คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2565
ฎีกาที่ 3034/2565
หลักกฎหมาย
คดีนี้ไม่มีการลงโทษปรับตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จ่ายเงินรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมผู้กระทำความผิดร้อยละยี่สิบของราคาของกลางหรือค่าปรับตาม พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 8 วรรคสอง นั้น ยังไม่ชัดแจ้ง ศาลฎีกาเห็นควรแก้ไขเป็นว่า ให้จ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมร้อยละยี่สิบของราคาของกลางที่ศาลสั่งริบตาม พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 7, 8 วรรคสอง
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 7พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 8
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 3, 4, 166, 167, 168, 242, 246, 252 พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มาตรา 4, 203 (1) พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 9, 117, 118, 191, 196, 282, 284, 285, 290 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 4, 5, 6, 7, 8, 9 ริบของกลาง และจ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมตามกฎหมาย จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยาน จำเลยทั้งหกขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งหกมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 246 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มาตรา 203 (1) พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 117 วรรคหนึ่ง, 118, 191 วรรคหนึ่ง, 196 และจำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง, 284 วรรคหนึ่ง, 290 (ที่ถูก มีความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 284 วรรคหนึ่ง, 290 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2481 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง) จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง, 282 (ที่ถูก มีความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 282 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2481 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง) จำเลยที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง, 285, 290 (ที่ถูก มีความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 285, 290 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2481 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งหกเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งน้ำมันดีเซลอันเป็นของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร จำคุกคนละ 2 ปี ฐานร่วมกันมีน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ (ที่ถูก ปรับคนละ) 2,576,000 บาท ฐานร่วมกันปลูกสร้างเสาไม้ค้อล่วงล้ำเข้าไปในทะเลภายในน่านน้ำไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 6 เดือน ฐานร่วมกันขนถ่ายน้ำมันดีเซลจากเรือขึ้นบกโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 6 เดือน ฐานร่วมกันใช้เรือที่มิได้รับใบอนุญาตใช้เรือ ปรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 คนละ 5,000 บาท ฐานทำการเป็นนายเรือโดยไม่ได้เก็บประกาศนียบัตรนายเรือไว้ในเรือ ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 2,000 บาท ฐานทำการเป็นต้นกลและช่างเครื่องกลภายในเรือโดยมิได้รับประกาศนียบัตรรับรองความรู้ความสามารถ จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 เดือน และฐานทำงานเป็นคนรับจ้างสำหรับทำการในเรือโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับจำเลยที่ 3 เป็นเงิน 2,000 บาท จำเลยทั้งหกให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง ฐานร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งน้ำมันดีเซลอันเป็นของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร คงจำคุกคนละ 1 ปี ฐานร่วมกันมีน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต คงปรับ (ที่ถูก คนละ) 1,288,000 บาท ฐานร่วมกันปลูกสร้างเสาไม้ค้อล่วงล้ำเข้าไปในทะเลภายในน่านน้ำไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต คงจำคุกคนละ 3 เดือน ฐานร่วมกันขนถ่ายน้ำมันดีเซลจากเรือขึ้นบกโดยไม่ได้รับอนุญาต คงจำคุกคนละ 3 เดือน ฐานร่วมกันใช้เรือที่มิได้รับใบอนุญาตใช้เรือ คงปรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 คนละ 2,500 บาท ฐานทำการเป็นนายเรือโดยไม่ได้เก็บประกาศนียบัตรนายเรือไว้ในเรือ คงปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 1,000 บาท ฐานทำการเป็นต้นกลและช่างเครื่องกลภายในเรือโดยมิได้รับประกาศนียบัตรรับรองความรู้ความสามารถ คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 15 วัน และฐานทำงานเป็นคนรับจ้างสำหรับทำการในเรือโดยไม่ได้รับอนุญาต คงปรับจำเลยที่ 3 เป็นเงิน 1,000 บาท รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี 6 เดือน และปรับ 3,500 บาท จำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี 6 เดือน 15 วัน และปรับ 2,500 บาท จำเลยที่ 3 มีกำหนด 1 ปี 6 เดือน และปรับ 3,500 บาท จำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 มีกำหนดคนละ 1 ปี 6 เดือน กับให้ปรับจำเลยทั้งหก (ที่ถูก ให้ปรับจำเลยทั้งหกคนละ) 1,288,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก (ที่ถูก ไม่ต้องระบุ) ให้จ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมผู้ทำผิดร
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง