คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2548
ฎีกาที่ 30/2548
หลักกฎหมาย
สินค้าเครื่องจักรที่ผู้ขายส่งมอบให้จำเลยที่ 1 นั้น จำเลยที่ 1 ไม่สามารถนำไปใช้ผลิตสินค้าตามวัตถุประสงค์ที่สั่งซื้อได้ ซึ่งเกิดจากในการแสดงเอกสารเพื่อขอรับเงินตามเลตเตอร์ออฟเครดิต ผู้ขายมิได้ส่งมอบเอกสารแสดงคุณลักษณะทางเทคนิคของอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์กับเอกสารแบบระบบไฟฟ้าและคู่มือแนะนำการใช้งานรวมทั้งชิ้นส่วนอะไหล่ให้แก่ธนาคารตัวแทนของโจทก์เพื่อส่งมอบให้แก่จำเลยที่ 1 ในประเทศไทยตามเงื่อนไขแห่งเลตเตอร์ออฟเครดิต ทำให้จำเลยที่ 1 ไม่สามารถประกอบติดตั้งส่วนต่าง ๆ ของเครื่องจักรเข้าด้วยกันและเดินเครื่องจักรผลิตสินค้าได้ แม้โจทก์และธนาคารตัวแทนของโจทก์จะไม่มีหน้าที่ในการตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าในตู้สินค้า แต่ก็มีหน้าที่จะต้องตรวจสอบเอกสารตามที่ระบุในเลตเตอร์ออฟเครดิตให้ถูกต้องครบถ้วนตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 การที่ธนาคารตัวแทนของโจทก์ชำระค่าสินค้าให้แก่ผู้ขายโดยไม่ตรวจสอบเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนตามเลตเตอร์ออฟเครดิต จึงเป็นการชำระเงินไปโดยผิดจากคำสั่งของจำเลยที่ 1 ตามที่โจทก์ตกลงด้วย จำเลยที่ 1 จึงไม่มีหน้าที่จะต้องชดใช้เงินที่ธนาคารตัวแทนของโจทก์หรือโจทก์จ่ายไปโดยผิดจากคำสั่งของจำเลยที่ 1 แม้โจทก์จะฟ้องร้องให้จำเลยที่ 1 รับผิดตามตั๋วสัญญาใช้เงินและสัญญาทรัสต์รีซีทมาด้วย แต่หนี้ตามสัญญาดังกล่าวมีมูลหนี้สืบเนื่องมาจากการที่โจทก์ชำระเงินแก่ผู้ขายตามสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตโดยตรง และการที่จำเลยที่ 1 ทำสัญญาทรัสต์รีซีทกับโจทก์ก็โดยมีวัตถุประสงค์ขอรับเอกสารการส่งสินค้าจากโจทก์เพื่อนำไปขอรับสินค้าจากการท่าเรือแห่งประเทศไทยออกมาก่อน โดยยังไม่ชำระเงินค่าสินค้าคืนให้แก่โจทก์ในวันนั้นแต่จะชำระคืนให้ในภายหลังและมีข้อตกลงว่าสินค้านั้นยังคงเป็นทรัพย์สินของโจทก์ สัญญาทรัสต์รีซีทจึงไม่มีลักษณะเป็นหนังสือรับสภาพหนี้ เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดชำระหนี้ตามสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตต่อโจทก์แล้ว จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามตั๋วสัญญาใช้เงินและสัญญาทรัสต์รีซีทซึ่งมีมูลหนี้เดิมมาจากสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตด้วย รวมทั้งจำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาจำนองซึ่งเป็นหลักประกันของหนี้รายนี้ด้วย และเมื่อจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกหนี้ชั้นต้นไม่จำต้องรับผิดชำระหนี้ตามคำฟ้องแก่โจทก์แล้ว จำเลยที่ 2 และที่ 3 ในฐานะผู้ค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวย่อมไม่จำต้องรับผิดชำระหนี้ตามคำฟ้องแก่โจทก์ด้วย
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 13,687,897.23 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14 ต่อปี ในต้นเงินจำนวน 9,991,517.75 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วน ให้ยึดทรัพย์จำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการผลิตผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อจำหน่ายและเป็นลูกค้าธนาคารโจทก์ สาขาบางนา เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2538 จำเลยที่ 1 ได้ขอให้โจทก์เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตเพื่อสั่งซื้อสินค้าเครื่องจักรที่ใช้แล้วสำหรับผลิตผ้าอ้อมผู้ใหญ่จากบริษัทดิสโพเทค เอส.อาร์.