คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2477
ฎีกาที่ 301/2477
หลักกฎหมาย
เจตนาทุจจริต พฤตติการณ์ที่ฟังว่าจำเลยกระทำโดยไม่มีเจตนาทุจริต วิธีพิจารณาความอาชญา คำสั่งระวางพิจารณา วิธีพิจารณาแพ่ง แพ่งอาชญาปนกัน แยกฟ้อง คืนค่าธรรมเนียม
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๘๘ - ๒๙๓ - ๓๒๔ กับให้ใช้ทรัพย์แลเรียกค่าเสียหาย โดยหาว่าจำเลยกับพวกสมคับกันลักตัดไม้ในที่ของโจทก์ แลทำลายคันป้องกันน้ำราคา ๓๐๐ บาท เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธว่าที่รายนี้เป็นที่ป่าสาธารณะไม่มีผู้ใดหวงห้าม ศาลจังหวัดเพ็ชร์บุรีเห็นว่าจำเลยไม่มีเจตนาทุจจริตเป็นผิดทางอาชญาให้ยกฟ้องทางอาชญา ส่วนทางแพ่งให้แยกฟ้องมาใหม่ ให้คืนค่าธรรมเนียมแก่โจทก์จำเลย ศาลอุทธรณ์ให้ศาลเดิมสืบพะยานโจทก์จำเลยในคดีอาชญาแล้วให้ตัดสินใหม่ ศาลฎีกาเห็นว่าที่รายพิพาทนี้เป็นที่ป่า โจทก์ไม่มีหนังสือสำคัญอย่างใดเป็นแต่อ้างว่าปกครองมาแลจำเลยได้เถียงว่าไม่ทราบว่าเป็นที่หวงห้าม แลได้เคยตัดทุกปีมาโดยเปิดเผยไม่มีใครหวงห้าม จำเลยไม่มีเจตนาทุจจริต ที่อำเภอเปรียบเทียบโจทก์จำเลยไม่ตกลงกันได้แต่อำเภอก็มิได้ห้ามไม่ให้ตัดในที่วิวาทหรือชี้ขาดว่าโจทก์มีสิทธิประการใด จะฟังว่าที่ได้ว่ากล่าวกันแล้วจำเลยจะได้ตัดไม้ในที่พิพาทอีก จะชี้ขาดว่าจำเลยมีเจตนาทุจจริตยังไม่ได้ อนึ่งเรื่องค้นป้องน้ำในรายงานของเจ้าพนักงานก็ปรากฎว่าไม่มีดังโจทก์ฟ้อง จึงให้ยกคำตัดสินศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลเดิม ให้ยกฟ้องโจทก์ทางอาชญา หมายเหตุ โจทก์อุทธรณ์รับว่าที่ให้แยกฟ้องแลคืนค่าธรรมเนียมชอบแล้ว
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง