โจทก์เห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายและต่ำกว่าราคาซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดซึ่งมีราคาไม่ต่ำกว่าตารางวาละ 20,000 บาท ที่ดินของโจทก์ทั้งสองแปลงถูกเวนคืน 3 ไร่ 58 ตารางวา คิดเป็นเงิน 25,160,000 บาท จำเลยที่ 1 ฝากธนาคารออมสินให้โจทก์แล้ว 2,151,000 บาท คงเหลือค่าทดแทนที่จำเลยทั้งสองต้องชดใช้ให้แก่โจทก์เป็นเงิน 23,009,000บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 23,009,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 11.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน2534 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า การกำหนดค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์จำเลยที่ 1 ได้ดำเนินการตามระเบียบราชการและตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ทุกประการ คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นกำหนดราคาโดยพิจารณาจากบัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ปี 2531-2533 บัญชีราคาอสังหาริมทรัพย์ที่มีการตีราคาไว้เพื่อประโยชน์แก่การเสียภาษีบำรุงท้องที่ปี 2521 ราคาซื้อขายที่ดินบริเวณใกล้เคียงในปีก่อนและในปีที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอคลองหลวง อำเภอสามโคกอำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2531 มีผลใช้บังคับกับสภาพและที่ตั้งของที่ดินที่ถูกเวนคืนแต่ละแปลง ที่ดินของโจทก์กำหนดเป็น 2 ราคา คืออัตราไร่ละ 700,000 บาท และ 500,000 บาทราคาดังกล่าวนี้เป็นราคาตลาดของที่ดินที่ถูกเวนคืนในวันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีผลบังคับ ทั้งเป็นราคาสูงกว่าราคาอสังหาริมทรัพย์ที่มีการตีราคาไว้เพื่อประโยชน์แก่การเสียภาษีบำรุงท้องที่ จึงเป็นราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่โจทก์แล้วขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน7,913,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่31 ตุลาคม 2534 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลย ทั้ง สอง อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลย ทั้ง สอง ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติในเบื้องต้นว่า ที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ 2220 และ 2221ตำบลคลองหนึ่ง (คลอง 1 ตก) อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีได้ถูกเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอคลองหลวง อำเภอสามโคก อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานีพ.ศ. 2531 ตามเอกสารหมาย ล.1 คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นของอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนได้กำหนดค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ 2220 ไร่ละ 700,000 บาท และที่ดินโฉนดเลขที่ 2221 ไร่ละ700,000 บาท และ 500,000 บาท ตามเอกสารหมาย จ.2 โจทก์ไม่พอใจในราคาค่าทดแทนจึงอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณาแล้ววินิจฉัยให้ยืนราคาค่าทดแทนตามราคาที่คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นของอสังหาริมทรัพย์ฯ กำหนดตามเอกสารหมาย ล.12 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า เงินค่าทดแทนที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์กำหนดให้แก่โจทก์ในราคาเฉลี่ยทั้งแปลงตารางวาละ 8,000 บาท นั้นเป็นไปโดยถูกต้องเป็นธรรมหรือไม่ จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ค่าทดแทนที่จำเลยทั้งสองกำหนดให้โจทก์ถูกต้องเหมาะสมและเป็นธรรมแล้วเพราะคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นของอสังหาริมทรัพย์ฯ ได้กำหนดค่าทดแทนให้แก่โจทก์ โดยนำหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มาตรา 21(1) ถึง (5) มาใช้ในการพิจารณาแล้ว แต่ราคาตามมาตรา 21(1) และ (2) เป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ตามมาตรา 21(3) จึงไม่เป็นประโยชน์แก่โจทก์ การใช้ราคาตามมาตรา 21(3) จึงเป็นประโยชน์แก่โจทก์มากกว่า และคณะกรรมการก็เอาหลักเกณฑ์ตา
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง