ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2556

ฎีกาที่ 2976/2556

หลักกฎหมาย

ศ. สามีโจทก์ที่ 1 และเป็นบิดาโจทก์ที่ 2 เป็นผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เจ้าพนักงานมีเหตุอันควรสงสัยว่าทรัพย์สินของ ศ. และโจทก์ทั้งสองเป็นทรัพย์เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินและเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจึงมีอำนาจตรวจสอบทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและยึดหรืออายัดทรัพย์สินดังกล่าวได้ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 16 (2) (4) และมาตรา 22 ดังนั้น การที่คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินมีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินของ ศ. และโจทก์ทั้งสองจึงชอบด้วยกฎหมาย กรณีที่ ศ. ผู้ต้องหาหลบหนีและพนักงานอัยการไม่อาจดำเนินคดีได้ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่การกระทำความผิดเกิด ทรัพย์สินที่ได้ยึดหรืออายัดไว้เนื่องจากการกระทำความผิดของ ศ. ต้องตกเป็นของกองทุน ตามมาตรา 32 วรรคสอง หากโจทก์ทั้งสองเห็นว่าทรัพย์สินที่คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดไว้ไม่เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โจทก์ทั้งสองจะต้องดำเนินการยื่นคำร้องพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานต่อคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินตามมาตรา 33 ดังนั้น เมื่อคำสั่งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินของคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินได้

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ทั้งสองฟ้อง ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินของคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินและคืนทรัพย์สินดังกล่าวแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินที่ให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสอง และให้คืนเงินสดจำนวน 404,550 บาท สร้อยคอทองลายโซ่จำนวน 1 เส้น น้ำหนักประมาณ 30.2 กรัม สร้อยคอทองลายคดกริชสี่เหลี่ยมจำนวน 1 เส้น น้ำหนักประมาณ 60.8 กรัม สร้อยคอทองลายคดกริชจำนวน 1 เส้น น้ำหนักประมาณ 30.2 กรัม สร้อยคอทองลายปล้องกลมสลับห่วงจำนวน 1 เส้น น้ำหนักประมาณ 45.5 กรัม สร้อยคอทองรูปตัววายประดับเพชรจำนวน 1 เส้น น้ำหนักประมาณ 54.4 กรัม สร้อยข้อมือทองลายบิดจำนวน 1 เส้น น้ำหนักประมาณ 76.0 กรัม สร้อยข้อมือทองลายรูปตัวยูคู่ประดับเพชรจำนวน 1 เส้น น้ำหนักประมาณ 55.2 กรัม สร้อยข้อมือทองลายห่างสลับสี่เหลี่ยมจำนวน 1 เส้น น้ำหนักประมาณ 30.4 กรัม แหวนทองประดับหินสีเขียวล้อมเพชรจำนวน 1 วง น้ำหนักประมาณ 8.9 กรัม แหวนทองประดับหินสีเขียวรูปหกเหลี่ยมล้อมเพชรจำนวน 1 วง น้ำหนักประมาณ 9.1 กรัม พระเครื่องพิมพ์นางพญาพร้อมกรอบทองจำนวน 1 องค์ น้ำหนักประมาณ 6.8 กรัม พระพุทธรูปยอดธงพร้อมกรอบทองจำนวน 1 องค์ น้ำหนักประมาณ 14 กรัม และน้ำหนักประมาณ 9.2 กรัม จำนวน 1 องค์ เหรียญรัชกาลที่ 5 พร้อมกรอบทองจำนวน 1 องค์ น้ำหนักประมาณ 8.6 กรัม เครื่องรับโทรทัศน์สียี่ห้อโซนี หมายเลขเครื่อง 1514534 จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์ยี่ห้อโมบิร่าทอล์คแมน (TALKMAN) และรุ่นซิตี้แมน (CITYMAN) จำนวนอย่างละ 1 เครื่อง รถยนต์บรรทุกยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน บง 326 สมุทรสงคราม รถยนต์กระบะยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียน 70 - 2349 เพชรบุรี เงินฝากพร้อมดอกเบี้ยในบัญชีเงินฝากประจำธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนศรีสุริยวงศ์ เลขที่ บัญชี 774-1-00144-2 เงินฝากพร้อมดอกเบี้ยในบัญชีเงินฝากประจำธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาราชบุรี จำนวน 2 บัญชี เลขที่ 571-1-08245-0 และเลขที่ 571-1-06920-8 เงินฝากพร้อมดอกเบี้ยในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) สาขาราชบุรี เลขที่ 571-2-21770-7 เงินฝากพร้อมดอกเบี้ยในบัญชีเงินฝากประจำของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาราชบุรี จำนวน 4 บัญชี เลขที่ 119-2-10069-5 เลขที่ 119-2-07958-9 เลขที่ 119-2-07959-7 และเลขที่ 119-2-10182-9 เงินฝากพร้อมดอกเบี้ยในบัญชีเงินฝากประจำธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาราชบุรี เลขที่บัญชี 292-2-45757-3 เงินฝากพร้อมดอกเบี้ยในบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาสามแยกวังมะนาว ราชบุรี เลขที่ 567-0-03069-0 ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 356 เลขที่ดิน 16 ตำบลทุ่งหลวง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ที่ดินโฉนดเลขที่ 18052 เลขที่ดิน 290 ตำบลทุ่งหลวง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี และที่ดินโฉนดเลขที่ 15520 เลขที่ดิน 30 ตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี แก่โจทก์ทั้งสอง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่เพิกถอนคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินของคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินที่ 50/2542 ลงวันที่ 12 มีนาคม 2542 และไม่คืนทรัพย์สินที่ยึดและอายัดรายการที่ 1 ถึงที่ 34 จำนวน 34 รายการดังกล่าวแก่โจทก์ทั้งสอง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า นายศักดิ์ชัยหรือจิตต์ เคยเป็นสามีโจทก์ที่ 1 มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ โจทก์ที่ 2 และนายมงคล โจทก์ที่ 1 และนายศักดิ์ชัยได้จดทะเบียนหย่าเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2537 ตามสำเนาใบสำคัญการหย่า เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2541 เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองราชบุรียึดเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 101,500 เม็ด เป็นของกลาง โดยกล่าวหาว่านายศักดิ์ชัยกับพวกร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่นายศักดิ์ชัยหลบหนีการจับกุมไปได้ เจ้าพนักงานตำรวจจึงออกหมายจับนายศักดิ์ชัยไว้ ตามสำเนาหมายจับ (ของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี) วันที่ 6 มีนาคม 2541 เจ้าพนักงานตำรวจไปตรวจยึดทรัพย์สินที่บ้านเลขที่ 54 หมู่ที่ 4 ตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี รวม 28 รายการ ตามสำเนาบันทึกการตรวจค้น ต่อมาจำเลยมีคำสั่งแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบทรัพย์สินต่างๆ ของนายศักดิ์ชัยและโจทก์ทั้งสอง โดยได้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมอีกรวมเป็น 35 รายการ ไว้ชั่วคราว ตามสำเนาคำสั่งและสำเนาแบบแสดงบัญชีทรัพย์สินที่ยึด ต่อมาคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินวินิจฉัยว่า ทรัพย์สินทั้ง 35 รายการ เป็นทรัพย์สินของนายศักดิ์ชัยที่มีอ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง