ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2545

ฎีกาที่ 303/2545

หลักกฎหมาย

ทรัสต์รีซีทเป็นสัญญาที่เกี่ยวเนื่องกับสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตซึ่งถ้าจำเลยที่ 1 ปฏิบัติตามสัญญาทรัสต์รีซีท จำเลยที่ 1 ต้องเสียดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต ตามอัตราที่กำหนดไว้เท่านั้นแต่ถ้าไม่ปฏิบัติตามสัญญา ธนาคารโจทก์ย่อมมีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยที่ 1 ได้ในอัตราสูงสุดที่โจทก์กำหนดไว้นับตั้งแต่เวลาที่สินค้ามาถึงกรุงเทพมหานครถึงวันที่ชำระเงิน เมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงสุดในแต่ละช่วงเวลาของโจทก์แตกต่างกันตามประกาศของโจทก์แต่ละฉบับ จำเลยที่ 1 ก็ต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดตามที่ประกาศไว้ในช่วงเวลาที่ผิดนัดของสัญญาทรัสต์รีซีทแต่ละฉบับกรณีไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยตามคำขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตของจำเลยที่ 1 ที่โจทก์จะต้องแจ้งให้จำเลยทั้งสองทราบ แต่การที่สัญญาดังกล่าวให้โจทก์คิดดอกเบี้ยจากจำเลยที่ 1ในอัตราสูงสุดที่ธนาคารโจทก์กำหนดไว้ได้เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามสัญญา จึงเป็นเบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 379 ซึ่งหากสูงเกินส่วนศาลมีอำนาจลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ตามมาตรา 383