แอล. แกลเลอเรีย ยูโรปา สกาแลค จำกัด แห่งประเทศสาธารณรัฐอิตาลีเป็นเงินจำนวน 523,700 ดอลลาร์สหรัฐ โดยให้โจทก์สั่งธนาคารบังคาคอมเมอร์ซิอาล อิตาเลียนา เอเจนเซีย ดิ แอบบิแอทกราสโส ตัวแทนของโจทก์ในประเทศดังกล่าวชำระค่าสินค้าแก่ผู้ขายเมื่อผู้ขายส่งสินค้าบรรทุกขึ้นระวางเรือแล้ว รายละเอียดปรากฏตามคำขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตเอกสารหมาย จ. 1 โจทก์ตกลงเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตให้จำเลยที่ 1 ตามคำขอของจำเลยที่ 1 ดังกล่าว และหลังจากผู้ขายได้ดำเนินการจัดส่งสินค้าที่จำเลยที่ 1 สั่งซื้อบรรทุกขึ้นระวางเรือแล้ว ธนาคารตัวแทนของโจทก์ได้ชำระค่าสินค้าแก่ผู้ขาย ซึ่งในการนี้จำเลยที่ 1 ได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินรวม 10 ฉบับ มอบให้แก่ผู้ขาย ผู้ขายได้โอนสลักหลังตั๋วสัญญาใช้เงินให้ธนาคารตัวแทนของโจทก์ และต่อมาได้มีการโอนสลักหลังตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวให้โจทก์เป็นผู้รับเงิน แต่โจทก์นำมาฟ้องเป็นคดีนี้รวม 5 ฉบับ ตามตั๋วสัญญาใช้เงินเอกสารหมาย จ. 2 ถึง จ. 6 รวมเป็นเงินจำนวน 261,850 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากสินค้าที่จำเลยที่ 1 สั่งซื้อได้ถูกขนส่งโดยทางเรือมาถึงท่าเรือกรุงเทพแล้ว จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาทรัสต์รีซีทเอกสารหมาย จ. 7 ไว้กับโจทก์เพื่อขอรับเอกสารต่าง ๆ จากโจทก์นำไปรับสินค้าเครื่องจักรดังกล่าวออกจากท่าเรือกรุงเทพ แล้วนำไปติดตั้งในโรงงานของจำเลยที่ 1 สำหรับหนี้ของจำเลยที่ 1 ที่มีต่อโจทก์ดังกล่าวปรากฏว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ยอมผูกพันตนเข้าเป็นผู้ค้ำประกันต่อโจทก์โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมในวงเงินรวม 18,000,000 บาท ตามสัญญาค้ำประกัน (รวม 2 ฉบับ) เอกสารหมาย จ. 8 และจำเลยที่ 1 ยังได้จดทะเบียนจำนองที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 6818 และ 11046 ตำบลหนองหงส์ อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ไว้กับโจทก์ในวงเงินจำนวน 9,000,000 บาทด้วย ต่อมาเมื่อหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินและสัญญาทรัสต์รีซีทดังกล่าวถึงกำหนดชำระแล้ว จำเลยที่ 1 ไม่ชำระ โจทก์จึงฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นคดีนี้ มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ธนาคารตัวแทนของโจทก์ได้ชำระค่าสินค้าให้แก่ผู้ขายโดยผิดเงื่อนไขที่จำเลยที่ 1 ระบุไว้ในคำขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตหรือไม่ ซึ่งในปัญหาข้อนี้โจทก์อุทธรณ์เพียงว่า จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาทรัสต์รีซีทกับโจทก์และลงนามในตั๋วเงิน แสดงว่าจำเลยที่ 1 ได้ตรวจสอบเอกสารแล้ว เห็นว่าครบถ้วน และถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้รับสภาพหนี้แก่โจทก์แล้ว จึงต้องรับผิดชำระหนี้แก่โจทก์ เห็นว่า ในเรื่องนี้มีข้อสัญญากันระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ตามคำขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตเอกสารหมาย จ. 1 ว่า ให้ธนาคารตัวแทนของโจทก์จ่ายเงินจำนวน 523,700 ดอลลาร์สหรัฐแก่ผู้ขาย โดยให้ผู้ขายยื่นตั๋วเงินซึ่งทำขึ้นเป็นคู่ฉบับสั่งจ่ายเงินตามใบแทรกเรื่องระยะเวลาการจ่ายเงินพร้อมด้วยเอกสารการส่งสินค้าบรรทุกขึ้นระวางเรือ คือ ใบกำกับสินค้า จำนวน 8 ชุด ใบตราส่งชนิดที่แจ้งว่าสินค้าบรรทุกขึ้นระวางเรือแล้วครบชุด 3 ฉบับ หรือเอกสารการขนส่งมากกว่าหนึ่งวิธีและสำเนาชนิดเปลี่ยนมือไม่ได้จำนวน 2 ฉบับ ซึ่งทำในนามของโจทก์และใบกำกับหีบห่อจำนวน 5 ชุด กับมีเงื่อนไขพิเศษอีก 3 ข้อ ดังนี้ ข้อ 1 สินค้าจะต้องถูกขนส่งโดยบริษัท ซี แลนด์ เซอร์วิส จำกัด ข้อ 2 ผู้ขายจะต้องยื่นคุณลักษณะทางเทคนิคของอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ของสินค้า และข้อ 3 ผู้ขายจะต้องจัดเตรียมแบบระบบไฟฟ้าและคู่มือแนะนำการใช้งานรวมทั้งชิ้นส่วนอะไหล่มอบให้แก่จำเลยที่ 1 ด้วย โจทก์ได้ส่งบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นของนางสาวศุภฤกษ์ โกวิทวิจารณ์ เจ้าหน้าที่ส่วนงานต่างประเทศธนาคารโจทก์สาขาบางนา และบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นของนายอนันต์ แพทยานนท์ เจ้าหน้าที่พิธีการสินเชื่อธนาคารโจทก์ สาขาบางนา เป็นพยาน โดยได้รับอนุญาตจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง