คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551
ฎีกาที่ 300/2551
หลักกฎหมาย
โจทก์เป็นผู้เช่าที่ดินเดิมในเขตนิคมอุตสาหกรรมมีระยะเวลาเช่าถึงเดือนธันวาคม 2544 และได้รับการคัดเลือกในการประมูลให้เป็นผู้เช่าต่อไป แต่โจทก์ยังไม่ได้ทำสัญญาเช่าใหม่กับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เมื่อสัญญาเช่าเดิมหมดสัญญาลงโจทก์ยังไม่มีสิทธิใดๆ ที่จะเข้าไปบริหารจัดการทำประโยชน์ในที่ดินได้ และยังไม่มีสิทธิเก็บค่าเช่าล็อกจากผู้ประกอบการค้ารายย่อย การที่จำเลยในฐานะผู้จัดการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมได้ประกาศเตือนให้ผู้ประกอบการค้ารายย่อยทราบว่า การทำนิติกรรมสัญญาใดๆ เพื่อประกอบการค้าต้องกระทำกับผู้ได้รับสิทธิเป็นผู้บริหารและจัดการทำประโยชน์ในที่ดินเท่านั้น หากไปทำสัญญากับผู้ไม่ได้รับสิทธิการเช่าและเกิดความเสียหายสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมจะไม่รับผิดชอบเป็นการป้องกันและเตือนผู้ประกอบการค้ารายย่อยเท่านั้น และไม่มีข้อความที่ระบุหรืออ้างถึงตัวโจทก์เลย โจทก์จึงไม่ได้เสียชื่อเสียงหรือเสียหาย การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการกระทำตามหน้าที่ จึงไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์อันจะเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีฐานะเป็นผู้จัดการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ซึ่งเป็นสำนักงานสาขาของการเปิดนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีหน้าที่ดูแลและบริหารกิจการภายในของสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางชัน โจทก์มีฐานะเป็นผู้เช่าที่ดินในเขตนิคมอุตสาหกรรมบางชัน เพื่อบริหารและจัดการทำประโยชน์ที่ดินในเขตนิคมอุตสาหกรรมบางชัน และเป็นเจ้าของศูนย์การค้าและตลาดสดบางชันที่นิคมอุตสาหกรรมบางชันโดยในการบริหารจัดการตลาดสดบางชัน โจทก์มีสิทธิในการที่จะจัดเก็บค่าเช่าล็อกจากผู้ประกอบการค้ารายย่อย (พ่อค้าและแม่ค้าในตลาดสด) ซึ่งมีประมาณเกือบ 100 ราย เป็นรายวัน ทุกๆ วัน ครั้นเมื่อสัญญาเช่าที่ดินใกล้จะครบกำหนดตามสัญญาเช่าจำเลยจึงมีประกาศเชิญชวนให้บุคคลทั่วไปยื่นซองประมูลเสนอราคา เพื่อทำสัญญาเช่าที่ดินในเขตนิคมอุตสาหกรรมบางชั้นแทนโจทก์ ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2544 ซึ่งเป็นวันยื่นซองประมูลและเปิดซองประมูลเสนอราคา โจทก์เป็นผู้ประมูลที่เสนอราคาผลประโยชน์ตอบแทนสูงสุด โจทก์จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้เช่าที่ดินของการนิคมอุตสาหกรรมบางชันต่อไป เหตุดังกล่าวข้างต้นนี้เองทำให้จำเลยโกรธเคืองโจทก์เป็นการส่วนตัว เพราะจำเลยหวังผลประโยชน์ให้พรรคพวกของจำเลยเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกและเข้ามาบริหารจัดการดูแลศูนย์การค้าและตลาดสดบางชันภายในนิคมอุตสาหกรรมบางชันแทนโจทก์ ดังนั้นจำเลยมิได้มีอำนาจอันชอบด้วยกฎหมายแต่ประการใด และกระทำการโดยพลการด้วยโมหะส่วนตัว ได้ไขข่าวหมิ่นประมาทโจทก์โดยการโฆษณาด้วยเอกสารเท็จอันฝ่าฝืนต่อความจริงต่อผู้ประกอบการค้ารายย่อย (พ่อค้าแม่ค้า) ในตลาดสดบางชันอันเป็นสาธารณชน โดยมีเจตนาจะทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียงและถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังจากผู้ประกอบการค้ารายย่อยทั้งหลาย