ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2537

ฎีกาที่ 2910/2537

หลักกฎหมาย

การยื่นคำร้องขอฟ้องคดีต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4(2) เดิม กฎหมายให้พิจารณาถึงความสะดวกเป็นสำคัญว่าจะให้ฟ้องต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลนั้นหรือไม่ เมื่อมูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลจังหวัดชลบุรีโจทก์จึงมีสิทธิยื่นคำร้องขออนุญาตฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดชลบุรีได้และโจทก์จะยื่นคำร้องเมื่อศาลจังหวัดชลบุรีมีคำสั่งรับฟ้องแล้วก็ได้เมื่อศาลจังหวัดชลบุรีได้ใช้ดุลพินิจอนุญาตให้ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดชลบุรีแล้ว คำฟ้องโจทก์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4(2) เดิมศาลจังหวัดชลบุรีมีอำนาจที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามเช็ค พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยจ่ายเช็คให้นายสาโรช ดีวินิจ เพื่อค้ำประกันงานก่อสร้างระหว่างจำเลยกับนายสาโรช ต่อมาโจทก์ได้คบคิดกับนายสาโรช ทำการฉ้อฉลจำเลยนำเช็คมาฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2532 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ได้ฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดชลบุรี ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามเช็คของธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาอ่าวอุดม ซึ่งจำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายโดยระบุในคำฟ้องว่า จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่แขวงคันนายาว เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นศาลที่มูลคดีเกิดโดยมิได้ยื่นคำร้องดังกล่าวพร้อมคำฟ้อง ศาลจังหวัดชลบุรีจึงไม่มีอำนาจใช้ดุลพินิจรับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา พยานหลักฐานในสำนวนได้ความว่า คดีนี้ศาลจังหวัดชลบุรีได้สั่งรับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2533 ซึ่งเป็นวันยื่นคำฟ้องต่อมาในระหว่างส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลย โจทก์ได้ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2533 อ้างว่า คดีนี้จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลแพ่ง แต่มูลคดีเรื่องนี้ได้เกิดและพยานหลักฐานต่าง ๆของโจทก์อยู่ในเขตศาลจังหวัดชลบุรี การพิจารณาคดีในศาลจังหวัดชลบุรีจะเป็นการสะดวก จึงขออนุญาตฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดชลบุรีศาลจังหวัดชลบุรีมีคำสั่งอนุญาต ศาลฎีกาเห็นว่า การยื่นคำร้องขอฟ้องต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4(2) เดิมนั้น กฎหมายให้พิจารณาถึงความสะดวกเป็นสำคัญว่าจะให้ฟ้องต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลนั้นหรือไม่และเมื่อมูลคดีนี้เกิดขึ้นในเขตศาลจังหวัดชลบุรี โจทก์จึงมีสิทธิยื่นคำร้องขออนุญาตฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดชลบุรีได้ และโจทก์จะยื่นคำร้องเมื่อศาลรับคำฟ้องแล้วก็ได้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1927/2516ระหว่าง บริษัทส่งเสริมปอแห่งประเทศไทย จำกัด โจทก์นายสุพจน์ ศิริเชษฐ กับพวก จำเลย เมื่อศาลจังหวัดชลบุรีได้ใช้ดุลพินิจอนุญาตให้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดชลบุรีที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลแล้ว คำฟ้องของโจทก์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4(2) เดิม ศาลจังหวัดชลบุรีมีอำนาจที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้ พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2910/2537 · ทนอย Thanoy