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดและเป็นลูกค้าของโจทก์ สาขาวิสุทธิกษัตริย์ ได้ทำคำขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตเพื่อสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ และตกลงยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยได้ในอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยทั่วไปนับแต่วันที่ผู้ขายได้เรียกเก็บเงินค่าสินค้าจากธนาคารสาขาหรือธนาคารตัวแทนของโจทก์จนถึงวันชำระหนี้ ตลอดจนยอมใช้ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่โจทก์ดำเนินการไปเกี่ยวกับการเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตดังกล่าว จำเลยที่ 1 ขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตและทำสัญญาทรัสต์รีซีทไว้กับโจทก์ สาขาวิสุทธิกษัตริย์รวม 9 ฉบับ ตามเลตเตอร์ออฟเครดิตเลขที่ 1691 เอส 640460 มูลค่า 12,058.15 ปอนด์สเตอร์ลิง สัญญาว่าจะชำระค่าสินค้าคืนให้แก่โจทก์วันที่ 28 พฤษภาคม 2538 เลขที่ 1691ที 640123 มูลค่า 32,400 ดอลลาร์สหรัฐ สัญญาว่าจะชำระค่าสินค้าคืนให้แก่โจทก์วันที่ 28 เมษายน 2538 เลขที่ 1691 ที 640159 มูลค่า23,300 ดอลลาร์สหรัฐ สัญญาว่าจะชำระค่าสินค้าคืนให้แก่โจทก์วันที่ 21 กรกฎาคม 2538 เลขที่ 1691 ที 640170 มูลค่า 102,000ดอลลาร์สหรัฐ สัญญาว่าจะชำระค่าสินค้าคืนให้แก่โจทก์วันที่ 8พฤษภาคม 2538 เลขที่ 1691 ที 640225 มูลค่า 114,400 ดอลลาร์สหรัฐสัญญาว่าจะชำระค่าสินค้าคืนให้แก่โจทก์วันที่ 15 สิงหาคม 2538 เลขที่ 1691 เอส 640997 มูลค่า 4,525 ปอนด์สเตอร์ลิง สัญญาว่าจะชำระค่าสินค้าคืนให้แก่โจทก์วันที่ 5 ตุลาคม 2538 เลขที่ 1691 เอส 641174 มูลค่า 21,744.42 ปอนด์สเตอร์ลิง สัญญาว่าจะชำระค่าสินค้าคืนให้แก่โจทก์วันที่ 8 มกราคม 2539 เลขที่ 1691 ที 640330มูลค่า 7,658.15 ปอนด์สเตอร์ลิง สัญญาว่าจะชำระคืนให้แก่โจทก์วันที่ 6 ธันวาคม 2538 เลขที่ 1691 ที 640357 มูลค่า 47,900ดอลลาร์สหรัฐ สัญญาว่าจะชำระค่าสินค้าคืนให้แก่โจทก์วันที่ 8มกราคม 2539 จำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันในวันที่ 12 พฤษภาคม2537 โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมและทำสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันลำดับที่สอง โฉนดที่ดินเลขที่ 18778 ถึง 18780 และ 29662ถึง 29676 ตำบลราษฎร์บูรณะ อำเภอราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานครไว้กับโจทก์เป็นจำนวนเงิน 10,000,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 13.75ต่อปี เพื่อเป็นประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 ที่มีอยู่กับโจทก์ในขณะนั้นหรือที่จะมีต่อไปในภายหน้า และจำเลยที่ 2 ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือและจดทะเบียนว่า หากขายทอดตลาดทรัพย์จำนองไม่พอชำระหนี้ให้แก่โจทก์ทั้งต้นเงินและดอกเบี้ย จำเลยที่ 2 ยอมให้ยึดทรัพย์สินอื่นชำระหนี้จนครบ เมื่อสัญญาทรัสต์รีซีททุกฉบับครบกำหนดเวลาชำระเงินจำเลยที่ 1 ผิดนัด โจทก์ได้มอบหมายให้ทนายความมีหนังสือทวงถามจำเลยที่ 1 และบอกกล่าวบังคับจำนองจำเลยที่ 2 โดยส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ จำเลยทั้งสองได้รับหนังสือบอกกล่าวและครบกำหนดชำระแล้วจำเลยทั้งสองจึงต้องชำระต้นเงินดอกเบี้ย ค่าอากร ค่าเทเล็กซ์ และอื่น ๆจำนวน 15,186,528.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19.75 ต่อปีจากต้นเงิน 9,766,590.01 บาท จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจำนวน5,353,055.75 บาท จากจำเลยที่ 1 เพราะเป็นการคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การว่า ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 หรือร้อยละ 19.75 เพราะเป็นการคิดดอกเบี้ยสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดและเป็นการคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 15,121,682.25 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19.75 ต่อปี จากต้นเงิน 9,766,590.01 บาทนับถัดจากวันฟ้อง (31 กรกฎาคม 2541) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 18778, 18779, 187780,29662, 29663, 29664, 29665, 29666, 29667, 29668, 29669,29670, 29671, 29672, 29673, 29674, 29675, 29676, เลขที่ดิน633, 634, 635, 1494, 1495, 1496, 1497, 1498, 1499, 1500,1501, 1487, 1488, 1489, 1490, 1491, 1492, 1493 ตำบลราษฎร์บูรณะอำเภอราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ หากไม่พอให้บังคับคดีเอากับทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นนี้ฟังได้ว่า จำเลยที่ 1เป็นลูกค้าของโจทก์ สาขาวิสุทธิกษัตริย์ ได้ทำคำขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตรวม 9 ฉบับ ตามเอกสารหมาย จ.7 ถึง จ.24 เพื่อสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศผ่านโจทก์ สาขาสะพานผ่านฟ้า เมื่อสินค้าที่จำเลยที่ 1 สั่งซื้อส่งมาถึงประเทศไทย โจทก์แจ้งให้จำเลยที่ 1 นำเงินมาชำระให้โจทก์ แต่จำเลยที่ 1ไม่มีเงินมาชำระ และได้ทำสัญญาทรัสต์รีซีทกับโจทก์ ตามสัญญาทรัสต์รีซีทรวม 9 ฉบับ เอกสารหมาย จ.25 ถึง จ.42
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 303/2545 · ทนอย Thanoy