ทำให้ผู้ประกอบการค้ารายย่อยทั้งหลายขาดความเชื่อถือในตัวโจทก์ซึ่งอยู่ในฐานะผู้บริหารจัดการตลาดบางชัน กล่าวคือ เมื่อประมาณวันที่ 28 ธันวาคม 2544 จำเลยและพวกได้ร่วมกันแจกเอกสารประกาศซึ่งลงนามโดยจำเลยอันฝ่าฝืนต่อความจริงต่อประกอบการค้ารายย่อย ณ ศูนย์การค้าและตลาดสดบางชัน ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหมิ่นประมาทโจทก์ว่า "สัญญาให้สิทธิประโยชน์ในที่ดินนิคมอุตสาหกรรมบางชันของโจทก์จะหมดอายุลงวันที่ 31 ธันวาคม 2544 ระหว่างนี้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินการพิจารณาคัดเลือกผู้บริหารจัดการศูนย์การค้ารายใหม่สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางชัน จึงประกาศเตือนผู้ประกอบการค้ารายย่อยในบริเวณพื้นที่ศูนย์การค้านิคมอุตสาหกรรมบางชันทราบว่าการทำนิติกรรมสัญญาใดๆ เพื่อประกอบการค้าในบริเวณดังกล่าว ต้องกระทำกับผู้ได้รับสิทธิเป็นผู้บริหารจัดการโครงการฯ เท่านั้น หากผู้ประกอบการค้ารายย่อยกระทำนิติกรรมสัญญากับบุคคลใดๆ ซึ่งมิใช่เป็นผู้รับสิทธิอาจเกิดความเสียหายกับตนเองได้ และสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางชันจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้น และเมื่อการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้พิจารณาอนุมัติเลือกบุคคลใดให้เป็นผู้บริหารจัดการโครงการฯ ได้แล้ว จะประกาศให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ด้วยข้อความตามเอกสารประกาศที่ลงนามโดยจำเลย เป็นการโฆษณาไขข่าวหมิ่นประมาทโดยมีเจตนาจงใจประสงค์ร้ายต่อโจทก์ทั้งสิ้น ทั้งที่จำเลยก็ทราบความจริงโดยตลอดดีอยู่แล้วว่า ระหว่างช่วงวันและเวลาดังกล่าวนี้ โจทก์เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกแล้วให้เป็นผู้บริหารศูนย์การค้าและตลาดสดบางชันต่อไปอีก เพราะโจทก์เป็นผู้ยื่นซองประมูลให้ผลตอบแทนสูงสุด และกำลังอยู่ในระหว่างจะเข้าไปดำเนินการทำสัญญาเช่าที่ดินกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อบริหารศูนย์การค้าและตลาดสดบางชันต่อไป แต่จำเลยกลับโฆษณาไขข่าวให้แพร่หลายเพื่อจงใจต้องการให้ผู้ประกอบการค้ารายย่อยเชื่อว่า ขณะนี้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเพียงแต่อยู่ในช่วงกำลังดำเนินการคัดเลือกผู้บริหารรายใหม่เท่านั้น และโจทก์เองก็ยังไม่ได้เป็นผู้รับการคัดเลือก ซึ่งคำว่า "ผู้บริหารรายใหม่" ก็แปลได้ชัดเจนว่า ไม่ใช่ตัวโจทก์เพราะโจทก์เป็นผู้บริหารรายเก่า ที่ดำเนินการบริหารอยู่ก่อนแล้ว ทั้งข้อความหมิ่นประมาทในส่วนที่ว่า "การทำนิติกรรมสัญญาใดๆ เพื่อประกอบการค้าต้องทำกับผู้ได้รับสิทธิเท่านั้น" ยังเป็นการชวนเชื่อให้ผู้ประกอบการค้ารายย่อยเข้าใจว่าจะต้องจ่ายเงินค่าเช่าล็อกรายวันหลังจากวันที่ 31 ธันวาคม 2544 ให้แก่บุคคลใดๆ ก็ตามที่จำเลยจะประกาศให้ทราบอีกครั้งในภายหลัง แปลความเจตนาได้ชัดเจนว่า หากว่าวันหลังจากวันที่ 31 ธันวาคม 2544 จำเลยประกาศชื่อใครนอกจากตัวโจทก์ ผู้ประกอบการค้ารายย่อยก็ต้องจ่ายเงินค่าเช่าล็อกรายวันให้แก่บุคคลนั้นๆ หรือแม้นว่า หลังจากวันที่ 31 ธันวาคม 2544 จำเลยนี้ยังไม่ได้ประกาศชื่อบุคคลใดๆ ผู้ประกอบการค้ารายย่อยก็ไม่ต้องจ่ายเงินค่าเช่าล็อกรายวันให้แก่ตัวโจทก์ เนื่องจากข้อความอันเป็นเท็จตอนต้นแจ้งให้ทราบแล้
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง